ภาคประชาชนเดินเท้าจี้รัฐบาลปลดล็อคกัญชาออกจากยาเสพติด

  • วันที่ 21 พ.ค. 2562 เวลา 13:03 น.

ภาคประชาชนเดินเท้าจี้รัฐบาลปลดล็อคกัญชาออกจากยาเสพติด

พระผู้ป่วยภาคประชาชนเคลื่อนขบวนเดินเท้ารณรงค์แก้กฎหมายดึงกัญชาออกจากยาเสพติด อ.เดชา-ดร.อาทิตย์ ปลุกชาวบ้านเคลื่อนไหวจี้รัฐบาลปลดล็อค

เมื่อวันที่ 21 พ.ค.ที่บริเวณวัดป่าวชิรโพธิญาณ อ.โพทะเล จ.พิจิตร เครือข่ายภาคประชาชน 10 องค์กรประกอบด้วย มูลนิธิข้าวขวัญ มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ มูลนิธิชีววิถี (BIOTHAI) มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน(ประเทศไทย) มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค มูลนิธิสุขภาพไทย มหาวิทยาลัยรังสิต เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก เครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ ขบวนการสร้างเสริมสุขภาพ(ขสช.)ประชาชน และเครือข่ายผู้ป่วย (Healthy Forum) ได้ร่วมกันจัดกิจกรรม “เดินเพื่อผู้ป่วย:กัญชารักษาโรค”

ทั้งนี้ มีการเดินเท้าจากวัดป่าวชิรโพธิญาณ ไปยังวัดบางปลาหมอ จ.สุพรรณบุรี รวมระยะทาง 268 กิโลเมตร ระหว่างทางจะมีเวทีบรรยายพิเศษและเสวนาให้ความรู้เกี่ยวกับนโยบายกัญชารักษาโรค โดยมี วิทยากรและผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ แสดงความจำนงเข้าร่วมอย่างคับคั่ง ส่วนบรรยากาศที่วัดป่าวชิรโพธิญาณเป็นไปอย่างคึกคักตั้งแต่เช้า มีพระสงฆ์และประชาชนหลายร้อยคนรวมถึงผู้ป่วยด้วยโรคต่างๆ โดยเฉพาะมะเร็งเดินทางมาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

นายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ เปิดเผยว่า เป้าหมายหลักในการเดินครั้งนี้มี 3 ประการคือ 1.ต้องการปรับเปลี่ยนกฎหมายปัจจุบันให้ดีขึ้น เพราะกัญชายังเป็นยาเสพติดอยู่ แม้จะผ่อนผันให้ทำยาได้แต่ขอบเขตจำกัดมาก ทำให้การผลิตและแจกจ่ายเข้าถึงผู้ป่วยได้น้อยมาก อย่างกรณีที่ตนดำเนินการอยู่ทำอย่างเต็มที่ ก็สามารถแจกจ่ายได้ไม่เกิน 1 หมื่นคนต่อปี ขณะที่ผู้ป่วยที่ต้องการใช้ยาชนิดนี้มีมากกว่า 8 แสน- 2 ล้านคน ซึ่งในอนาคตน่าจะเพิ่มสูงขึ้นมากกว่า 10 ล้านคน ดังนั้นจึงควรปรับกฎหมายเพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงสมุนไพรชนิดนี้มากขึ้นโดยแยกกัญชาออกจากกฎหมายยาเสพติดก่อน

นายเดชา กล่าวว่า 2.ต้องการให้ข้อมูลที่ถูกต้องต่อสาธารณชนก่อนว่า กัญชาไม่ใช่ยาเสพติด แต่เป็นยารักษาโรคซึ่งการใช้ที่ถูกต้องจะเป็นประโยชน์มากโดยเฉพาะการรักษาและแก้ไขปัญหาสุขภาพซึ่งมีราคาถูก สามารถลดค่าใช้จ่ายได้มากโดยเฉพาะลดการนำเข้ายาจากต่างประเทศ 3. ระดมทุนบริจาคเพื่อผลิตยาสำหรับแจกฟรี หากยังทำไม่ได้มากก็ใช้ทุนก้อนนี้ในการรณรงค์ในการปรับกฎหมาย ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่จัดกิจกรรม และจัดครั้งเดียวอาจไม่เพียงพอ ยังมีอีกหลายเรื่องที่ยังต้องให้ความรู้โดยการอบรม จนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย ซึ่งอาจต้องใช้เวลาหลายปี

“หลังจากผมศึกษาและทำเรื่องกัญชามา 6 ปี เริ่มจากทดลองใช้กับตัวเองก่อน แล้วใช้กับลูกศิษย์ สุดท้ายใช้กับสาธารณชน เราพบว่ากัญชามีประโยชน์มาก เราต้องการให้ทุกคนเข้าถึงกัญชาอย่างทั่วถึง อยากให้ทุกคนปลูกและสกัดได้เพื่อรักษาตัวเอง ในระดับชุมชนอยากให้มีการแจกจ่ายฟรีสมุนไพรชนิดนี้กับผู้ป่วยทุกอำเภอ คือ มี 1 วัดในทุกอำเภอแจกจ่ายอย่างทั่วถึง เราอาจใช้พื้นที่ปลูกกัญชาอำเภอละ 10 ไร่ ซึ่งคาดว่ามีผู้ป่วยอำเภอละไม่เกิน 3 หมื่นคน หากทำได้ระบบสาธารณสุขในบ้านเราจะดีขึ้นมาก ดีกว่าต้องพึ่งระบบสุขภาพของรัฐและเอกชนอย่างเดียว”นายเดชา กล่าว

ด้าน ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งร่วมเดินเท้า กล่าวว่า ประชาชนเดือดร้อนแสนสาหัส ซึ่งกัญชาสามารถรักษาโรคได้แต่ประชาชนเข้าไม่ถึ งเพราะรัฐบาลยังกีดกันให้กัญชาเป็นยาเสพติดเราจึงต้องเดินด้วยเท้าเรียกร้องให้กัญชาออกจากยาเสพติดและเป็นสมุนไพรรักษาประชาชน อยากให้ผู้มีอำนาจเห็นใจประชาชนที่ป่วยยาก การเดินครั้งนี้แม้พวกเราจะป่วยและแก่เฒ่าแต่ก็ต้องการเรียกร้องให้รัฐบาลปลดล็อคครั้งนี้

ข่าวอื่นๆ