ทร.เตรียมรื้อบ้านลอยน้ำกลางทะเลกลับฝั่งภูเก็ต พบสภาพไม่แข็งแรง

  • วันที่ 20 เม.ย. 2562 เวลา 14:32 น.

ทร.เตรียมรื้อบ้านลอยน้ำกลางทะเลกลับฝั่งภูเก็ต พบสภาพไม่แข็งแรง

ทัพเรือภาค3 นำคณะสื่อมวลชนติดตามการเคลื่อนย้ายบ้านลอยน้ำกลางทะเล หลังตรวจพบสภาพไม่มีความแข็งแรง สุ่มเสี่ยงพังลงมา กลับเข้าฝั่ง จ.ภูเก็ต

เมื่อวันที่ 20 เม.ย. พล.ร.ท. สิทธิพร มาศเกษม ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3(ผบ.ทรภ.3) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลเขต 3 (ศร.ชล.เขต 3) เปิดเผยว่า ตามที่ ศรชล.ภาค 3 ได้มีการตรวจพบสิ่งก่อสร้างSeaSteading บริเวณนอกชายฝั่งจังหวัดภูเก็ต เมื่อ 12 เม.ย.62 ที่ผ่านมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรักษาความมั่นคงทางทะเล เจ้าหน้าที่ ตำรวจ และจังหวัดภูเก็ต ได้มีการดำเนินการตามขั้นตอนของกฏหมายที่เกี่ยวข้องโดยการดำเนินการทางกฏหมายที่เกิดขึ้นบนบกจะเป็นหน้าที่ของจังหวัดภูเก็ต ในการบูรณาการส่วนราชการที่เกี่ยวข้องสำหรับการดำเนินการทางกฏหมายที่เกิดขึ้นในทะเลจะเป็นหน้าที่ของศรชล.ภาค3ในการบูรณาการส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง

โดย เมื่อวันที่ 19เม.ย.2562 ศรชล.ภาค 3 ได้จัดเรือ ต.991 พร้อมเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องไปทำการตรวจสอบสภาพสิ่งก่อสร้างSeaSteadingพบว่ามีอาการเอียง และมีความสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดการพังลงมา เนื่องจากขณะนี้เริ่มมีสภาพคลื่นลมที่เริ่มแรงขึ้น รวมทั้งโซ่ที่ยึดตรึงเริ่มมีการส่ายไปมา ดังนั้น หากมีการพังลงมาหรือหลุดลอยออกไปจะทำให้ส่งผลกระทบต่อการเดินเรือที่อาจทำให้เรือสินค้าหรือลำเลียงน้ำมันที่เดินทางผ่านในพื้นที่เกิดการชนขึ้นและจะส่งผลกระทบต่อการรั่วไหลของน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งจะทำให่เกิดปัญหาต่อสภาพแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตในทะเลได้รวมทั้งจะเป็นอุปสรรคต่อเรือประมงที่ทำการประมงในพื้นที่

ตามอำนาจหน้าที่ของศรชล.ภาค 3 ตาม พ.ร.บ.การรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลพ.ศ.2562 ในมาตราที่ 3(1)มาตรา 25 มาตรา 27 มาตรา 28 และมาตรา 30ได้ให้อำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแล ป้องกัน ปราบปราม ระงับยับยั้งจัดการแก้ไขหรือบรรเทาปัญหาเหตุการณ์ สาธารณภัย หรือการกระทำผิดกฏหมายที่กระทบหรืออาจส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของชาติทางทะเลหรือกิจกรรมทางทะเล

จากเหตุผลและความจำเป็นตามที่กล่าวมาในข้างต้นรวมทั้งอาจทำให้เกิดผลต่อประจักษ์พยานหลักฐานที่มีความจำเป็นต้องมาใช้ประกอบการดำเนินคดีที่ต้องมีการดำเนินการตามกระบวนการทางด้านกฏหมายต่อไป นั้น จึงทำให้ ศรชล.ภาค 3ต้องตัดสินใจดำเนินการนำสิ่งก่อสร้างดังกล่าวกลับเข้าสู่ฝั่งในโอกาสแรกเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อปัญหาที่จะเกิดขึ้น ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ศรชล.ภาค 3 ได้พยายามติดตามผู้ที่กล่าวอ้างว่าเป็นเจ้าของแต่ไม่สามารถติดต่อได้

โดยในวันนี้ ตนจึงได้สั่งการให้จัดเรือหลวงริ้น และเรือ ต.991 พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยงานในศร.ชล. เขต 3 เจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้แทนจังหวัดภูเก็ต เข้าดำเนินการตรวจสอบและดำเนินการลากสิ่งก่อสร้างดังกล่าวกลับเข้าสู่ฝั่งโดยเชิญสื่อมวลชนเข้าร่วมสังเกตการณ์และเป็นพยานว่าในการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ในศรชล.ภาค 3 ครั้งนี้ดำเนินการด้วยความสุจริตใจ ไม่ได้มีการกลั่นแกล้งหรือทำให้สิ่งก่อสร้างได้รับความเสียหายโดยดำเนินการเป็นไปเพื่อไม่ให้ก่อให้เกิดปัญหาที่ขยายเป็นวงกว้างและยากจะแก้ไขโดยเมื่อลากกลับเข้าสู่ฝั่งแล้ว ศรชล.ภาค 3 จะประสานหน่วยงานที่รับผิดชอบในการเฝ้าระวังให้ดีที่สุด

ทั้งนี้ หากผู้ที่กล่าวอ้างว่าเป็นเจ้าของจะมาแสดงสิทธิ์ความเป็นเจ้าของสามารถเข้ามาตรวจสอบและดูสิ่งของที่อยู่ภายในว่ามีครบถ้วนตามที่เราตรวจสอบไว้ก่อนที่จะมีการเคลื่อนย้าย โดยเจ้าหน้าที่ได้มีการจัดทำบัญชีรายการไว้เรียบร้อย รวมทั้งหากมาแสดงตัวตนเจ้าหน้าที่ทางการไทยจะได้ดำเนินการสอบสวนให้เป็นไปตามกระบวนการตามกฎหมายต่อไป

ข่าวอื่นๆ