สะท้อนเสียงผู้ค้าตลาดสดเทศวิวัฒน์หลังศาลปกครองสั่งคุ้มครองชั่วคราววางเผงได้ตามปกติ

  • วันที่ 20 มิ.ย. 2562 เวลา 10:41 น.

สะท้อนเสียงผู้ค้าตลาดสดเทศวิวัฒน์หลังศาลปกครองสั่งคุ้มครองชั่วคราววางเผงได้ตามปกติ

ปัตตานี-ฟังเสียงผู้ค้าตลาดสดเทศวิวัฒน์ปัตตานีหลังศาลปกครองสั่งคุ้มครองชั่วคราววางเผงได้ตามปกติจนกว่าเทศบาลจะหาที่ขายของระหว่างปิดปรับปรุง

บรรยากาศที่ตลาเทศวิวัฒน์ 1 หรือ ตลาดพิธาน อ.เมือง จ.ปัตตานี หลังพ่อค้าแม่ค้าในตลาดสดแห่งนี้สามารถวางของเปิดขายของเป็นปกติกรณีได้รับการคุ้มครองชั่วคราวจากศาลปกครองยะลาจนกว่าเทศบาลจะหาที่ขายของให้พ่อค้าแม่ค้าขายของ ระหว่างที่มีการปรับปรุงตลาด ขณะที่เจ้าหน้าที่เทศบาลได้เดินประกาศในตลาดให้พ่อค้าแม่ค้าไปรับใบเสร็จเงิน 500 บาท ที่พนักงานเทศบาลฯได้จัดเก็บก่อนหน้านี้ แต่ไม่ยอมให้ใบเสร็จรับเงินและเบียงเบนมาตลอด ทำให้แม่ค้าได้สะท้อนถึงพฤติกรรมของพนักงานเทศบาลฯที่ดูแลตลาดสดแห่งนี้ผ่านเจ้าหน้าที่ศาลปกครองฟัง

นายสุริยัน เปียแก้ว หรือพี่แกะพ่อค้าขายเส้นขนมจีน ตลาดสดแห่งนี้มาแล้ว25ปี ได้กล่าวสะท้อนสภาพปัญหาการจัดการตลาดสดแห่งนี้ว่า ที่ผ่านมาเราไม่ได้ประท้วง เพื่อนๆแค่พร้อมใจกันทั้งตลาดเพื่อเดินทางไปขอความเห็นใจ ขอความเป็นธรรมจากศาลปกครอง ให้ช่วยชาวบ้านที่เดือดร้อนมา 9 เดือนแล้ว ที่ทางเทศบาลพยายามที่จะให้เราไปขายที่อื่น ซึ่งเป็นที่ๆ ทุกคนไม่อยากไปเพราะไปแล้วขายของไม่ได้

“แต่หลังจากศาลปกครองคุ้มครองชั่วคราวบอกให้เราสามารถ ขายของได้จนกว่าจะมีที่ขายของ แต่เราไม่ไปขายที่ตลาดเทศบาล (ที่แห่งใหม่ตั้งอยู่เยืองกับมัสยิดกลางปัตตานี)เพราะขายไม่ได้ และเขาจะมาแยกพวกเรา ให้ส่วนหนึ่งกลับมาตรงนี้แล้วอีกส่วนหนึ่งไปขายที่อื่น เราอยู่ด้วยกันมานานพึ่งพากันแบบนี้มาตลอด ให้เราแยกได้ยังไง พวกเราขอไปด้วยกัน ถ้าให้เราออกก็จะต้องออกทั้งหมด 400 กว่างแพง แต่ถ้ากลับมาก็จะต้องกลับมาทั้งหมดจะมาแยกให้ผักขายตรงโน้น ของแห้งมาขายตรงนี้เราจะขายของได้ยังไง เขาจะทำตลาดสดให้เป็นตลาดแห้ง จะทำแบบนั้นทำไม่ถามก่อนทำประชาวิจารณ์ก่อนว่าเราจะรับได้ไหมเราจะเอาไหม เขาไม่ได้คิดว่าเราอยู่ได้ไม่ได้ เขาทำขึ้นมา เสนอข้อมูลเสนอโครงการ เสนอนโยบายและจะให้เรารับได้ยังไง ว่าคุณไม่ถามสมัครใจเราเลยจะพัฒนาอะไรก็รับได้ แต่ค่อยๆไปเพื่อความก้าวหน้า เราก็เอา แต่มาทำแบบนี้เราก็ไม่ทันมาสอนเรามาแนะนำ แล้วเราจะทำตามเราไม่ได้ฝืนเราชอบในการที่จะพัฒนาก้าวไปข้างหน้าแต่ก็ต้องรอเราบ้าง บางทีเราเป็นพ่อค้าความรู้อาจจะไม่มากพอ กว่าจะเข้าใจ ก็ต้องค่อยๆไป

