เมืองพัทยาเร่งช่วยแก้น้ำเสียลงทะเลหาดจอมเทียน

  • วันที่ 22 พ.ค. 2562 เวลา 08:32 น.

เมืองพัทยาเร่งช่วยแก้น้ำเสียลงทะเลหาดจอมเทียน

ชลบุรี-เมืองพัทยาส่งกำลังช่วยเทศบาลนาจอมเทียนดูดน้ำเสียค้างท่อบรรเทาปัญหาเอ่อล้นไหลลงทะเลวางแผนการพัฒนาและขยายระบบการบำบัดให้เพิ่มสูงขึ้น

กรณีโลกโซเชียล แชร์คลิปวีดีโอการปล่อยน้ำเสียลงทะเล ทำให้น้ำทะเลบริเวณดังกล่าวกลายเป็นสีดำทั้งหมด โดยระบุจุดที่ปล่อยคือท่อระบายน้ำเสียภายในซอยนาจอมเทียน 8 ม.1 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก

ล่าสุดทางเทศบาลนาจอมเทียนระบุว่าได้ต่อเชื่อมระบบน้ำเสียเพื่อสูบส่งให้กับเมืองพัทยาไปนานแล้ว พร้อมจัดทำสถานีสูบน้ำจำนวน 12 แห่ง แต่ปรากฏว่าเกิดปัญหาระบบท่อชำรุดหลังเอกชนเข้ามาดำเนินการขุดเจาะวางระบบสื่อสาร ทำให้โครงการชะงักก่อนเกิดปัญหา ก่อนจะมีกำหนดให้เร่งจัดซ่อมและระบายน้ำให้กับเมืองพัทยาภายในเวลา 3 เดือน

กรณีดังกล่าวหลังเกิดเหตุการณ์ขึ้น กระแสสังคมมองว่ากรณีนี้อาจมีความเชื่อมโยงว่าเป็นเขตพื้นที่ในส่วนรับผิดชอบของเมืองพัทยา จ.ชลบุรี ซึ่งในอดีตมีปัญหาการปล่อยน้ำเสียลงสู่ทะเลอยู่เป็นประจำทำให้เกิดการเสื่อมเสียภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว

นายพัฒนา บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา ซึ่งรับผิดชอบในส่วนของกองช่างสุขาภิบาลเมืองพัทยา ระบุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยืนยันว่าไม่ได้อยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของเมืองพัทยาแต่อย่างใด แต่เป็นพื้นที่รอยตะเข็บระหว่างท้องถิ่น และน้ำเน่าเสียที่ไหลลงสู่ทะเลก็ไม่ได้แพร่กระจายมายังชายหาดของอ่าวจอมเทียนจึงไม่เกิดผลกระทบด้านการท่องเที่ยว เนื่องจากหลังเกิดเหตุเมืองพัทยาได้จัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเลก็พบว่ามีค่าโคลิฟอร์มแบคทีเรียไม่เกิน 1,000 MPN ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับปกติ และนักท่องเที่ยวสามารถลงเล่นน้ำได้ตามปกติ

อย่างไรก็ตามล่าสุดเมืองพัทยาได้ส่งกำลังไปช่วยเหลือทางเทศบาลนาจอมเทียน โดยนำรถดูดน้ำเสียไปดูดน้ำเสียที่ค้างออกจากท่อระบายน้ำของเทศบาลตำบลนาจอมเทียนทุกวัน เนื่องจากยังไม่สามารถส่งเข้าสู่ระบบบำบัดได้แม้จะต่อเชื่อมกันไปนานแล้ว เพราะระบบควบคุมเกิดความเสียหายต้องรอการซ่อมแซม เพื่อเป็นการช่วยเหลือบรรเทาเบาบางปัญหาเอ่อล้นน้ำเสียไหลลงสู่ทะเลในเบื้องต้น ส่วนโรงบำบัดในซอยวัดบุญกัญจนารามที่จะใช้รองรับน้ำเสียจากเทศบาลนาจอมเทียนนั้นมีขีดความสามารถที่จะรองรับน้ำในปริมาณวันละ 2,500-3,000 ลบ.ม.ได้อย่างสบาย อีกทั้งในอนาคตก็มีการตั้งงบประมาณกว่า 15 ล้านบาท เพื่อวางแผนการพัฒนาและขยายระบบการบำบัดให้เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากเมืองพัทยาถูกวางให้เป็นศูนย์ของกลางของ EEC ที่คงจะมีการพัฒนาเพิ่มมากขึ้น ทั้งสถานประกอบการ และความเจริญจะหลั่งไหลเข้ามาอีกเป็นจำนวนมาก

ขณะที่ นางสาวกษิมา อนันทยากร หัวหน้าฝ่ายพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสีย สำนักการช่างสุขาภิบาล เมืองพัทยา ชี้แจงว่าในยุคของ พล.ต.ต.อนันต์ เจริญชาศรี ดำรงตำแหน่งนายกเมืองพัทยาตามคำสั่งของ คสช. นั้น เคยเกิดปัญหาลักษณะมาก่อนโดยมีน้ำเสียไหลลงสู่ทะเลจากเขตเทศบาลจาจอมเทียน ซึ่งถือว่าสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวที่ต่อเชื่อมกัน จึงได้มีการเจรจาพูดคุยเพื่อหาแนวทางแก้ไขโดยเมืองพัทยาจะเข้าไปช่วยเหลือในการรองรับน้ำเสียจากทางเทศบาล พร้อมลงนามบันทึกข้อตกลงระหว่างกันหรือจัดทำ MOU ว่าเมืองพัทยายินดีจะรับน้ำเสียของเทศบาลตำบลนาจอมเทียนวันละ 2,500 ลูกบาศก์เมตรมาบำบัด ในอัตราค่าธรรมเนียมประมาณ 7 บาทต่อ ลบ.ม.ในระยะเวลาครั้งละ 5 ปี แต่จนถึงปัจจุบันทางเทศบาลก็ยังไม่ได้ดำเนินการจัดส่งน้ำเสียเข้าสู่ระบบบำบัดของเมืองพัทยาแต่อย่างใด จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ซึ่งจากการชี้แจงของทางเทศบาลเองก็ระบุว่าเป็นเรื่องความขัดข้องชำรุดของระบบ และอุปกรณ์ควบคุม ซึ่งกำลังเร่งดำเนินการแก้ไขโดยเร็ว ซึ่งเมื่อดำเนินการเสร็จก็สามารถระบายน้ำเข้าสู่ระบบของเมืองพัทยาได้ทันที

ข่าวอื่นๆ