จับขบวนการฟอกเงินแก๊งยาเสพติดข้ามชาติพบ 4 เดือนมีเงินหมุน 200 ล.

  • วันที่ 19 ก.ย. 2562 เวลา 11:54 น.

จับขบวนการฟอกเงินแก๊งยาเสพติดข้ามชาติพบ 4 เดือนมีเงินหมุน 200 ล.

นครราชสีมา-ตำรวจ.ภ.3 จับกุมขบวนการฟอกเงินเครือข่ายยาเสพติดประเทศเพื่อนบ้าน ตะลึงแค่ 4 เดือนมีเงินหมุนเวียนในบัญชีมากกว่า 200 ล้าน

นครราชสีมา-เมื่อ 19 ก.ย.ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 3 พล.ต.ต.คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปภัชเดช เกตุพันธุ์ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 3 แถลงผลการจับกุมขบวนการฟอกเงินของเครือข่ายค้ายาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยจับกุมผู้ต้องหาคือ นายวัชรภูมิ สุดหล้า อายุ 41 ปี อาศัยอยู่ในกทม.ในข้อหากระทำความผิดฐานฟอกเงิน

ทั้งนี้ ตำรวจได้ยึดของกลางเป็นธนบัตรไทย จำนวน 1,500,000 บาท ,ธนบัตรลาว จำนวน 55 ล้านกีบ หรือ ประมาณ 190,000บาท ,สมุดบัญชีธนาคารจำนวน 4 บัญชี และบัตร ATM จำนวน 5 ใบ ,รถยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้อ ฟอร์ด จำนวน 1 คัน ,โทรศัพท์มือถือจำนวน 5 เครื่อง ,สร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท, แหวนเพชร น้ำหนัก 1.8 กะรัต และหลักฐานอื่นๆ อีกรวม 24 รายการ

อย่างไรก็ตาม ชุดสืบสวนกองกำกับการสืบสวน 2 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3 ได้สืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน และวิเคราะห์เส้นทางการเงินของเครือข่ายค้ายาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในพื้นที่ชายแดนภาคอีสานตอนล่างหลายจังหวัด โดยพบว่า ผู้ต้องหาได้โอนเงินค่าซื้อขายยาเสพติดผ่านทางบัญชีธนาคารชื่อ นายเอ (นามสมมติ) จากการตรวจสอบบัญชีธนาคารพบว่า ในระยะเวลาเพียง 4 เดือน มีเงินหมุนเวียนในบัญชีธนาคารมากกว่า 200 ล้านบาท และเมื่อมีการโอนเงินเข้าก็มักจะมีการโอนเงินออกไปต่อเป็นทอดๆ อีกหลายบัญชี

ชุดสืบสวนจึงได้แกะรอยจนสามารถจับกุมนายวัชรภูมิช ได้ที่ธนาคารแห่งหนึ่งภายในห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จ.มุกดาหาร ขณะกำลังถอนเงินจากบัญชีธนาคารของตัวเอง ชุดสืบสวนพบว่า เป็นบัญชีธนาคารปลายทางของเครือข่ายยาเสพติด พร้อมตรวจยึดของกลางเงินสดได้จำนวนมาก

เบื้องต้นนายวัชรภูมิให้การปฏิเสธทุกข้อหาให้การว่า ตนเองได้เปิดธุรกิจร้านรับแลกเงินตราต่างประเทศ ที่เมืองอุทุมพร แขวงสะหวันเขต สปป.ลาว มักจะถอนเงินครั้งละ 500,000 – 5,000,000 บาท ที่มีลูกค้าโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร และนำเงินสดข้ามกลับไปที่ประเทศลาวเพื่อให้กับลูกค้า ตนไม่ทราบที่มาของเงินลูกค้าที่โอนเงินมา จะได้เงินค่าตอบแทนคิดตามจำนวนเงินที่ลูกค้าต้องการนำมาแลกเปลี่ยนเท่านั้น แต่เจ้าหน้าที่ไม่เชื่อในคำให้การแลได้แจ้งข้อหาสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป กระทำความผิดฐานฟอกเงิน ก่อนส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย

ข่าวอื่นๆ