ตอนนี้สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ก็หนักพอแล้วก็กลัวมือที่สาม เราทำเพื่อความอยู่รอดของทุกคนเราไม่ได้สู้เพื่อคนใดคนหนึ่ง เหตุการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็มีเรื่องที่รู้ๆกันเขามาทำแบบนี้เราก็ไม่รู้ว่มือที่สามเข้ามาแทรกแซงตอนนี้สถานการณ์บอบช้ำมากเข้ามาทำแบบนี้ก็ยิ่งบอบช้ำเยอะแล้วเหตุการณ์ก็ เกิน กว่าที่จะคิด

จะซ่อมก็ซ่อมได้เลยแต่มาถามเราด้วยว่าเราต้องการหรือยัง จะให้เราไปขายตรงไหนจะให้เราทำตัวยังไงบ้าง เราต้องมีค่าใช้จ่ายไม่ เพราะแต่ละคนต่างก็มีภาระกันทุกคน

ตอนนี้หลังศาล คุ้มครองชั่วคราวให้เราขายไปก่อน ก่อนที่เทศบาลจะหาที่ให้เราขาย เราก็รู้สึกไม่เครียดอย่างน้อยก็มีที่พึ่ง มีศาลปกครองที่เราเพิ่งได้ รู้สึกได้รับความเป็นธรรมสามารถคุ้มครองเราได้ ยามที่เราเดือดร้อนศาลปกครองเป็นจุดหนึ่งที่ทำให้เราพึ่งพาได้

แม่ค้าก็จะปลอดภัยไม่มีการเอาอะไรมากั้นเพราะก่อนหน้านี้มีข่าวว่าจะเอาลวดมากั้นหน้าตลาดถ้าทำอย่างนั้นจริงก็โหดน่ะ พวกเราก็เลยรวมตัวไปเมื่อวานแต่เขาลือกันหรือจะทำจริงเราก็ไม่รู้ แต่เมื่อรู้อย่างนั้นทำไม่ จะต้องรอให้เขาทำก่อนทุกคนก็จะเดือดร้อนอย่างหนักอีก เพราะถือว่ารุนแรงมากเพราะลวดหนามเป็นเรื่องของสงครามเป็นของทหารใครเดินเฉียดมันก็กินเนื้อ ปล่อยไปอย่างนี้ทุกคนจะเดือดร้อน มันก็จะเป็นเรื่องอะไรที่รุนแรง ความคิดที่ทำให้เราแตกแยกมันก็จะมีแล้วมือที่สามก็จะเข้ามาคือสิ่งที่เรากลัว

 

นายรอยาลี หะยีหะมะ พ่อค้าขายปลา ตลาดพิธานกล่าวว่า เมื่อวานมีการปล่อยข่าวจากฝ่ายไหนก็ไม่รู้แต่ไม่ใช่พ่อค้าแม่ค้าที่เดือดร้อนว่า พวกเราจ้างพ่อค้าแม่ค้าไปร่วมเรียนร้องของความเป็นธรรมกับศาล ปล่อยข่าวว่าเราไปประท้วง พวกเราไม่ได้ประท้วง แต่เราเดือดร้อนเราต้องไป ขอความเป็นธรรมจากศาลปกครอง ทางเทศบาลฯเขาเรียกเราไปเราก็ไปให้ไปฟังเราบอกอะไรเขาไม่ได้ฟังหรือ นำความเห็นของเราเลยไปคิด

