ชาวชัยนาทพร้อมใจร่วมกิจกรรมจิตอาสาฯปลูกป่าเพื่อประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อม

  • วันที่ 23 มิ.ย. 2562 เวลา 17:03 น.

ชาวชัยนาทพร้อมใจร่วมกิจกรรมจิตอาสาฯปลูกป่าเพื่อประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อม

ชัยนาท-อธิบดีสถ.นำทีมผู้นำท้องถิ่นและประชาชนกว่า 500 คนทำกิจกรรม จิตอาสา พัฒนา เพื่อประโยชน์ด้านทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และประชาชน คืนความสมบูรณ์ให้เขาขยาย

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.) กระทรวงมหาดไทย ในฐานะจิตอาสา 904 หลักสูตรพื้นฐาน รุ่นที่ 1/62 พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานชมรมแม่บ้านกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และประธานสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ ลงพื้นที่จ.ชัยนาท เปิดกิจกรรม จิตอาสา พัฒนา เพื่อประโยชน์ด้านทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และประชาชน โดยการปลูกต้นสักทอง ต้นตะเคียนทอง ต้นยางนา ต้นไทร และต้นมะม่วงป่า จำนวน 910 ต้น มีผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่กว่า 500 คน เข้าร่วมกิจกรรม ณ เขาขยาย ต.เขาท่าพระ อ.เมือง จ.ชัยนาท

นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณฯ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยและทรงคำนึงถึงความอยู่ดีมีสุขของประชาชนเป็นสำคัญ และพระองค์มีพระราชปณิธานแน่วแน่ ที่จะทำให้ประเทศชาติมั่นคง และประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และพระราชประสงค์ที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและแนวพระราชดำริต่างๆ ในการบำบัดทุกข์และบำรุงสุขให้ประชาชนและพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า

ทั้งนี้ จึงทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานโครงการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ขึ้น เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตอาสาจากทุกภาคส่วน ให้เข้ามาร่วมสนับสนุนการทำงานภาครัฐ เป็นผลให้งานต่างๆ ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการพัฒนาสิ่งแวดล้อม ที่มีความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในด้านต่างๆ มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มีการระดมพลังความรัก ความสามัคคี ทั้งของหน่วยงานในพระองค์ หน่วยงานราชการ ภาคเอกชน และชุมชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ทำให้การทำงานสำเร็จได้ด้วยความรวดเร็ว เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

"สังคมไทยเป็นสังคมที่มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกัน ภาพของความสมัครสมานร่วมมือร่วมใจของประชาชนชาวไทย จึงมีให้เห็นอย่างสม่ำเสมอ จึงขอให้จิตอาสาช่วยนำไปขยายผลต่อ โดยนำทฤษฎีของในหลวง รัชกาลที่ 9 มาสู่การปฏิบัติให้เห็นผล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ที่เป็นการพัฒนาที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของทางสายกลางและความไม่ประมาท โดยคำนึงถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัวตลอดจนการใช้ความรู้ ความรอบคอบละคุณธรรมประกอบการวางแผน การตัดสินใจและการกระทำต่าง ๆ"นายสุทธิพงษ์กล่าว 

อย่างไรก็ตาม ตลอดเวลาที่ผ่านมา กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ยังได้ส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) น้อมนำหลักการทรงงานของในหลวงรัชกาลที่ 9 เรื่องการระเบิดจากข้างใน มาใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานด้วย โดยมุ่งเน้นในการดำเนินการในเรื่องใดๆจะต้องรู้และเข้าใจอย่างลึกซึ้งในเรื่องนั้นๆ และลงไปสร้างความรู้ความเข้าใจให้เกิดขึ้นกับประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องในท้องถิ่นให้อยากจะมีส่วนร่วมในการดำเนินการ และต้องยึดประโยชน์ส่วนรวม ไม่ใช่เกิดประโยชน์ต่อกลุ่มผลประโยชน์กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

ข่าวอื่นๆ