อัยการศาลสูงภาค7อุทธรณ์คดีเปรมชัยขอให้ลงโทษฐานเป็นตัวการล่าเสือดำ

  • วันที่ 24 พ.ค. 2562 เวลา 17:24 น.

อัยการศาลสูงภาค7อุทธรณ์คดีเปรมชัยขอให้ลงโทษฐานเป็นตัวการล่าเสือดำ

ราชบุรี-สำนักงานอัยการศาลสูงภาค7ยื่นอุทธรณ์คดีเปรมชัยกับพวกล่าเสือดำขอให้ลงโทษฐานเป็นตัวการ ไม่ใช่ผู้สนับสนุนและให้ชดใช้เงินกว่า3ล้านบาท

นายสุนทร สุรวัฒนาวงศ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีศาลสูงภาค 7 แถลงว่า สำนักงานคดีศาลสูงภาค 7 ได้ตั้งคณะทำงานพิจารณาถ้อยคำสำนวนและคำพิพากษาของศาลจังหวัดทองผาภูมิคดีนายเปรมชัย กรรณสูต กับพวกรวม4คนล่าเสือดำในป่าทุ่งใหญ่นเรศวร จ.กาญจนบุรีแล้วเห็นว่า ควรอุทธณ์คำพิพากษาของศาลจังหวัดทองผาภูมิ ดังนี้

1.นายเปรมชัย กรรณสูตร จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ให้ลงโทษฐานเป็นตัวการให้ผู้อื่นล่าสัตว์ป่า ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า(ศาลจังหวัดทองผาภูมิวินิจฉัยว่าเป็นผู้สนับสนุน) อุทธรณ์ให้ลงโทษฐานร่วมกันเก็บหาของป่าภายในเขตป่าสงวน อุทธรณ์ให้ลงโทษฐานร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ซึ่งศาลจังหวัดทองผาภูมิพิพากษายกฟ้อง อุทธรณ์ว่าการมีซากเสือดำ และซากไก่ป่า (ไก่ฟ้าหลังเทา) เป็นการกระทำหลายกรรม(ศาลจังหวัดทองผาภูมิพิพากษาว่าเป็นกรรมเดียว) อุทธรณ์ข้อหาร่วมกันพกพาอาวุธปืน และพาอาวุธมีด เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ซึ่งศาลจังหวัดทองผาภูมิพิพากษาว่าเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงบทหนัก ฐานพาอาวุธปืน อุทธรณ์ขอให้ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย จำนวน 3,012,000 บาท เต็มตามฟ้อง

2.นายยงค์ โดดเครือ จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ให้ลงโทษฐานร่วมกันมีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันพาอาวุธไปในที่สาธารณะฯโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยไม่ลดโทษ เนื่องจากจำเลยให้การปฏิเสธ แต่ต่อมาได้ถอนคำให้การเดิมเป็นให้การรับสารภาพ อุทธรณ์ให้ลงโทษ ฐานร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธ์ฯ(ศาลจังหวัดทองผาภูมิยกฟ้อง) อุทธรณ์ขอให้ลงโทษ ฐานร่วมกันเก็บหาของป่าและมีซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ซึ่งศาลจังหวัดทองผาภูมิยกฟ้อง อุทธรณ์ว่าการมีซากเสือดำ และซากไก่ป่า เป็นการกระทำหลายกรรม (ศาลจังหวัดทองผาภูมิพิพากษาว่าเป็นกรรมเดียว) อุทธรณ์ข้อหาร่วมกันพาอาวุธปืน และพาอาวุธมีด เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ซึ่งศาลจ.ทองผากภูมิพิพากษาว่าเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงบทหนัก ฐานพาอาวุธปืน

อัยการศาลสูงภาค7แถลงอุทธรณ์คดีเปรมชัยกับพวกล่าเสือดำ

3.นางนที เรียมแสน จำเลยที่ 3 อุทธรณ์ขอให้ลงโทษ ฐานร่วมกันเก็บหาของป่าและมีซากสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครอง ซึ่งศาลจ.ทองผาภูมิยกฟ้อง อุทธรณ์ว่าการมีซากเสือดำ และซากไก่ป่า เป็นการกระทำหลายกรรม(ศาลจ.ทองผาภูมิพิพากษาว่าเป็นกรรมเดียว) อุทธรณ์ขอให้ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย จำนวน 3,012,000 บาท เต็มตามฟ้อง

4.นายธานี ทุมมาศ จำเลยที่ 4 อุทธรณ์ให้ลงโทษฐานร่วมกันมีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองและร่วมกันพาอาวุธไปในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตโดยไม่ลดโทษ เนื่องจากจำเลยให้การปฏิเสธ แต่ต่อมาได้ถอนคำให้การเดิมเป็นการให้การับสารภาพ อุทธรณ์ว่าการมีซากเสือดำ และซากไก่ป่า เป็นการกระทำหลายกรรม (ศาลจ.ทองผาภูมิพิพากษาว่าเป็นกรรมเดียว) อุทธรณ์ให้ลงโทษสูงขึ้น ฐานความผิดพยายามล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธ์ฯ ศาลจ.ทองผาภูมิลงโทษจำคุก 4 เดือน โจทก์เห็นว่าน้อยไป อุทธรณ์ข้อหาร่วมกันพาอาวุธปืน และพาอาวุธมีด เป็นความผิด หลายกรรมต่างกัน ศาลจ.ทองผาภูมิพิพากษาว่าเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงบทหนัก ฐานพาอาวุธปืน อุทธรณ์ขอให้ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย จำนวนจำนวน 3,012,000 บาท เต็มตามฟ้อง

นอกจากนี้ประเด็นศาลพิพากษาให้คืนเกลือป่น ถุงเกลือป่น (ถุงเปล่า) ถุงดำ และรถยนต์ แบบนั่งสองตอนของกลาง อุทธรณ์ขอให้ริบ (เห็นว่าเป็นทรัพย์ที่ได้ใช้ในการกระทำผิด)

นายสุนทร สุรวัฒนาวงศ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีศาลสูงภาค 7 เปิดเผยว่า โทษที่เป็นตัวการกับโทษที่เป็นตัวสนับสนุนแตกต่างกันคือจะรับโทษแค่ 2 ใน 3 ของตัวการ ซึ่งได้พิจารณาจากข้อเท็จจริง ซึ่งตอนที่ฟ้อง ได้มองว่าเป็นตัวการเพราะมีการร่วมมือร่วมใจกันในการที่จะเข้าไปทำแต่ศาลใช้ดุลพินิจของท่านว่าคดีนี้ท่านมองแค่สนับสนุนแต่ถ้าเราเห็นต่างไม่เห็นพ้องด้วยเราก็อุทธรณ์ไป.

ข่าวอื่นๆ