ยื่นหนังสือระงับโครงการสร้างประตูระบายน้ำศรีสองรักเมืองเลย

วันที่ 30 ก.ค. 2562 เวลา 21:51 น.
ยื่นหนังสือระงับโครงการสร้างประตูระบายน้ำศรีสองรักเมืองเลย
กลุ่ม"ฮักเมืองเลย"ยื่นหลังสื่อถึงพ่อเมืองเลยเรียกร้องให้ระงับโครงการสร้างประตูระบายน้ำศรีสองรัก หวั่นทำลายระบบนิเวศและความมั่นคงทางอาหาร

ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้พาสื่อมวลชนลงพื้นที่สำรวจแม่น้ำโขงที่ จ.เลย และหนองคาย โดยนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผวจ.เลย ได้ร่วมให้ข้อมูลโดยสรุปสถานการณ์หลังได้รับรายงานจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องว่า ระดับน้ำโขงไม่น่าจะลดต่ำกว่านี้ โดยเจ้าหน้าที่ศูนย์สำรวจอุทกวิทยาที่ 8 เชียงคานรายงานมาว่า มีน้ำไหลจากหลวงพระบาง ผ่านเมืองไซยะบุรี เมืองปากลาย ในสปป.ลาว เข้ามาสู่ประเทศไทยที่อ.เชียงคานอย่างต่อเนื่อง มีน้ำเข้ามาเติมตลอด วัดปริมาณน้ำที่ไหลผ่านอ.เชียงคานได้ 211 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ระดับน้ำเพิ่มขึ้นประมาณชั่วโมงละ 3 เซนติเมตร

ผวจ.เลย กล่าวถึงโครงการสร้างประตูระบายน้ำศรีสองรักกั้นปากแม่น้ำเลยว่า ห่างจากจุดที่แม่น้ำเลยไหลลงแม่น้ำโขงประมาณ 800 เมตร คาดว่า เป็นส่วนหนึ่งของอภิมหาโปรเจคแห่งภาคอีสาน โครงการผันน้ำ โขง-เลย-ชี-มูล จ.เลยซึ่งตั้งอยู่ติดแม่น้ำโขงแล้ว หากการก่อสร้างประตูระบายน้ำศรีสองรักเสร็จจะช่วยให้จังหวัดอื่นๆ ที่อยู่ห่างออกไปได้มีน้ำใช้ มีผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ ทางจังหวัดในฐานะเจ้าของพื้นที่ตั้งโครงการประตูระบายน้ำศรีสองรักก็ยินดี

ขณะที่ ชาวบ้านในนามกลุ่ม “ฮักเมืองเลย” ได้เข้ายื่นหลังสื่อถึงผวจ.เลยเรียกร้องให้ระงับโครงการไว้ก่อน และขอให้มีการแต่งตั้งคณะทำงานบริหารจัดการน้ำแบบมีส่วนร่วมตามที่เคยมีข้อตกลงร่วมกัน โดย น.ส.มุด อุ่นทุม ตัวแทนกลุ่มฮักแม่น้ำเลย ให้รายละเอียดว่า ชาวชุมชนบ้านกลาง ต.ปากตม อ.เชียงคาน ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับโครงการว่า จะมีการสร้างประตูระบายน้ำศรีสองรักบริเวณปากแม่น้ำเลย ก่อนไหลสู่แม่น้ำโขง

ทั้งนี้ เบื้องต้นคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อที่ดินประมาณ 2,500 ไร่ แบ่งเป็นที่อยู่อาศัยและที่ทำกินทั้งยางพารา ไร่ถั่ว มัน ข้าวโพด พืชผักต่างๆ ประมาณ 750 ไร่ และพื้นที่สาธารณประโยชน์อีกประมาณ 300 ไร่ สร้างความกังวลว่า อาจเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทำลายระบบนิเวศ เปลี่ยนแปลงธรรมชาติของแม่น้ำ และนำไปสู่การทำลายความมั่นคงทางอาหาร

นายธนูสิงห์ อินดา 1 ในผู้ที่ยื่นหนังสือกล่าวว่า ชาวบ้านยื่นหนังสือคัดค้านและร้องเรียนมาตลอด 4 ปี เราพยายามยื่นทุกหน่วยงาน เคยได้รับการตอบรับจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นที่วัดโพธิ์ศรีหายโศก บ้านกลาง มีตัวแทนชาวบ้าน และหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ผลการประชุมมีมติให้แต่งตั้งคณะทำงานบริหารจัดการน้ำแบบมีส่วนร่วม และให้กรมชลประทานทำแบบจำลองเพื่อการศึกษาร่วมกัน แต่ปรากฏว่าได้มีการนัดประชุมและทำกิจกรรมในพื้นที่โครงการโดยไม่แจ้งให้ตัวแทนชาวบ้านทราบ จนชาวบ้านต้องจัดประชุมร่วมกันก่อนลงมติเอกฉันท์ว่าให้ยื่นหนังสือขอระงับโครงการนี้

นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผวจ.เลย ได้รับเอกสารพร้อมกับพูดคุยทำความเข้าใจกับชาวบ้านกลุ่มฮักเมืองเลย และมีการเขียนบันทึกร่วมกัน อาทิ ตามที่ชาวบ้านอ้างว่ากรมชลประทานยืนยันว่า น้ำจะไม่ท่วมหมู่บ้านกลาง ขอให้ออกเอกสารมาเซ็นรับรองเป็นลายลักษณ์อักษรกับชาวบ้าน ขอให้กรมชลประทานอธิบายว่า ระดับน้ำจะเพิ่มขึ้นหรือไม่ จากจุดใดถึงจุดใด การใช้น้ำของเกษตรกรในอนาคตจะได้ใช้น้ำฟรีหรือต้องเสียค่าใช้น้ำ โดยเรียกร้องให้ผวจ.เลยนัดประชุมร่วมระหว่างชาวบ้านกับตัวแทนกรมชลประทาน โดยมีผู้ว่าฯ เป็นประธานที่วัดโพธิ์ศรีหายโศก ภายใน 15 วันหลังจากนี้