น้ำป่าไหลบ่าจม2อำเภอพัทลุง

วันที่ 10 พ.ย. 2553 เวลา 13:38 น.
น้ำป่าจากเทือกเขาบรรทัดไหลบ่าท่วมบ้านเรือน 4 ตำบล อ.เมืองและกงหรา ระลอกที่สอง ขณะที่นครศรีธรรมราชและสุราษฎร์ธานี ฝนยังตกหนักต่อเนื่อง ส่วน 8 อำเภอกระบี่ระวังน้ำท่วมฉับพลัน

ป่าจากเทือกเขาบรรทัดไหลบ่า เข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรในพื้นที่  หมู่ 9 ต.ชะรัด อ.กงหรา ต.โคกชะงาย  ต.ปรางหมู่  ต.ชัยบุรี   อ.เมืองพัทลุง  อีกระลอก หลังจากได้เกิดภาวะฝนตกตลอดทั้งวันเมื่อวานที่ผ่านมา  ราษฎร์ได้รับผลกระทบเบื้องต้น   300  ครอบครัว ถนนหลายสายในหมู่บ้านมีน้ำไหลผ่านทำให้การสัญจรไป –มา ไม่สะดวก โดยระดับน้ำกำลังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย เฉลี่ยล่าสุดยู่ที่  50  -70  ซม.

ภาพประกอบข่าว

ขณะที่ทางจังหวัดพัทลุง ได้แจ้งเตือน หมู่บ้านเสี่ยงภัยดินโคนถล่ม   28  หมู่บ้านริมเทือกเขาบรรทัด ประกอบด้วย  อ.ป่าพะยอม  อ.ศรีนครินทร์ อ.ศรีบรรพต  อ.กงหรา  และอ.ตะโหมด โดยเฉพาะในพื้นที่หมู่ที่  3  หมู่ที่  4  ต.ลำสินธ์  อ.ศรีนครินทร์  ที่ได้เกิดดินเลื่อนไหล เมื่อวันที่ 1  พ.ย.ช่วงพายุดีเปรสชั่นถล่ม และหมู่ที่  4  ต.บ้านนา  อ.ศรีนรินทร์ 

ทั้งนี้ เช่นเดียวกันโดยจุดดังกล่าวมีบ้านเรือนเสี่ยงภัยจำนวน  151  ครอบครัวกว่า  500  คน และหมู่ที่  7  บ้านโหล๊ะท่อม  อ.กงหรา  ล่าสุดเจ้าหน้าที่ต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิดตลอด  24  ชั่วโมง  เพื่อจะได้อพยพชาวบ้านได้ทันท่วงทีหากสถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจ

เมืองคอนฝนยังตกหนักท่วมสูงบางพื้นที่

ตลอดทั้ง 3 วันที่ผ่านมาเกิดฝนตกหนักติดต่อกันตลอดทั้งวัน ที่ถนนทางลัดเข้าเมืองชุมชนศรีทวี เขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช มีน้ำท่วม ทำห้ารสัญจรไปมาเป้นไปด้วยความลำบาก นอกจากนั้นพื้นที่ ต.นาสาร อ.พระพรหม นครศรีธรรมราช ระดับน้ำเพิ่มสูงเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้านเป็นรอบสอง ขณะที่อำเภอรอบนอกมีปริมาณน้ำในลำคลองสายต่างๆ เริ่มทะลักเข้าท่วมหลายจุดเช่นกัน

ฉวางวิกฤตอพยพชาวบ้านเสี่ยงภัยดินโคลนถล่ม

นายสกล จันทรักษ์ นายอำเภอฉวาง จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า  พื้นที่ถูกน้ำท่วมความสูงประมาณ 50-100 ซม.จำนวน 86 หมู่บ้าน ซึ่งทางอำเภอได้จัดเรือท้องแบนเข้าไปช่วยเหลือราษฎรนำข้าวสารอาหารแห้งไปมอบช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น โดยที่บ้านสวนอาย ม.10 ต.ละอาย และ ม.1 ต.ห้วยปริก รวม 50 ครอบครัว ได้อพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยดินโคลนถล่มไปอยู่ในที่ปลอดภัยที่วัดสวนอายแล้ว

นอกจากนั้น ทางกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ประกาศเตือนภัย คลื่นลมแรง และฝนตกหนักในภาคใต้ บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมถึงประเทศไทยแล้ว ลักษณะเช่นนี้ทำให้อ่าวไทยในช่วงวันที่ 10-11 พ.ย.53 มีคลื่นลมแรงความสูงของคลื่น 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

