ตำรวจฝากขังอดีตเจ้าอาวาสบังคับเณรอมนกเขาค้านประกันคดีมีอัตราโทษสูง

  • วันที่ 17 ต.ค. 2562 เวลา 14:23 น.

ตำรวจฝากขังอดีตเจ้าอาวาสบังคับเณรอมนกเขาค้านประกันคดีมีอัตราโทษสูง

กาญจนบุรี-อดีตเจ้าอาวาสบังคับเณรอมนกเขายังปฏิเสธทุกข้อหาขณะตำรววจนำตัวฝากขังศาลบ่ายนี้คัดค้านประกันตัวด้านคนสนิทเชื่อถูกจัดฉากมีผู้อยู่เบื้องหลังหวังใส่ร้ายวอนสอบข้อเท็จจริงให้ถี่ถ้วนก่อน

พ.ต.ท.นัฐพงศ์ เอกเผ่าพันธุ์ รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.หนองขาว จ.กาญจนบุรีและกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำหมายค้นเข้าตรวจค้นกุฏิอดีตเจ้าอาวาสวัดอินทาราม หรือ นายวินัย ฟักเขียว ที่วัดอินทาราม ซึ่งถูกบิดาของเด็กชายวัย13ปีว่า นายวินัยได้กักตัวเอาไว้ในกุฏิและบังคับให้อมอวัยวะเพศจนสำเร็จความใคร่นานนับเดือน

จากการตรวจค้นเบื้องต้นไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย แต่กล้องวงจรปิดบางตัวได้หายไป โดยเฉพาะบริเวณหน้าห้องน้ำ ซึ่งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจึงได้นำเซิร์ฟเวอร์ของกล้องวงจรปิดมาตรวจสอบเพื่อหาหลักฐาน

ด้านพ.ต.อ.สุวิทย์ ห่วงทอง ผกก.สภ.หนองขาว เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหากับอดีตเจ้าอาวาสแล้ว และเมื่อดูจากอายุของสามเณรผู้เสียหาย ปรากฏว่า การกระทำผิดแบ่งเป็น 2 ช่วงเวลา จึงได้แจ้ง 2 ข้อหา คือ 1.กระทำชำเราและอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และ 2.กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตามจนถึงขณะนี้ผู้ต้องหายังคงให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

คดีนี้มีการสอบปากคำไปแล้วด้วยกัน 6 ปาก พยานสำคัญที่สุดคือ"สามเณรผู้เสียหาย"ส่วนหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ทางพนักงานสอบสวนจะได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานมาประกอบในสำนวน เพื่อสรุปสำนวนส่งให้พนักงานอัยการพิจารณาฟ้องศาลต่อไป และคาดว่าในช่วงบ่ายนี้ทางพนักงานสอบสวนจะนำตัวผู้ต้องหาไปยื่นคำร้องขอฝากขังต่อศาล คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากคดีนี้มีอัตราโทษสูง และเป็นที่น่าสนใจ เพราะกระทบต่อสังคม ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลว่าจะให้ประกันหรือไม่

ขณะที่ นายสมศักดิ์ สำมะโน ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยถึงกรณีที่เกิดขึ้นว่า กรณีที่เกิดขึ้นแบ่งเป็น 2 ส่วนด้วยกัน คือ ส่วนที่หนึ่งเป็นเรื่องงานทางการปกครองของคณะสงฆ์ ซึ่งเจ้าคณะผู้ปกครองได้ให้พระรูปดังกล่าวลาสิขาไปแล้ว ส่วนที่สองเป็นเรื่องของคดีความ ซึ่งเป็นเรื่องของฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ และรวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อผู้เสียหายร้องทุกข์กล่าวโทษก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายไป

