ผบช.สตม.จี้ติดคดีจับนักธุรกิจไทยเรียกค่าไถ่ในสปป.ลาว

วันที่ 31 ก.ค. 2562 เวลา 18:08 น.
ผบช.สตม.จี้ติดคดีจับนักธุรกิจไทยเรียกค่าไถ่ในสปป.ลาว
ผบช.สตม.ประชุมหลายฝ่ายจี้ติดคดีจับตัวนักธุรกิจไทยถูกจับตัวเรียกค่าไถ่ในสปป.ลาว ย้ำได้รับความร่วมมือจากเพื่อนบ้านอย่างดีสู้กับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ใช้สองประเทศเป็นฐานในการกระทำความผิด

เมื่อวันนี้ 31 ก.ค. พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.สตม. , พล.ต.ต พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผบก ตม. 5 , พล.ต.ต จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป พล.ต.ต.ยุทธชัย พวงประเสริฐ ผบก.ภ .จว. เชียงราย พ.ต.อ. แมน แม่นแย้ม ผกก. 4 บก. ป ,น.อ.วุฒิชัย ภู่เจริญยศ ผบ.นรข. นายประสงค์ หล้าอ่อน นายอำเภอเชียงแสน? ตัวแทนกระทรวงต่างประเทศ พร้อมเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายได้ประชุมติดตามความหน้าในการข่วยเหลือ นายสิงห์แก้ว วงค์ใหญ่ ผู้เสียหายที่ถูกจับตัวเรียกค่าไถ่ในสปป.ลาว และ สามารถหลบหนีจากที่คุมขัง และได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ สปป.ลาว ขณะนี้อยู่ระหว่างทางการ สปป.ลาว กำลังสืบสวนสอบสวน ขยายผล และติดตามหาตัวคนร้ายใน สปป.ลาว

ทั้งนี้ ความคืบหน้าในที่ประชุม ฝ่ายปกครองได้ชี้แจงว่า ผวจ.เชียงรายได้สั่งการให้มีการประสานกับทางการ สปป.ลาว โดยใกล้ชิดและในวันเดียวกันนี้เจ้าแขวงบ่อแก้ว ได้มีการประชุมบริหารที่แขวงบ่อแก้วด้วยเช่นกัน และจะมีการยกประเด็นนี้เข้าหารือ และเร่งรัดการดำเนินการในฝั่ง สปป.ลาวอีกส่วนหนึ่งด้วย

ขณะที่ ผู้แทนกระทรวงต่างประเทศ ชี้แจงว่า ได้ดำเนินการประสานในช่องทางการทูตไปเรียบร้อยแล้ว ทางการสอบสวนในฝั่งไทย สภ. เชียงแสนได้มีการสอบสวนปากคำผู้เสียหาย พยาน เจ้าหน้าที่ สตม. บัญชีธนาคารของคนไทยที่ใช้รับโอนเงินตามที่ฝ่ายคนร้ายให้มาได้มีการอายัด และออกหมายเรียกไปเรียบร้อย ฝ่ายสืบสวนกำลังติดตามตัวอีกส่วนหนึ่ง

สำหรับ ในส่วนทหารในพื้นที่ ผบ.นรข.ซึ่งมีความสัมพันธ์อันดีกับ ทหาร และฝ่ายความมั่นคง ของ สปป.ลาว ได้ติดตามประสานงานตั้งแต่วันที่ 28 ก.ค.ที่ได้รับแจ้งมา โดยจากการประสาน จึงทำให้กองกำลังทางสปป.ลาว มีการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และกดดัน จนนำไปสู่การช่วยเหลือนายสิงห์แก้วได้สำเร็จ และ ฝ่ายความมั่นคง สปป.ลาว จะช่วยดูแลความปลอดภัยเป็นอย่างดี

พล.ต.ท.สมพงษ์ กล่าวว่า ความร่วมมือของทุกๆฝ่ายในครั้งนี้ ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีอย่างยิ่ง ทั้งในเรื่องความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศ ความใกล้ชิดแน่นแฟ้นระดับเจ้าหน้าที่ รวมไปถึงความร่วมมือทางการค้า การต่อสู้กับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ที่จะใช้สองประเทศเป็นฐานในการกระทำความผิดในอนาคตได้อย่างแน่นอน