ลูกชายแสบโทรหลอกพ่อแม่ถูกแก๊งเงินกู้จับเรียกค่าไถ่

วันที่ 05 ก.ย. 2562 เวลา 16:17 น.
ลูกชายแสบโทรหลอกพ่อแม่ถูกแก๊งเงินกู้จับเรียกค่าไถ่
อุดรธานี-โอละพ่อ! สองสามีภรรยาขึ้นโรงพักไปขอถอนแจ้งความจับไต๋ลูกชายได้หลอกว่าถูกแก๊งเงินกู้จับไปเรียกค่าไถ่ ตำรวจชี้ยังไม่เป็นคดีความแต่เตือนทำอะไรขอให้คิดดีเสียก่อน

เมื่อวันที่ 5 ก.ย.62 นายวิเชียร เบ้าคำ อายุ 47 ปี และนางจรรยา เบ้าคำ อายุ 45 ปี สองสามีภรรยา เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.สรายุทธ ฉ่ำผิว ผกก.สภ.เมืองอุดรธานีแจ้งว่าตามที่ได้มาแจ้งความว่าบุตรชายอายุ 27 ปีถูกแก๊งเงินกู้นอกระบบอุดรธานีจับไปกักขังไว้ที่ อ.หนองวัวซอเพื่อเรียกค่าไถ่ 4 หมื่นบาทเมื่อคืนตอนตี 4 ลูกชายโทรมาจากการพูดคุยเชื่อว่าไม่ได้ถูกจับตัวไป

สองสามีภรรยาเล่าว่า นายอนุชา หรือเต้ย เป็นลูกชายคนโต มีลักษณะกระตุ้งกระติ้ง มีนิสัยรักสวยรักงาม ชอบดูหมอลำ เรียนจบปริญญาตรีมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งใน จ.สกลนคร และไปทำงานเป็นครูโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งที่ อ.เซกา จ.บึงกาฬ ได้ 2 ปี ได้ลาออก โดยลูกบอกว่าจะมาทำงานที่ สนง.พื้นที่เขตการศึกษา จ.อุดรธานี เย็นวันที่ 2 กันยายน ลูกชายได้โทรมาบอกว่า ติดหนี้แก๊งเงินกู้นอกระบบ 40,000 บาท ถูกจับมากักขังเรียกค่าไถ่ ให้พ่อและแม่โอนเงินเข้าบัญชีของลูกไถ่ตัวด้วย

“พ่อเป็นลูกจ้างฟาร์มหมูมีเงินเดือนแค่ 1 หมื่นบาท ปรึกษากันว่าจะไปกู้ยืมเงินไปไถ่ตัวลูก เป็นห่วงเกรงว่าลูกจะได้รับอันตราย จึงไปแจ้งความที่ สภ.วานรนิวาส แต่ตำรวจแนะให้มาแจ้งที่ จ.อุดรธานี วันต่อมาจึงเดินทาง จ.อุดรธานี เมื่อโทรหาลูกอีกบอกว่าถูกนำตัวไปกักขังไว้ที่จ.เลยจึงตัดสินใจมาแจ้งตำรวจเมืองอุดรธานี ตำรวจได้ให้โทรหาลูก และขอพูดกับแก๊งทวงหนี้แต่ลูกไม่ให้พูดกับแก๊งและตำรวจบอกว่าจากสัญญาณโทรศัพท์ลูกไม่ได้อยู่ที่ จ.เลย ก็สงสัยว่าลูกชายจะโกหก ”

สองสามีภรรยาเล่า กล่าวต่อว่า ครั้งแรกที่ลูกบอกว่าถูกจับเรียกค่าไถ่ ใจแทบขาด กินไม่ได้นอนไม่หลับ เช้ามืดวันนี้ลูกโทรมาหา จากการพูดคุยเชื่อว่าลูกหลอกแต่ก็ไม่โกรธให้อภัยเสมอ ลูกอาจจะเป็นหนี้ที่ยืมเพื่อนไม่กล้าบอกความจริงจึงวางแผนหลอกเอาเงิน ลูกเคยทำแบบนี้มาหลายครั้ง สมัยที่ยังเรียนที่มหาวิทยาลัยครั้งละ 5,000-10,000 บาท เชื่อว่าลูกคงเป็นหนี้เพื่อน ไม่ใช่แก๊งทวงหนี้ อยากจะให้ลูกกลับบ้านก่อนหนี้สินที่มีอยู่อย่างไรก็ต้องใช้เขา มาเล่าเรื่องให้พ่อแม่ฟัง เพื่อแก้ปัญหาด้วยกัน

พ.ต.อ.สรายุทธ ฉ่ำผิว ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี ตำรวจได้ตรวจสอบว่า ถูกจับเรียกค่าไถ่จริงหรือไม่ ก็พบว่าเป็นไม่ความจริงยังอยู่ที่ อ.เมือง จ.สกลนคร และโทรศัพท์หาพ่อ แม่ และญาติ ไม่นานคงจะกลับบ้าน ตร.ก็ยังจะช่วยตามหาอีกทาง ด้านคดีคงจะไม่ดำเนินคดีกับใคร เพราะลูกโกหกพ่อแม่เพราะอยากได้เงิน ส่วนพ่อแม่เป็นห่วงลูกจึงมาแจ้งตำรวจให้ช่วย แต่อยากจะเตือนว่า จะทำอะไรควรคิดให้ดี อาจจะสร้างความเดือนร้อน เพราะคดีลักพาตัว ตำรวจต้องมาตรวจสอบ ว่าเป็นคดีเกี่ยวกับอาชญากรรมหรือไม่ เกี่ยวข้องกับใครบ้าง.