อธิบดีพช.ปลื้มกลุ่มอาชีพและผลิตภัณฑ์โอทอปเด่นเชียงราย

วันที่ 06 พ.ย. 2562 เวลา 18:29 น.
อธิบดีพช.ปลื้มกลุ่มอาชีพและผลิตภัณฑ์โอทอปเด่นเชียงราย
เชียงราย-อธิบดีพช.ลงพื้นที่เยี่ยมการดำเนินงานกลุ่มอาชีพผ้าปักด้วยมือบ้านสันกอง และเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์โอทอปเด่นของ จ. เชียงราย พร้อมมอบนโยบายพัฒนาสู่ชุมชนเข้มแข็งด้วยหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

เมื่อวันที่ 6 พ.ย.นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน(พช.)กระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะผู้บริหารกรมฯ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานกลุ่มอาชีพผ้าปักด้วยมือบ้านสันกอง และเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ OTOP เด่นของจ. เชียงราย อาทิ ผลิตภัณฑ์จากกาแฟ ผลิตภัณฑ์ผลไม้แปรรูป ขนมไทย และน้ำพริก เป็นต้น ณ บ้านสันกอง หมู่ 2 ต.แม่ไร่ จ.แม่จัน จ.เชียงราย

นายสุทธิพงษ์ ได้ร่วมพูดคุยและเสนอแนะแนวทางการพัฒนากับกลุ่มอาชีพฯ และผู้ประกอบการ OTOP โดยมี นางนิธี สุธรรมรักษ์ ประธานกลุ่มอาชีพผ้าปักด้วยมือ บ้านสันกอง ได้เล่าประวัติความเป็นมาของกลุ่มฯว่า กลุ่มได้เริ่มจากผู้สูงอายุในหมู่บ้าน 10 กว่าคน ใช้เวลาว่างร่วมกันทำหัตถกรรมผ้าปักลายชาวไทยภูเขา โดยทำเป็นงานอดิเรก

จากนั้น จึงได้นำไปลองวางขายที่ตลาดไนท์บาซ่าร์ จ.เชียงราย ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างประเทศ จึงยึดเป็นอาชีพหลักและตั้งกลุ่มปักผ้าขึ้น โดยปัจจุบันได้รับคัดสรรเป็นผลิตภัณฑ์ OTOP ระดับ 5 ดาว และ OTOP ขึ้นเครื่อง ที่มีจุดเด่น คือลายผ้าที่ปัก มาจากจินตนาการของผู้ปักเอง ทำให้มีลวดลายที่ไม่ซ้ำกันในผ้าผืนเดียว อีกทั้งยังแสดงถึงเอกลักษณ์ และวิถีชีวิตของบ้านสันกองโดยเฉพาะอีกด้วย นำมาซึ่งอาชีพ และรายได้ รวมถึงความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ชุมชนของตนเอง

นายสุทธิพงษ์ ได้พบปะสอบถามความต้องการ พร้อมทั้งมอบนโยบาย แก่เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนจ.เชียงราย และผู้ประกอบการ OTOP จ.เชียงราย จำนวนทั้งสิ้น 120 คน โดยได้ให้แนวทางการดำเนินงานพัฒนาชุมชน รวมถึงการพัฒนาตนเองให้เป็นแบบอย่างที่ดีและอยู่อย่างมีความสุข คือต้องดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยให้ไว้ 2 ระดับ ได้แก่ ระดับ 1 คือเอาตัวให้อยู่รอด พึ่งพาตนเองได้ อาทิ การใช้บริเวณบ้านให้มีประโยชน์ โดยการปลูกพืชผักสวนครัว หรือของกินได้ หรืออาจจะตั้งเป้าหมายว่า ปลูกผักให้ครบ 10 อย่าง เป็นต้น ระดับ 2 ครัวเรือนต้องดำเนินชีวิตที่มีอาชีพ มีรายได้ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ทั้งนี้ ยังได้มอบนโยบายการทำงานพัฒนาชุมชนในปี 2563 สู่การปรับตัว Change for Good ด้วยการนำเทคโนโลยี ระบบ Digital มาปรับใช้ เช่นการจัดเก็บข้อมูล ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่ง ในการเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา โดยกรมฯ มีข้อมูลจำนวนมาก เน้นย้ำว่าการจัดเก็บข้อมูลต้องถูกต้องเป็นจริง รวดเร็ว และนำไปใช้วิเคราะห์ เปรียบเทียบย้อนหลัง และวางแผนต่อได้จริง

นายสุทธิพงษ์ ยังได้ฝากข้อคิดว่า “ให้ทุกคนสามัคคีกัน อยู่ด้วยกันแบบพี่น้อง รักกัน รวมถึงรักในงานพัฒนาชุมชนด้วย ผมเป็นอธิบดีฯ คนที่ 29 แล้ว มาแล้วก็ไป แต่พวกเราทุกคนยังต้องอยู่ ดังนั้นก็ขอให้อยู่กันอย่างมีความสุข”