“คนที่ไปเมื่อวาน มีแต่ช่วยกันออกเงินค่ารถ ร่วมเงินกันค่าอาหาร เพราะเราไปเราต้องเดินทางต้องใช้รถต้องกินข้าว เราไปเช้าตั้งแต่ 7 โมงเช้า ก็ไปนอนรอจนกว่าศาลจะทำงานเสร็จแล้วให้คำตอบกับเราว่าเราสามารถขายของได้ต่อไปก่อน 5 โมงกว่าเราก็เดินทางกลับ รายจ่ายตรงนั้นทุกคนร่วมกันออกเพราะเราต่างเดือดร้อนเหมือนๆกันถ้าไม่เดือดร้อนเราไม่ไปหรอกแต่นี้เราเดือดร้อน”

นายฮาเล็ม สามะ คนขับโซเล่ ที่ตลาดพิธาน กล่าวว่า เขาให้เราไปขับรถส่งของที่ตลาดเทศบาล แล้วเขาจะเก็บจากเรา เดือนละ 300 บาท เคยไปทำแล้ว ที่ตลาดเทศบาลไม่มีคน ส่งของได้แค่วันหนึ่ง 100-150 แต่ที่ตลาดพิธาน วันหนึ่งจะมีคนจ้างส่งของมากถึง 200-400 บาทต่อวัน แถมแต่ละวันไม่มีค่าใช้จ่ายอะไรเลยที่จะต้องจ่ายให้เทศบาล เขามาทำแบบนี้กับพ่อค้าแม่ค้ามานานแล้ว จนพ่อค้าแม่ค้าปวดหัวหมด สร้างปัญหาให้พวกเราตลอด ล่าสุดคนที่ขายของที่ตลาดเทศบาลบอกว่า ทางเทศบาลได้เก็บค่าไม้กวาดด้วย คนละ 10 บาท ถามว่าพ่อค้าแม่ค้าในตลาดมีกี่ร้อยแพงเก็บคน 10 บาท แต่พ่อค้าแม่ค้าขายไม่ได้เขาไม่เคยคิดๆแต่จะมาเก็บจากพวกเรา พ่อค้าแม่ค้าบางคนที่ไปขายที่ตลาดเทศบาลตอนนี้ติดหนี้เป็นแถวบางคนถึงขันขายทองเอามาหมุน

น.ส.พีรดาว มะแซ แม่ค้าขายเป็ดในตลาดสดแห่งนี้ กล่าวว่า ตอนที่เปิดตลาดเทศบาลใหม่ๆ เจ้าหน้าที่มาบอกว่า ให้ไปจองแผงขายของที่ตลาดเทศบาลเดียวจะไม่มีแผงขาย ก็ไปจอง 1 ล็อตขนาดเล็ก ต้องจ่ายราย เดือนๆละ 600 บาท ไปขายได้ 3 วัน ขายได้วันละ 900 บาท ก็ต้องกลับมาขายที่ตลาดพิธานเหมือนเดิม ยอมจ่ายวันละ 20 บาทจะขายของได้วันละ 2 หมื่นบาท ตอนนี้ก็ยังต้องจ่ายค่าแพงที่ตลาดเทศบาลด้วยเดือนละ 600 บาทและทางเทศบาลเขาจะให้ต่อสัญญารายปีๆละครั้งการต่อสัญญาก็ต้องจ่ายค่าต่อสัญญาทุกปี 3000 กว่าบาท นอกจากนี้เรายังต้องจ่ายภาษีโรงเรือนด้วย 1 ปี ราว ๆ700 บาทและ ที่สำคัญเราไม่ได้ขายของที่ตลาดเทศบาลเลยเป็นปีๆแล้ว จ่ายช้าแค่วันเดียวปรับวันละ 10บาท แต่ต้องจ่ายทั้งหมดที่เล่ามา เพราะทุก ๆวันเรามาขายของที่ตลาดพิธาน จ่ายรายวันที่ตลาดพิธาน 20บาทเท่านั้นไม่มาขายก็ไม่ต้องจ่าย พ่อค้าแม่ค้าก็จะรู้สึกว่า 20 บาทแถบไม่ใช่รายจ่าย แต่พอมาจ่ายเป็นก้อนแถมไม่ขายของยังต้องจ่ายด้วยก็รู้สึกไม่เป็นธรรม ที่สำคัญไปแล้วขายไม่ได้จะให้ไปทำไม ก็อยากเรียกร้องขอความเป็นธรรม จากนายกรัฐมนตรีด้วย ช่วยพ่อค้าแม่ค้าที่เดือดร้อนจากการกระทำนี้ด้วย

ข่าวอื่นๆ