ครอบครัวขอความเป็นธรรม! นร.หญิงม.6ถูกไฟไหม้ทั้งตัวหลังทำโครงงานส่งครู

วันที่ 09 ก.ย. 2562 เวลา 08:25 น.
ครอบครัวขอความเป็นธรรม! นร.หญิงม.6ถูกไฟไหม้ทั้งตัวหลังทำโครงงานส่งครู
สาว ม.6 ถูกไฟลุกไหม้ทั้งตัว ขณะทำโครงงานเผาถ่านส่งครู เพื่อแก้ผลสอบวิชาฟิสิกส์ที่ไม่ผ่าน ครอบครัวขอความเป็นธรรม หลังครูบอกอยากได้ค่าเสียหายให้ไปฟ้องร้องเอา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้คนในสังคมออนไลน์ได้แชร์ภาพและข้อความจากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “แซม คนบ้านนอก” ที่โพสต์ภาพน้องสาวขณะเข้ารับการรักษาอยู่ภายในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.ขอนแก่น เพื่อขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง โดยระบุข้อความว่า “ขอความช่วยเหลือหน่อยครับ น้องผมเกิดอุบัติเหตุโดนไฟไหม้ที่โรงเรียน สาเหตุคือนักเรียนสอบไม่ผ่านเลยไห้นักเรียนทำโครงงานเผาถ่าน จนเกิดอุบัติเหตุ แต่ครูประจำวิชาไม่รับผิดชอบ ต้องการหน่วยงานไหนก็ได้เข้ามาช่วยเหลือด้วยครับ”

ต่อมาผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปพบกับเจ้าของเฟซบุ๊กรายนี้ที่ บ้านหนองกอย หมู่3 ต.แดงใหญ่ อ.เมือง จ.ขอนแก่น เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงจากกรณีที่เกิดขึ้น

น.ส.วาสนา หรือ แอม นักเรียนชั้น ม.6 น้องสาวของเจ้าของเฟซบุ๊ก ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 ส.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่รวมกลุ่มทำโครงงานเผาถ่านจากเตาถ่านที่ทำขึ้นเองกับเพื่อน เพื่อแก้ผลการสอบกลางภาควิชา ฟิสิกส์ ที่ทุกคนในชั้นเรียน จำนวน 25 คน สอบไม่ผ่าน

"แต่ละคนก็จะมีวิธีการแก้ผลการสอบให้ผ่านตามที่ครูยื่นข้อเสนอมา 3 ข้อ ประกอบด้วย วิธีที่ 1 คือการสอบใหม่จนกว่าจะผ่าน วิธีที่ 2 คือการซื้อสิ่งของตามที่ครูต้องการมาส่ง และวิธีที่ 3 คือทำโครงงานเผาถ่าน ซึ่งตัวเองและเพื่อนอีก 4 คน ต่างเห็นพ้องต้องกันว่า จะเลือกวิธีที่ 3 เพราะเตาเผาถ่านนั้นตัวเองและเพื่อนในกลุ่มได้ทำไว้เมื่อตอนเรียนอยู่ชั้น ม.5 และคิดว่าเป็นการต่อยอดของการทำเตาเผาถ่านด้วย ส่วนวิธีที่ 1 นั้น ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าไม่สามารถสอบให้ผ่านได้ จึงไม่มีใครเลือกข้อนี้ และ ส่วนใหญ่จะเลือกวิธีที่ 2 คือซื้อของมาให้อาจารย์ตามที่สั่ง แต่ตนเองไม่อยากรบกวนเงินของพ่อแม่จึงจับกลุ่มกันได้ทั้งหมด 5 คน เพื่อแก้ผลการสอบด้วยวิธีการทำโครงงานเผาถ่านส่งครู"