สุราษฎร์สั่งเฝ้าระวังน้ำแม่น้ำตาปีล้นตลิ่ง

ฝนตกที่จ.สุราษฎร์ธานีตลอดคืนที่ผ่านมามีฝนตกอย่างต่อเนื่องทำให้ปริมาณน้ำในคลองอิปัน ล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่บ้านบางหยด หมู่ที่ 8 ต.อิปัน อ.พระแสง ทำให้ชาวบ้าน 57 ครัวเรือนต้องอยู่ในสภาพน้ำท่วมขั้งระดับน้ำประมาณ 30-50 ซม.นานกว่า 1 สัปห์ดาแล้วในขณะพื้นที่อ.พระแสง มีพื้นที่น้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้านคือหมู่ที่ 2,7,8,ต.อิปัน หมู่ที่ 2 ต.สาคู รวม 140 ครัวเรือน เดือดร้อน 400 คน

ด้านนายณัฎฐจักร ภู่ประเสริฐ หัวหน้าสถานีอุตุนิยมอุทกพระแสง จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ปริมาณน้ำในแม่น้ำตาปีมีระดับสูง 5.86 เมตร เนื่องจากปริมาณน้ำฝนที่ตกสะสมเหนือลุ่มน้ำตาปี ส่งผลให้ 2 ฟากแม่น้ำมีสภาพน้ำล้นตลิ่งซึงต้องเฝ้าระวังพื้นที่ตอนล่างในวันนี้คือ, อำเภอเคียนซา ที่มีโอกาสบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ริม  2 ฝั่งแม่น้ำตาปีถูกท่วมสูง

เตือน8อำเภอกระบี่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน

นายเถลิงศักดิ์ ภูวญาณพงศ์ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า วันที่ 10 – 14 พ.ย.นี้ มีความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่เข้าปกคลุมประเทศไทย ทำให้พื้นที่โดยทั่วไปมีฝนตกหนักถึงหนักมากในทะเลอันดามัน คลื่นลมแรงสูง 2 – 4 เมตร ทำให้จังหวัดกระบี่มีฝนตกชุกมากมีปริมาณน้ำฝนเยอะ และน้ำที่เจิ่งนองอยู่แล้วในแหล่งเก็บน้ำตามธรรมชาติ ประกอบกับผืนป่าที่มีการลุ่มน้ำอยู่ด้วยเกิดความอิ่มตัว ไม่สามารถเก็บกักน้ำเอาไว้ได้จะล้นออกมา เป็นเหตุให้มีน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง ดินโคลนถล่ม

อย่างไรก็ตาม สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกระบี่ ประกาศเตือนพื้นที่เสี่ยงภัยจากน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง ดินโคลนถล่ม ในพื้นที่ 8 อำเภอ 37 ตำบล 91 หมู่บ้านคือ อำเภอเมืองกระบี่ 6 ตำบล 13 หมู่บ้าน อำเภออ่าวลึก 7 ตำบล 15 หมู่บ้าน อำเภอปลายพระยา 2 ตำบล 2 หมู่บ้าน อำเภอเหนือคลอง 4 ตำบลรวม 6 หมู่บ้าน อำเภอเขาพนม 5 ตำบล 17 หมู่บ้าน อำเภอคลองท่อม 6 ตำบล 21 หมู่บ้าน อำเภอลำทับ 3 ตำบล 7 หมู่บ้านอำเภอเกาะลันตา 4 ตำบล 10 หมู่บ้าน

ส่วนพื้นที่เสี่ยงภัยจากคลื่นลมแรงในทะเลอันดามัน ซึ่งอาจพัดถล่มบ้านเรือนของประชาชนได้รับความเสียหายมี 5 อำเภอ 21 ตำบล 82 หมู่บ้านคือ อำเภอเมืองกระบี่ 6 ตำบล 26 หมู่บ้าน อำเภออ่าวลึก 2 ตำบล 7 หมู่บ้าน อำเภอเหนือคลอง 4 ตำบล 18 หมู่บ้าน อำเภอคลองท่อม 4 ตำบล 11 หมู่บ้าน อำเภอเกาะลันตา 5 ตำบล 24 หมู่บ้าน จึงขอให้พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดกระบี่ ที่อยู่ในพื้นที่เสียงภัยดังกล่าวเฝ้าติดตามสถานการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยา หรือฟังข่าวสารทางราชการ เพื่อป้องกันอุทกภัยและภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้นได้