เนื่องจากกระบวนการตรงนี้มีการรวบรัดดำเนินการไปพร้อมกันระหว่างกระบวนการทางคณะสงฆ์และกระบวนการของฝ่ายบ้านเมือง เมื่อดำเนินการไปพร้อมกันก็ถือว่าขั้นตอนทางด้านการปกครองคณะสงฆ์ โดยเจ้าคณะอำเภอ ซึ่งท่านมีอำนาจทางการปกครองในการที่จะกำกับดูแลพระภิกษุสงฆ์ในปกครองของท่านให้ประพฤติปฏิบัติให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเมื่อท่านพิจารณาเห็นว่าพระภิกษุสงฆ์รูปดังกล่าวได้ประพฤติปฏิบัติไม่ชอบด้วยพระธรรมวินัย เป็นเหตุให้ต้องพ้นจากความเป็นสงฆ์ ขณะนี้ถือว่าท่านได้พิจารณาในเรื่องดังกล่าวไปเรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้การพ้นจากการเป็นพระภิกษุสงฆ์ จะพ้นได้ 2 ลักษณะใหญ่ คือ 1.การพ้นด้วยเหตุของการกระทำผิดพระธรรมวินัย 2.การพ้นด้วยการกระทำผิดกฎหมายอาญา ซึ่งในส่วนของพระรูปดังกล่าวมีพฤติกรรมบังคับให้สามเณรอมนกเขา จึงถือว่าเป็นการกระทำที่เป็นปาราชิกหนัก ซึ่งการเสพเมถุน ถือเป็นการปาราชิกหนักที่ทำให้พระรูปนั้นพ้นจากความเป็นสงฆ์ ดังนั้นการล่วงละเมิดทางเพศในลักษณะดังกล่าว จึงถือว่าพระสงฆ์รูปนั้นได้พ้นจากความเป็นสงฆ์ตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว ไม่จำเป็นต้องเปล่งวาจา

โดยเมื่อพิสูจน์ได้ว่าท่านให้สามเณรอมนกเขาเป็นที่แน่ชัดแล้ว ซึ่งสามเณรก็ได้เปิดเผยความจริงออกมา จึงถือว่าท่านพ้นจากความเป็นสงฆ์ไปแล้วตั้งแต่กระทำผิดวินัยสงฆ์ตอนนั้นแล้ว ซึ่งสามเณรได้ให้ข้อเท็จจริงกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยร่วมกับเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ ซึ่งปรากฏชัดเจนว่าเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ก็ถือว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายการกระทำผิดพระธรรมวินัย เป็นปาราชิกหนัก ในข้อที่ 1 ว่าด้วยการเสพเมถุน ซึ่งเป็นเรื่องของทางคณะสงฆ์ในการร่วมกันพิจารณา โดยทางเจ้าคณะผู้ปกครองท่านคงได้ใช้ดุลยพินิจและได้ใช้วิธีการที่แยบยลในการที่จะได้มาซึ่งข้อมูลทั้งหมด ท่านจึงตัดสินใจให้พระรูปนั้นลาสิกขา อย่างไรก็ตามถือว่าเจ้าคณะผู้ปกครองท่านได้ใช้ความละเอียดรอบครอบในการพิจารณาเรื่องดังกล่าวแล้ว

ส่วนการแต่งตั้งเจ้าอาวาสวัดรูปใหม่นั้น เป็นเรื่องของเจ้าคณะผู้ปกครองที่จะพิจารณาดำเนินการตามการปกครองของสงฆ์ ซึ่งการที่จะแต่งตั้งพระรูปใดนั้นก็แล้วแต่ทางคณะผู้ปกครองจะพิจารณาตามความเหมาะสมต่อไป

ด้าน นายคำนึง มูลทรัพย์ อายุ 72 ปี อยู่บ้านเลขที่ 122 หมู่ 10 ต.หนองขาว อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี คนสนิทอดีตเจ้าอาวาส ซึ่งมาสังเกตการณ์การเข้าตรวจค้นกุฏิของเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยนั้น กล่าวว่า อยากให้ฟังหลวงพ่อชี้แจงบ้าง ขณะที่เกิดเหตุภายในโบสถ์ก็มีพระรูปอื่นอยู่ด้วย ดังนั้นควรจะเชิญพระไปสอบถามข้อเท็จจริง สิ่งที่เกิดขึ้นจึงเหมือนเป็นการมัดมือชก ซึ่งทางญาติพี่น้องของหลวงพ่อก็อยากให้มีการสอบสวนข้อเท็จจริง ถ้าผิดก็ว่าไปตามผิด ซึ่งส่วนตัวไม่เชื่อคำให้การของพระลูกวัดและสามเณรที่ออกมาให้สัมภาษณ์ แต่เชื่อว่าเป็นการจัดฉากขึ้นมา และมีผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ เพื่อใส่ร้ายอดีตเจ้าอาวาส เพียงเพราะต้องการให้หลวงพ่อสึกเท่านั้น สำหรับพระลูกวัดและชาวบ้านในพื้นที่ก็แบ่งออกเป็นสองฝ่าย มีทั้งฝ่ายที่เชื่อและไม่เชื่อ แต่เชื่อว่าหลวงพ่อเป็นผู้บริสุทธิ์

ทั้งนี้ญาติของ นายวินัย ฟักเขียว หรืออดีตเจ้าอาวาส ได้เตรียมหลักทรัพย์ในการยื่นขอประกันตัวไว้จำนวน 900,000 บาท

 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