ยกแรกจบสวย!ครูปรีชายอมถอนฟ้องหมิ่นประมาททนายตั้ม

วันที่ 08 ส.ค. 2562 เวลา 19:52 น.
ยกแรกจบสวย!ครูปรีชายอมถอนฟ้องหมิ่นประมาททนายตั้ม
กาญจนบุรี-ศาลไกล่เกลี่ยครูปรีชายอมถอนฟ้องทนายตั้มข้อหาหมิ่นประมาท ทั้งสองฝ่ายยอมขอโทษจบลงด้วยดี ส่วนคดีหมวดจรูญยื่นคำร้องให้ศาลพิจารณาถอนอายัดเงินในบัญชี 30 ล้านลุ้นฟังคำสั่ง 22 ส.ค.นี้

เมื่อวันที่ 8 ส.ค. นายปรีชา ใคร่ครวญ หรือ ครูปรีชา พร้อมด้วย นายวรยุทธ บุญวงศ์ใส ทนายความได้ออกจากห้องพิจารณาคดีกรณีนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม จึงได้ยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อขอให้มีคำสั่งถอนอายัดเงินในบัญชีธนาคารของ หมวดจรูญ กรณีถูกหวยงวดประจำวันที่ 1 พ.ย.60 เลข 533726 จำนวน 1 ชุด 5 ใบ เป็นเงินจำนวน 30 ล้านบาท หลังศาลพิพากษายกฟ้อง ร.ต.ท.จรูญ วิมูล หรือหมวดจรูญ อดีตข้าราชการตำรวจ สภ.บ่อพลอย อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรีเมื่อวันที่ 4 มิ.ย.

นายวรยุทธ เปิดเผยว่า ในช่วงเช้าเป็นการไต่สวนมูลฟ้องกรณีที่ครูปรีชาฟ้อง ทนายตั้ม ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา แต่ก่อนที่จะมีการไต่สวนมูลฟ้อง ศาลได้มีการไกล่เกลี่ยกันก่อน และสามารถตกลงและไกล่เกลี่ยกันได้ จึงมีการถอนฟ้องคดีกันไป เรื่องก็จบลงกันไปด้วยดี ส่วนในช่วงบ่ายได้มีการไต่สวนคำร้องการขอถอนอายัดเงินของฝ่ายจำเลย ซึ่งทางจำเลยก็ได้นำสืบจำนวน 2 ปาก และได้มีการซักค้านกันเรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ตาม ศาลได้นัดฟังคำสั่งในวันที่ 22 ส.ค.62 เวลา 09.30 น. สำหรับคดีแพ่งยังไม่มีการยื่นอุทธรณ์ แต่ได้ยื่นอุทธรณ์ในคดีหลักก็คือคดีอาญา ซึ่งโจทก์ได้ยื่นขอขยายอุทธรณ์มาแล้วครั้งหนึ่ง และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ซึ่งศาลได้อนุญาตให้ยื่นขยายอุทธรณ์ครั้งที่ 2 ได้ถึงวันที่ 1 ก.ย.62

ส่วนการที่ฝ่ายจำเลยยื่นคัดค้านการยื่นขอขยายอุทธรณ์ของโจทก์นั้น ยังไม่เห็นคำร้องในสำนวนในการคัดค้าน ซึ่งการยื่นขยายคำร้องขอขยายเป็นเรื่องระหว่างตัวคู่ความกับศาลอยู่แล้ว ส่วนการที่ฝ่ายจำเลยจะยื่นคัดค้านก็เป็นสิทธิ์เช่นกัน แต่ตนยังไม่เห็นคำร้องในการคัดค้านแต่อย่างใด

