เจ้าของชะลอก่อสร้างเดอะพีคฯภูเก็ตแจงซื้อที่ดินจากตำรวจทำตามกม.ทุกขั้นตอน

  • วันที่ 21 ส.ค. 2562 เวลา 15:05 น.

เจ้าของชะลอก่อสร้างเดอะพีคฯภูเก็ตแจงซื้อที่ดินจากตำรวจทำตามกม.ทุกขั้นตอน

ภูเก็ต-เจ้าของเดอะพีค เรสซิเดนท์ ตัดสินใจชะลอโครงการแจงซื้อที่ดินจากนักธุรกิจตำรวจยืนยันทำทุกอย่างตามกฎหมาย

กรณีนาย สิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐได้ขอให้จังหวัดภูเก็ตตรวจสอบโครงการก่อสร้างเดอะพีค เรสซิเดนท์ ในเอกสารสิทธิที่ดินการออกใบอนุญาตก่อสร้างและผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการก่อสร้าง และจังหวัดภูเก็ตจึงได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและต้องสรุปรายงานผลการตรวจสอบให้เสร็จภายใน30วัน

โครงการ เดอะพีค เรสซิเดนท์ มี เอกสารสิทธิที่ดิน น.ส.3 ก เลขที่ 1863 หมู่ที่ 2 ตำบลกะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต เนื้อที่ 17 ไร่ 1 งาน 4 ตารางวา เป็นที่ดินที่ถูกเพิกถอนโดยคำสั่งศาลปกครองนครศรีธรรมราช และกรมที่ดินได้อุทธรณ์จึงต้องรอคำสั่งศาลปกครองสูงสุด ขณะเดียวกันเจ้าของที่ดินได้อุทธรณ์ไปที่ศาลปกครองสูงสุดด้วย ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด

นายมนัสนันท์ นรารัตน์วันชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท กะตะบีช จำกัด ผู้บริหารโครงการเดอะพีค  เรสซิเดนท์ แถลงว่าบริษัทฯได้ซื้อที่ดินมาจากนักธุรกิจเป็นตำรวจ ตามสัญญาซื้อขายที่ดิน โดยทำตามขั้นตอนกระบวนการของกฎหมายที่ดินแปลงนี้ขอให้เข้าใจชัดเจนว่า ผู้ขายที่ดินให้กับบริษัทฯไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการ และเป็นผู้เดียวที่เป็นเจ้าของโครงการฯที่ดินแปลงนี้ ศาลปกครองชั้นต้นให้พิพากษาเพิกถอนขึ้นกับดุลพินิจของศาลในการพิพากษา ส่วนเจ้าหน้าที่ของรัฐทำตามหน้าที่ ไม่มีส่วนได้เสียกับโครงการฯไม่มีผู้ใดเอื้อนายทุนในการดำเนินธุรกิจ ได้ทำอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

จากการที่สังคมมีคลิปด่าว่ากันในกรณีการตรวจสอบที่ดินแปลงนี้ ความจริงแล้วเราทุกคนอยู่ในสังคมไทย ซึ่งบริษัทฯจะชะลอการก่อสร้างโครงการฯ รอคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ในการชะลอการก่อสร้างเพื่อให้บุคคลที่เกี่ยวข้องห่วงใยโครงการฯท้วงติงโครงการฯ ถ้าไม่มีใครยอมถอยจะอยู่อย่างไรในสังคม มีการเถียงกันในเรื่องนี้ได้ประโยชน์อะไร ภาพลักษณ์ของโครงการ ของจังหวัด ของประเทศ การชะลอการก่อสร้าง โครงการฯเสียหายแน่นอน การชะลอการก่อสร้างทำให้ไม่สามารถส่งมอบให้กับลูกค้า ทางบริษัทฯยินดีน้อมรับความเสียหาย เพียงแต่ว่าผู้เกี่ยวข้องมีข้อห่วงใยโครงการฯ เราจะถอยหลังคนละก้าว กลับไปทบทวนบทบาทตัวเอง เราจะชะลอการก่อสร้าง อาคาร 4 ชั้น 4 อาคาร ในพื้นที่ทั้งหมด 18 อาคาร ที่ยังไม่ขึ้นจะไม่ก่อสร้างเพื่อรอคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด

แต่สิ่งที่บริษัทฯต้องทำตอนนี้ คือ ทำตามหนังสือของเทศบาลตำบลกะรนที่สั่งการให้ทางบริษัทฯทำกำแพงกันดิน บ่อหน่วงน้ำ เพื่อลดผลกระทบที่อยู่ด้านล่างไม่ให้คนข้างล่างได้รับผลกระทบกับอาคารที่ขึ้นโครงสร้างและส่วนต่างๆของโครงการฯอีกหลายอย่างที่ได้เตรียมไว้ ต้องเข้ามาติดตั้งให้เสร็จที่ต้องทำในส่วนนี้ตามแนวทางที่เทศบาลตำบลกะรนกำหนดให้และได้ทำหนังสือตอบกลับไปยังเทศบาลตำบลกะรนแล้ว รวมทั้งต้องทำถนนคอนกรีตภายในโครงการไม่ให้กระทบสิ่งแวดล้อม

“วันนี้ ยอมถอยเพื่อลดข้อพิพาทของสังคม หวังว่าทุกคนคงเข้าใจในความเป็นคนไทยและทำเพื่อทบทวนบทบาทตัวเอง ในความเป็นคนไทย เราคุยกันได้ทุกเรื่อง วันนี้ ที่ออกมาพูดถือว่ายอมรับความเสี่ยงเป็นอย่างมาก และยินดีน้อมรับคำพิพากษาของศาล ยินดียอมรับผลกระทบ ซึ่ง การชะลอโครงการฯ ทั้งเอเย่นต์ของบริษัท และลูกค้า ไทย จีน ฝรั่ง ที่มาซื้อโครงการฯ ทุกคนรับรู้ร่วมกันโดยผลกระทบกับลูกค้าทางบริษัทฯต้องรับผิดชอบ" นายมนัสนันท์ กล่าว

โครงการเดอะพีค เรสซิเดนท์ มีมูลค่าโครงการฯ 2,100ล้านบาท เป็นคอนโดฯและ วิลล่า เป็นอาคารชุดพักอาศัยรวม มีคอนโดฯทำส่งมอบให้กับลูกค้าแต่ละห้อง และบางส่วนเป็นอาคารพาณิชย์ อยู่ในกระบวนการยื่นขอออกโฉนด ทางบริษัท ฯ มี น.ส.3ก.ไม่มีโฉนดลูกค้าแบ่งเป็น 2 แบบ คือ 1.ซื้อแบบกรรมสิทธิ์เด็ดขาด 2.ซื้อแบบสิทธิการเช่า ถ้าไม่มีโฉนดให้เขาเราให้สิทธิการเช่าได้ส่วนคนที่ซื้อกรรมสิทธิ์ต้องต่อรองลดราคาให้เขาแต่ละรายให้ใช้อาคารได้เหมือนเดิมแต่ไม่มีกรรมสิทธิ์

นายมนัสนันท์ กล่าวอีกว่า การแถลงข่าวของโครงการฯทุกครั้ง จะมีการตอบกลับมาจากลูกค้าอย่างดีมากหลายคนไม่มีใครเอาเงินคืนและยินดีจะรอ ให้เราสู้อย่าท้อถอย ให้กำลังใจเรามาก ทางบริษัทฯมีหน้าที่ปกป้องลูกค้า ส่วนใหญ่ซื้อหมดแล้วอีก 1 ปีจะโอนให้ลูกค้า แต่เมื่อเกิดปัญหาขึ้นมาทำให้ส่งมอบไม่ทันตามกรอบสัญญาต้องจ่ายค่าปรับไป เรามีทั้งวิลล่าและอาคารชุดแต่จดทะเบียนเป็นอาคารชุดคอนโด การทำคอนโดฯนี้มีผลกระทบมาตลอด ต้องแก้ปัญหาให้ได้ขอยืนยันปัญหาที่เกิดขึ้นรับได้กล้าออกมาแถลงข่าวเพราะต้องดูแลลูกค้า

ถ้าศาลฯพิพากษาเป็นอย่างอื่นทางบริษัทฯและลุกค้าจะฟ้องเรียกค่าเสียหายกับคนที่ทำให้เราได้รับความเสียหาย และที่ดินตรงนี้ ไม่ใช่ที่ป่าไม้ ไม่ใช่ที่สาธารณะ เป็นที่ดินนอกเขตป่า เป็นที่ดินของเอกชน ผ่านการตรวจสอบตามขั้นตอนของคณะกรรมการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ในเรื่องความลาดชัน และส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทำตามกฎหมายกำหนด ถ้าศาลฯพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น เราต้องหยุดหมดเลย ไม่สามารถใช้ประโยชน์บนที่ดินนี้ได้ จากนั้นสิทธิ์ของบริษัทฯยังอยู่เหมือนเดิม ในคดีนี้ โจทก์ มีชื่อ บุคคล( ส ) จำเลย คือ สำนักงานที่ดิน มีผู้ร้องสอด ชื่อ (ส) เหมือนกัน ที่ศาลเรียกให้เข้ามาเป็นผู้ร้องสอด ส่วนทางบริษัทฯไม่รู้เรื่องด้วย ตามสิทธิ์ของบริษัทฯยังเหมือนเดิม ถ้ามีพยานหลักฐานไม่ตรงตามคำวินิจฉัยของศาลฯ จะนำสู่ศาลปกครองใหม่ได้

"การทำการก่อสร้างโครงการฯนี้ได้รับผลกระทบหลายอย่างมาก ไม่เคยโกรธใคร เราทำธุรกิจเป็นเรื่องของมนุษย์ที่ต้องเดินหน้าใช้ชีวิตต่อไป ถ้ารู้มาก่อนว่าที่ดินแปลงนี้มีข้อพิพาท ไม่ท้อใจยอมรับความจริงและจะแก้ไขปัญหาต่อไปและไม่สามารถล่วงรู้ได้ว่าศาลฯตัดสินเสร็จเมื่อไหร่ ได้แต่รอผลการพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดต่อไป"นายมนัสนันท์ กล่าว

ด้าน นายทวี ทองแช่ม นายกเทศมนตรีตำบลกะรน กล่าวว่า บริษัท กะตะบีช จำกัด มายื่นขออนุญาตก่อสร้างโครงการเดอะพีค เรสซิเดนท์ ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคารพ.ศ.2522 เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2560 ทางโครงการฯไม่สามารถนำโฉนดฉบับจริงมาแสดงได้ มี น.ส.3 ก. และเทศบาลฯอนุญาต ตามแบบ อ.1 เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 ซึ่ง โครงการเดอะพีคฯเป็นโครงการประเภทอาคารอยู่อาศัยรวม (อาคารชุด) มีจำนวนห้องชุด 444 ห้อง แยกเป็นห้องชุดอยู่อาศัย จำนวน 436 ห้อง อาคารพาณิชย์ จำนวน 8 ห้อง เป็นอาคาร2-5ชั้น จำนวนหลายอาคาร ขณะนี้ได้ทำการก่อสร้างไปแล้ว 65%

ต่อมา เทศบาลตำบลกะรน ได้รับการร้องเรียนจากบริษัท กะตะธานี จำกัด เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2562 เรื่อง ผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากกากร่อสร้างโครงการ เดอะพีค ฯ ทางเทศบาลฯจึงทำหนังสือสั่งให้ระงับการก่อสร้างอาคารไว้ก่อน ลงวันที่ 16 สิงหาคม 2562 เป็นไปตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม ของโครงการเดอะพีคฯให้เจ้าของโครงการฯดำเนินการแก้ไขปัญหาและแจ้งสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบเพื่อหาแนวทางหรือมาตรการในการแก้ปัญหา รวมทั้งจะมีการติดตามตรวจสอบต่อไป

ข่าวอื่นๆ