ผอ.การท่าเรือเผย พบมีการลักลอบขนสารเคมีอันตรายลงเรือก่อนเกิดระเบิด

  • วันที่ 26 พ.ค. 2562 เวลา 15:48 น.

ผอ.การท่าเรือเผย พบมีการลักลอบขนสารเคมีอันตรายลงเรือก่อนเกิดระเบิด

ผู้อำนวยการการท่าเรือฯ ยืนยัน มีการลักลอบขนสารเคมีอันตรายลงเรือก่อนเกิดระเบิด ชี้เจ้าของสินค้าต้องรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมด

เมื่อวันที่ 26 พ.ค.62 เรือโทกมลศักดิ์ พรหมประยูร ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) พร้อมคณะผู้บริหารท่าเรือแหลมฉบัง ได้เข้าเยี่ยมผู้ช่วยที่ถูกสารเคมีจากการระเบิดที่ท่าเรือ A2 ท่าเรือแหลมฉบัง ที่โรงพยาบาลแหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

เรือโทกมลศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับสินค้าที่เกิดระเบิดขึ้นนั้น จากการตรวจสอบพบเป็นสารแคลเซียม ไฮเปอร์คลอไรด์ ซึ่งเป็นสารอันตรายประเภท 5.1 โดยสินค้าดังกล่าวทางเจ้าของสินค้าไม่ได้แจ้งให้ทางบริษัทเรือรับทราบ ซึ่งตู้ที่เกิดระเบิดนั้นจะนำไปลงที่ท่าเรือในจ.สมุทรปราการ

ขณะนี้สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทางเจ้าหน้าที่จากหลายๆฝ่ายสามารถเข้าควบคุมสถานการณ์ไว้ได้แล้ว โดยมีการจัดตั้งศูนย์อำนวยการในสถานการณ์ฉุกเฉินทันที นอกจากนั้นผู้บริหารในพื้นที่ เช่น เทศบาลนครแหลมฉบัง ได้จัดตั้งศูนย์รับร้องทุกข์จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ เช่นกัน

ผู้อำนวยการการท่าเรือฯกล่าวว่า สำหรับตู้สินค้าที่จะลงที่ท่าเรือแหลมฉบัง โดยตามหลักการจะมีบริษัทที่ควบคุมสินค้าอันตราย มาดำเนินการขนส่งถ่ายสินค้าในทันที หลังได้รับแจ้งทุกครั้งที่เรือจะเข้ามาเทียบท่าว่ามีสินค้าอันตรายบรรทุกมากับเรือลำดังกล่าว จำนวนกี่ตู้และลงที่ท่าเรือแหลมฉบังกี่ตู้ แม้จะเป็นเพียงตู้ผ่านที่ไม่ได้ลงก็ต้องแจ้งเช่นกันตามหลักการทั้งสิ้น

ขณะนี้จากการรับแจ้งจากเจ้าของเรือพบว่า ไม่มีการแจ้งมาตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งทางเจ้าของเรือจะต้องไปดำเนินการกับกลุ่มเจ้าของสินค้า เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตามต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกๆหน่วยงานที่เข้ามาดูแลและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ได้อย่างทันท่วงที จนสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ในอย่างรวดเร็ว

ด้านตัวแทนเรือ KMTC Hongkong กล่าวว่า เหตุการณ์ในครั้งนี้ บริษัทที่ส่งสินค้า ไม่ได้แจ้งรายละเอียดของสินค้าทั้งหมดให้ตัวแทนเรือทราบว่ามีสินค้าอะไรที่ขนส่งมาบ้างจากต้นทาง โดยตัวแทนเรือจะเป็นเพียงรับสินค้าดังกล่าว เพื่อมาส่งให้ถึงมือลูกค้าเท่านั้น

สำหรับสินค้าอันตรายหรือสารเคมี หากมีการขนส่งนั้น ต้นทุนจะแพงว่าสินค้าทั่วไปประมาณ 3 เท่า ดังนั้นอาจเป็นไปได้ที่เจ้าของสินค้าไม่ได้แจ้งให้ตัวแทนเรือได้รับทราบเท่านั้น โดยไม่ใช่เป็นการลักลอบ เป็นเพียงไม่สำแดงชนิดของสินค้าให้ทราบเท่านั้น

ภาพจาก หน่วยกู้ภัยสว่างประทีป ศรีราชา

 

ข่าวอื่นๆ