สำหรับ การยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ในคดีที่ ครูปรีชา เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง หมวดจรูญ ในข้อหายักยกทรัพย์และรับของโจร ซึ่งถือเป็นคดีหลัก ทางศาลได้อนุญาตให้ขยายเวลาออกไปจนถึงวันที่ 1 ก.ย.62 เป็นการยื่นขอขยายเวลาออกไปเป็นครั้งที่ 2 ตนได้ให้เหตุผลในหลายสาเหตุ แต่ตนได้ใช้เหตุผลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ก็คือเป็นเหตุสุดวิสัยหรือมีเหตุจำเป็นอื่นอันมิอาจก้าวล่วงได้ ซึ่งเป็นการใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามสำหรับคดีอาญาซึ่งเป็นคดีหลักคาดว่าจะใช้เวลาในชั้นศาลประมาณ 5 ปี

ด้าน ครูปรีชา กล่าวถึงกรณีการถอนฟ้อง ทนายษิทราว่า ความจริงไม่ได้มีเรื่องโกรธเคืองอะไรกัน เพียงแต่ว่าถูกละเมิดสิทธิ์ จึงต้องมาใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย แต่เมื่อมีการพูดคุยกัน และสร้างความเข้าใจกันได้ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี

ในเวลาต่อมา ร.ต.ท.จรูญ วิมูล นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความส่วนตัว และ นายอาคม คงสวัสดิ์ ทนายความ พร้อมด้วยนางลาวัลย์ วิมูล ภรรยาของหมวดจรูญ ก็ได้ออกมาพบสื่อมวลชนเช่นกัน โดย นายษิทรา เปิดเผยว่า ฝ่ายจำเลยมีการสืบพยานจำนวน 2 ปาก ปากแรก ตน ส่วน ร.ต.ท.จรูญ เป็นปากที่ 2 สำหรับฝ่ายโจทก์ไม่มีพยานจึงเสร็จสิ้นการพิจารณา และศาลได้นัดฟังคำสั่งในวันที่ 22 ส.ค.62 เวลา 09.30 น. ก็ต้องมาลุ้นกันว่า ศาลชจะมีคำสั่งให้ถอนอายัดเงินที่ได้อายัดเอาไว้หรือไม่ หากมีคำสั่งถอนอายัดก็จะต้องมาดูว่า มีเงื่อนไขอะไรหรือไม่ แต่หากมีคำสั่งยกเลิกคำสั่งเดิมเราก็สามารถนำเงินออกไปใช้ได้ทันที ซึ่งขณะนี้ความจริงออกมาค่อนข้างชัดเจนแล้ว อีกทั้งเป็นศาลเดียวกัน ดังนั้นจึงคาดหวังว่าเราจะได้ความเป็นธรรม

สำหรับ คดีที่ ครูปรีชาฟ้องตนในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ศาลได้ไกล่เกลี่ยได้มีการพูดจากันจนเข้าใจทั้งสองฝ่าย ตนในฐานะที่เป็นเด็กกว่าจึงกล่าวขอโทษทั้ง ทนายวรยุทธ และทางครูปรีชา ซึ่งหลังจากที่ขอโทษแล้วทางครูปรีชา ก็ได้มีการกล่าวขอโทษตนด้วย รวมทั้งขอโทษร.ต.ท.จรูญ และขอโทษทนายอาคมด้วยว่า ถ้าหากมีอะไรล่วงเกิน จึงทำให้เรื่องนี้จบลงไป แต่เรื่องนี้ไม่มีเงื่อนไขเชื่อมโยงกับคดีอื่น โดยจบเฉพาะคดีหมิ่นประมาทเพียงคดีเดียวเท่านั้น

ด้าน ร.ต.ท.จรูญ เปิดใจว่า ไม่ได้รู้สึกหนักใจอะไร แต่ต้องรอให้ศาลเมตตา เพราะเวลาก็ล่วงเลยมาเกือบ 2 ปีแล้ว ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดก็เริ่มกระจ่างขึ้นมามากแล้ว ถึงแม้จะยังไม่สิ้นสุดก็ตาม แต่ก็ยังรอความเมตตาจากศาลอยู่