น.ส.วาสนา กล่าวอีกว่า หลังจากตัดสินใจทำโครงงานทุกคนก็เริ่มต้นด้วยการหาฟืนเมื่อวันที่ 16-19 ส.ค.และใช้เลื่อยมือตัดเป็นท่อนใส่เข้าไปในเตาจนเต็มและพร้อมจะจุดไฟเผาถ่าน และช่วงเวลาดังกล่าวครูมาดู ทั้งยังแนะนำว่า ควรนำดินเหนียวมาปิดรูเตาไม่ให้เป็นรูรั่ว การเผาถ่านจะได้สำเร็จ จึงมีการจุดไฟเผาถ่านในเย็นวันเดียวกัน ต่อมาช่วงเย็นวันที่ 20 ส.ค. ตนเองและเพื่อนผู้หญิงได้ไปดูไฟที่เตาถ่าน ปรากฏว่าไฟดับ เพื่อนจึงไปหาครูที่ห้องพัก เพื่อปรึกษาในกรณีที่ไฟที่จุดเผาไม่ติด จะไปซื้อน้ำมันเบนซินมาราดและเผาได้หรือไม่ แต่เพื่อนไปแล้วไม่พบครู จึงได้คุยกันในกลุ่ม และออกเงินกันไปซื้อน้ำมันเบนซินรวม 20 บาท เมื่อได้น้ำมันมา ก็เอามาราดลงที่ปล่องด้านบน เพื่อความแน่ในว่าน้ำมันที่ราดลงในเตาเผานั้นไหลลงไปถึงไม้ด้านล่าง ตนเองจึงนั่งคุกเข่า ก้มลงไปมองในเตาเผา ไม่นานไฟก็ลุกพรึบออกมาลวกตามลำตัวใบหน้าของตัวเองและเพื่อนนักเรียนหญิง

"ตอนนั้นไม่มีใครช่วย กระทั่งพ่อไปรับที่โรงเรียนมาเจอพอดี จึงพาตนเองและเพื่อนไปหาครูและผู้อำนวยการ จึงได้ถูกส่งไปที่ รพ.น้ำพอง และรักษาตัวที่รพ.น้ำพอง 1 วัน จากนั้นถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.ขอนแก่น เป็นเวลา 1 สัปดาห์จึงได้ออกมาจาก รพ.มาอยู่บ้าน หลังเกิดเรื่องไม่กล้าไปโรงเรียน เพราะกลัวครูจะมีอคติ เนื่องจากว่า หลังเกิดเหตุ ครูเคยไปเยี่ยมและคุยโทรศัพท์กับพี่ชายว่า ไม่รับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้น อยากได้ค่าเสียหายให้ไปฟ้องเอาเอง เพราะเหตุการณ์ทั้งหมดนักเรียนทำตัวเอง ไม่เกี่ยวกับครูและทางโรงเรียน ด้วยเหตุนี้จึงไม่กล้าไปเรียนหนังสือ จึงได้แจ้งพักการเรียนกับผู้อำนวยการโรงเรียน เพื่อพักรักษาตัวตามแพทย์สั่ง เนื่องจากเกรงว่าแผลจะติดเชื้อ"

ขณะที่นายโอฬาร พี่ชายของน.ส.วาสนา และเป็นคนโพสต์เฟซบุ๊ก กล่าวว่า หลังเกิดเหตุ ครูที่สอนวิชาฟิสิกส์ไปเยี่ยมที่โรงพยาบาล 1 ครั้ง จากนั้นก็มีเพียงการพูดคุยทางโทรศัพท์ ซึ่งจากการพูดคุยครูไม่รับผิดชอบช่วยเหลืออะไรเลย บอกเพียงว่าอยากได้ให้ไปฟ้องเอา จึงเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.น้ำพองและให้น้องสาวพักการเรียนไว้ก่อน จนกว่าบาดแผลจะหายและแพทย์ลงความเห็นว่าปลอดภัย จึงจะให้ไปเรียน

"เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องน่าคิด เพราะนักเรียนทั้งห้อง 6/1 จำนวน 25 คน สอบตกวิชาฟิสิกส์ทั้งชั้น แล้วครูยังให้นักเรียนเลือกที่จะผ่านวิชาดังกล่าวตามที่ครูเสนอ ทั้งสอบซ้ำๆหลายครั้ง ซื้อสิ่งของให้ครู และการเผาถ่าน ซึ่งการเผาถ่านนั้น ดูแล้วเป็นเรื่องที่ไม่น่ายาก แต่ครูไม่มาคอยแนะนำ ดูแล ปล่อยให้นักเรียนทำเอง จนเกิดเรื่อง จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับน้องสาวและเพื่อนๆไปพิจารณาด้วยว่าสมควรหรือไม่"นายโอฬารกล่าว

นายโอฬาร กล่าวว่า การรักษาพยาบาลของน้องสาว ที่ผ่านมา ใช้สิทธิ์ประกันอุบัติเหตุของทางโรงเรียน และใช้สิทธิ์ 30 บาท ซึ่งก็ไม่มีปัญหาอะไร จริงๆแล้วไม่อยากมีเรื่อง ถ้าครูรายนี้มีน้ำใจกับน้องๆบ้าง ไม่ใช่ท้าทายให้ไปฟ้องร้องเช่นนี้ ซึ่งในครอบครัวปรึกษากันแล้วว่า จะเข้าร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่นดำเนินการให้ถึงที่สุดต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต