ผจก.มูลนิธิวัดป่าหลวงตามหาบัวอัดกรมอุทยานฯโยนความผิดให้วัด

  • วันที่ 16 ก.ย. 2562 เวลา 18:05 น.

ผจก.มูลนิธิวัดป่าหลวงตามหาบัวอัดกรมอุทยานฯโยนความผิดให้วัด

ผจก.มูลนิธิวัดป่าหลวงตามหาบัวอัดกลับกรมอุทยานฯโดยความผิดให้วัดตลอดไม่รับผิดชอบ อีกทั้งกลืนน้ำลายตัวเองกรณีระบุเสือโคร่งที่ตาย 86 ตัวเป็นสายพันธุ์ไซบีเรีย

นายอธิธัช ศรีมณี อายุ 50 ปี ผู้จัดการมูลนิธิวัดป่าหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน จ.กาญจนบุรีให้สัมภาษณ์ว่า การที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระบุว่ากลุ่มเสือโคร่งที่ยึดไปจากวัดป่าหลวงตามหาบัวตายเกิดจากการเพาะพันธุ์ในครอบครัวเดียวกันจนเลือดชิดไม่มีภูมิคุ้มกันตัวเองที่ดีพอ จึงเป็นเหตุให้เสือป่วยตาย เป็นเพียงเหตุผลข้อกล่าวอ้างทางวิชาการเท่านั้น

ทั้งนี้ ที่ระบุว่า เสือโคร่งที่ตายส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์ไซบีเรีย ทางกรมอุทยานฯ ก็ผิดตั้งแต่แรกที่มาเอาเสือไปแล้ว เนื่องจากเสือโคร่งสายพันธุ์ไซบีเรีย ไม่ได้อยู่ในอำนาจของกรมอุทยานฯ ไม่ต่างจากสิงโตที่วัดเลี้ยงอยู่ 1 ตัว ที่กรมอุทยานฯ ไม่สามารถเอาไปได้ หรือหากระบุว่า เป็นเสือโคร่งสายพันธุ์เบงกอล ก็ไม่มีอำนาจเอาไปเช่นกัน

ทั้งนี้ กรมอุทยานฯกลืนน้ำลายตัวเอง เพราะเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมากรมอุทยานฯ มาเอาเสือไป อ้างว่า เสือเป็นทรัพย์สมบัติของแผ่นดิน แต่วันนี้กลับมาระบุว่า เสือดังกล่าวเป็นเสือสายพันธุ์ไซบีเรีย และมาโยนความผิดให้กับวัด เท่ากับกรมอุทยานฯ ไม่รับผิดชอบอะไรเลย ส่วนกรณีที่ระบุว่า เสือติดเชื้อตั้งแต่เอาไปจากวัด ขอชี้แจงว่า ในวันที่เจ้าหน้าที่อุทยานฯ มาเคลื่อนย้ายเสือไปมีสัตว์แพทย์ถึง 40 คน เป็นคนตรวจสุขภาพเสือทุกตัว แต่กลับมาโยนความผิดให้กับวัด ทั้งที่วันนั้นทางวัดไม่มีสัตวแพทย์มาร่วมตรวจแต่อย่างใด และหากเสือติดเชื้อก็คงออกอาการในช่วง 2-3 เดือนหลังจากที่มาเอาไปแล้ว

"ขณะที่เสืออยู่ที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ก็อยู่ในความดูแลของสัตวแพทย์ และเมื่อเสือป่วย สัตวแพทย์ก็จะต้องดูแล แต่กลับมาโยนความผิดให้กับทางวัดทั้งที่ผ่านมากว่า 3 ปีแล้ว จึงเป็นคำพูดที่ดูเหมือนไม่รับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง" นายอธิธัชกล่าว

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่กรมอุทยานฯ ได้กระทำต่อวัดแห่งนี้ จากเดิมมีนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยว ชาวบ้านมีอาชีพ มีรายได้ จังหวัดได้ผลประโยชน์จากการท่องเที่ยว แต่ปัจจุบันอยู่ในสภาพเงียบเหงา ต้องขอรับบริจาคอาหารและเงินเพื่อนำมาเลี้ยงสัตว์ที่ยังเหลืออยู่ภายในวัดนับพันตัว แต่วันนี้กรมอุทยานฯ ก็กลับมาโยนความผิดให้กับวัดอีกรอบ สิ่งที่สะเทือนใจอีกเรื่องก็คือ สื่อไทยมารุมถล่มโจมตีเหมือนวัดป่าหลวงตามบัวไม่ใช่แผ่นดินไทย และพยายามทำลายล้างวัดแห่งนี้ให้ได่

นายอธิธัชกล่าวว่า ทุกวันนี้ชาวกาญจนบุรี และ น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ได้จัดส่งอาหารและสัตวแพทย์มาช่วยดูแลสัตว์ในวัด อาทิ กวางรูซ่ากว่า 400 ตัว หมูป่าหลายร้อยตัว นกยูง ม้า และ วัว ควาย นับร้อยตัว แต่วัว กับ ควาย ทางวัด แบกภาระไม่ไหว หลวงพ่อจึงได้แบ่งให้มูลนิธิแห่งหนึ่งใน จ.ขอนแก่นมารับไปดูแลครึ่งหนึ่ง ของจำนวนทั้งหมด เพราะสงสารชีวิตความเป็นอยู่ของมัน จึงต้องตัดใจมอบให้ไปดูแลต่อ เนื่องจากวัวกับควายจะต้องกินอาหารต่อวันเป็นจำนวนมาก ไม่เหมือนเช่นสัตว์ชนิดอื่น

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