ผอ.โรงเรียนยอมรับครูใช้ไม้เท้าเคาะหัวนร.จริง แต่ไม่มีเจตนาทำรุนแรง

  • วันที่ 22 ก.ค. 2562 เวลา 19:54 น.

ผอ.โรงเรียนยอมรับครูใช้ไม้เท้าเคาะหัวนร.จริง แต่ไม่มีเจตนาทำรุนแรง

ผอ.โรงเรียนอนุบาลยอมรับครูใช้ไม้เท้าเคาะหัวเด็กจริงแต่ไม่ได้เจตนาทำรุนแรง แจงเหตุที่เด็กหัวแตกเพราะน็อตที่ติดอยู่บนไม้เท้าไปโดนหัว

เมื่อวันที่ 22 ก.ค.62 ความคืบหน้ากรณีผู้ปกครองนักเรียนชั้นป.1 ร้องเรียนว่า ครูโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ ใช้ไม้เท้าเคาะหัวเด็กจนศีรษะแตก และให้เด็กโกหกผู้ปกครองว่าเป็นอุบัติเหตุเพราะชนตะปูในห้องน้ำนั้น

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังโรงเรียนที่เกิดเหตุ พบว่าครูคนที่ถูกกล่าวหายังคงมาสอนหนังสือตามปกติ แต่ไม่สะดวกที่จะให้ข้อมูลและยอมรับว่าไม่สบายใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ไปสอบถามข้อเท็จจริงจาก ผู้อำนวยการโรงเรียน ซึ่งได้ให้ข้อมูลว่า ได้พูดคุยกับครูที่ถูกกล่าวหา ซึ่งได้เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า เมื่อช่วงบ่ายวันศุกร์ที่ผ่านมา ขณะที่เด็กนักเรียนกำลังต่อแถวส่งการบ้าน เด็กได้หยอกล้อเล่นกันในห้องเรียน คุณครูคนดังกล่าวซึ่งเพิ่งผ่าตัดหัวเข่ามาต้องใช้ไม้เท้าค้ำยันในการช่วยพยุงเดิน จึงทำให้ยังลุกเดินไปมาไม่สะดวก ซึ่งช่วงที่ครูกำลังตรวจการบ้านนักเรียนก็เล่นกันเสียงดัง จึงได้ใช้ไม้เท้าเคาะหัวเด็กที่กำลังเล่นกันเพื่อต้องการจะปรามให้หยุดเล่นในห้องเรียนเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาจะตีหรือกระทำรุนแรง แต่บังเอิญน็อตที่ติดอยู่กับไม้เท้าไปโดนหัวตรงศีรษะพอดีจึงทำให้หัวแตก

ส่วนกรณีที่ผู้ปกครองติดใจเรื่องที่ครูให้เด็กโกหกว่าไปโดนตะปูในห้องน้ำตำจนทำให้หัวแตกนั้น จากการสอบถามครูก็บอกว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะให้เด็กโกหก แต่เนื่องจากทางโรงเรียนได้ทำประกันอุบัติเหตุไว้ จึงต้องการจะใช้สิทธิในการเบิกค่ารักษาเท่านั้น แต่อาจจะไม่ได้มีการสื่อสารให้ผู้ปกครองได้เข้าใจถึงเหตุผลตั้งแต่ตอนแรก จึงทำให้เรื่องราวบานปลาย และหลังจากเกิดเหตุครูก็ได้ไปขอโทษผู้ปกครองที่บ้านและซื้อของไปเยี่ยมเด็กแล้ว

แต่ในเมื่อผู้ปกครองยังติดใจกับเหตุการณ์ดังกล่าวอยู่ ทางโรงเรียน กรรมการสถานศึกษา และผู้ที่เกี่ยวข้อง ก็จะได้ไปพูดคุยทำความเข้าใจกับผู้ปกครองของเด็กอีกครั้ง เพราะอยากให้เรื่องราวที่เกิดขึ้นจบลงด้วยดี ที่สำคัญก็อยากให้เด็กมาเรียนตามปกติ เพราะช่วงนี้ก็ใกล้จะสอบแล้ว

ผู้อำนวยการโรงเรียนกล่าวอีกว่า ถึงแม้จะมีการพูดคุยทำความเข้าใจกับทางผู้ปกครองแล้ว ส่วนเรื่องวินัยก็จะต้องดำเนินการไปตามกระบวนการขั้นตอน ซึ่งขณะนี้ทางโรงเรียนก็ได้ทำเรื่องเสนอไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฯ ต้นสังกัดได้รับทราบ พร้อมทั้งได้มีการตั้งกรรมการสืบข้อเท็จจริงแล้ว ซึ่งผลสรุปออกมาเป็นอย่างไรก็ว่ากันไปตามขั้นตอน

ข่าวอื่นๆ