ตำรวจเมินทำคดีงัดห้องเช่าทั้งที่ผู้เสียหายมีหลักฐานชัดจากภาพกล้องวงจรปิด

  • วันที่ 14 ก.ย. 2562 เวลา 20:53 น.

ตำรวจเมินทำคดีงัดห้องเช่าทั้งที่ผู้เสียหายมีหลักฐานชัดจากภาพกล้องวงจรปิด

สมุทรปราการ-ผู้เสียหายเช่าห้องพักถูกโจรงัดเอาทรัพย์สินมีหลักฐานจากภาพกล้องวงจรปิดไปแจ้งความไว้เมื่อ4วันก่อนตำรวจยังไม่ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

 

นายทศพล อมรสิทธินนท์ อายุ 32 ปี ผู้เสียหาย ซึ่งพักอาศัยอยู่ที่ห้องเช่าไม่มีชื่อภายในซอยวัดพุทธภาวนาราม หรือซอยตรากบ ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ได้นำภาพกล้องที่บันทึกภาพโฉมหน้าของคนร้ายที่เข้ามาก่อเหตุงัดห้องพักเข้าไปลักทรัพย์ภายในห้องของผู้เสียหายมูลค่าเกือบ 1 หมื่นบาทไป เหตุเกิดเมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 10 กันยายน ที่ผ่านมา

 

ในกล้องวงจรปิดได้บันทึกภาพพฤติกรรมของคนร้ายเป็นชายอายุประมาณ 30-35 ปี รูปร่างผอมสูงประมาณ 170 เซนติเมตร ไว้ผมสั้นคล้ายรองทรงสูง ใส่กางเกงยีนส์ขายาวสีดำ สวมเสื้อยืดคอปกสีดำแขนสั้นและสวมทับด้วยเสื้อแจ๊คเก็ตสีน้ำตาลออกเทาแขนยาว ในรองเท้าแตะทำที่เดินเข้ามาด้านหน้าอาคารห้องเช่าก่อนที่จะใช้กรรไกรงัดตัวล๊อกกุญแจ ที่หน้าห้องของผู้เสียหายเข้าไปรื้อค้นทรัพย์สินเป็นเศษเงินเหรียญ 10 บาทที่หยอดเอาไว้ในขวดน้ำขนาด 5 ลิตรจนเกือบเต็ม และกวาดเอาทรัพย์สินอื่น ๆ รวมมูลค่ากว่า 1 หมื่นบาท ก่อนเดินออกมาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นและย้อนกลับมาใช้กรรไกรงัดตัวยูล๊อกกุญแจที่หน้าห้องเช่าที่ 5 อีก แต่งัดไม่สำเร็จ จึงเปลี่ยนใจไปงัดสายยูห้องที่ 3 แต่ก็ไม่สำเร็จเช่นกัน ก่อนที่คนร้ายจะตัดสินใจเดินออกไปทางด้านหน้าอาคารโดยได้นำกรรไกรที่ใช้ก่อเหตุวางเอาไว้บนกำแพงรั้ว 

 

 

หลังผู้เสียหายกลับมาจากทำงานในช่วงเย็นและมาพบห้องถูกงัดจึงได้แจ้งนายชูชาติ ดุลยประภัสสร หรือผู้ใหญ่กบ  ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.ท้ายบ้านใหม่  เพื่อให้ประสานเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ แต่ก็ไม่มีใครเข้ามาตรวจสอบวันรุ่งขึ้น(12ก.ย.)ผู้เสียหายจึงได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.เมือง สมุทรปราการ

 

สำหรับที่เกิดเหตุเป็นอาคารสูง 3 ชั้น ห้องที่เกิดเหตุอยู่บริเวณชั้นล่างนางสดศรี สดุดี อายุ 77 ปี ผู้ดูแลหอพักดังกล่าว และลูกสาว พาผู้สื่อข่าวชี้จุดที่คนร้ายเข้ามาก่อเหตุ บริเวณห้องเช่าของผู้เสียหายห้องที่ 6 ซึ่งถูกคนร้ายวัดจนสายยูล๊อกแม่กุญแจหลุดออกมา และจุดอื่น ๆ ที่คนร้ายพยายามก่อเหตุในวันเดียวกัน และจุดที่เอากรรไกมาวางไว้บนกำแพงรั้วทางออก

 

 

 

นางสดศรี ผู้ดูแลห้องเช่าได้เล่าว่า ช่วงที่คนร้ายเข้ามางัดห้อง ตนนอนหลับอยู่ พอตื่นขึ้นมาก็เอาจดหมายของผู้เสียหายที่ตนรับไว้ไปวางที่หน้าห้องผู้เสียหาย แต่พอเดินไปถึงพบเห็นประตูห้องผู้เสียหายเปิดอยู่คิดว่าผู้เสียหายคงกลับมาจากทำงานแล้วจึงเปิดประตูเข้าไปพบว่า ข้าวของภายในห้องถูกลื้อกระจายเต็มห้องจึงมาเปิดกล้องวงจรปิดดูถึงได้รู้ว่ามีคนร้ายงัดห้องเข้าไปขโมยทรัพย์สิน จึงโทรไปแจ้งผู้เสียหายและผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 ให้มาที่เกิดเหตุ เพื่อประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ เพื่อหาตัวคนร้าย

 

ด้านนายทศพล ผู้เสียหายได้เล่าว่าได้ไปแจ้งความแล้วก็มีตำรวจติดต่อเข้ามาแต่ก็ยังไม่มาดูกล้องวงจรปิดและห้องที่เกิดเหตุแต่อย่างใด ทั้งที่เหตุเกิดมา 2-3 วันแล้ว

ข่าวอื่นๆ