น้ำท่วมวิสาหกิจชุมชนกรุงเก่าเจ๊ง

วันที่ 07 พ.ย. 2553 เวลา 21:05 น.
น้ำทะลักเข้าทุ่งส่งผลทำให้วิสาหกิจชุมชนกรุงเก่าขาดทุนยับ-เป็นหนี้ล้นตัว

นายสมจิตร วงศ์คำหาญ  อยู่บ้านเลขที่ 14/1 ม.2 ต.โรงช้าง อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา  กล่าวว่า น้ำจากแม่น้ำลพบุรีและแม่น้ำป่าสักไหลมาตามทุ่งเข้าท่วมชุมชนและไร่นารวมถึงพื้นที่การเกษตรและวิสาหกิจชุมชนได้รับเสียหายจำนวนมากทำให้ติดหนี้สินพะรุงพะรัง

นายสมจิตร กล่าวอีกว่า  ปกติทำวิสาหกิจชุมชนคือเพาะเห็นฟางขายเป็นอาชีพหลักน้ำท่วมก็เสียหายหมด ที่ผ่านมาได้ทำโรงเรียนเพาะเห็นฟาง 3 โรงเรือน โดยในแต่ละโรงเรือนจะสามารถเก็บผลผลิตได้ประมาณ 7,000 บาท ต่อ 1รอบการผลิต แต่หลังจากถูกน้ำท่วมก็เสียหายทันที และโรงเรียนที่ปริ่มน้ำนิดหน่อย ก้อนเชื้อเห็ดฟางก็ไม่ออกดอกเห็ดเพราะว่าความชื้นในพื้นที่มีสูง อุณหภูมิไม่ถึง 30 องศาเห็ดไม่ออกดอกเสียหายเช่นกัน ทั้งชุมชนก็มีโรงเพาะเห็นประมาณ 70 โรงเรือนเสียหายโดยทั่วหน้า

ทั้งนี้ได้ทำเกษตร 3 ประเภท คือ ทำนา 30 ไร่และนาล่มทั้งหมด ทำโรงเพาะเห็น 3 โรงเสียหายทั้งหมดและทำแปลงสวนผักอีก 5 ไร่เสียหายทั้งหมด มีหนี้สินจาก ธกส.จำนวน 100,000 บาท  หนี้สินกองทุนหมู่บ้าน 10,000 บาท และหนีสินนอกระบบ 200,000 บาททั้งหมดกู้มาทำทุนเพาะปลูก แต่เมื่อน้ำท่วมทุกอย่างเสียหายหมด ไม่มีอะไรไปขายเพื่อหาเงินมาใช้หนี้สินและก็ไม่รู้ว่าในการลงทุนเพราะปลูกรอบใหม่หลังน้ำลดจะเอาเงินที่ไหนไปทำทุนต่อไปเพราะหนี้เก่าก็ไม่ได้ใช้ เงินทุนใหม่ก็ไม่มี ก็ปลงกับชีวิตเหมือนกัน

"คนบ้านนอกแบบผม ก็คือคนบ้านนอก เขาดันน้ำเข้ามาในนาในทุ่ง นาเราก็ล่มจะไปพูดเรียกร้องบุญคุณจากคนเมืองหลวงเขาได้อย่างไร  เมืองหลวงสำคัญคนบ้านนอกแบบผมจะมีค่าอะไร  ผมก็คนบ้านนอกใช้แต่แรงกายในการทำนาไม่มีสมองไปต่อรองหรือเรียกร้องอะไรจากเขาหรอก" นายสมจิตรกล่าว