ค่าฝุ่นPM2.5ภาคเหนือมีแนวโน้มลดลง แต่ยังอันตรายต่อสุขภาพ

  • วันที่ 07 เม.ย. 2562 เวลา 12:48 น.

ค่าฝุ่นPM2.5ภาคเหนือมีแนวโน้มลดลง แต่ยังอันตรายต่อสุขภาพ

กรมควบคุมมลพิษเผยค่าฝุ่นละอองPM2.5ในพื้นที่ภาคเหนือมีแนวโน้มลดลง แต่ยังอยู่ในระดับอันตรายต่อสุขภาพ รัฐบาลย้ำเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเร่งแก้ไขต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 62 เว็บไซต์ Air4Thai กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ รายงานค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ เมื่อเวลา 10.00 น. พบว่ามีแนวโน้มลดลง แต่ยังคงอยู่ในระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

โดยที่ จ.แม่ฮ่องสอน ต.จองคำ อ.เมือง ค่าฝุ่น PM 2.5 สูงที่สุด อยู่ที่ 122 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

รองลงมาคือ จ.เชียงราย ที่ ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย ค่าฝุ่น PM 2.5 อยู่ที่ 116 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และที่ ต.เวียง อ.เมือง ค่าฝุ่น PM 2.5 อยู่ที่ 81 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

จ.เชียงใหม่ ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม ค่าฝุ่น PM 2.5 อยู่ที่ 96 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร, ต.ช้างเผือก อ.เมือง ค่าฝุ่น PM 2.5 อยู่ที่ 94 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และ ต.ศรีภูมิ อ.เมือง ค่าฝุ่น PM 2.5 อยู่ที่ 85 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

จ.น่าน ต.ห้วยโก๋น อ.เฉลิมพระเกียรติ ค่าฝุ่น PM 2.5 อยู่ที่ 75 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

จ.ลำปาง ต.พระบาท อ.เมือง ค่าฝุ่น PM 2.5 อยู่ที่ 68 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และที่ ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ ค่าฝุ่น PM 2.5 อยู่ที่ 52 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

จ.ตาก ต.แม่ปะ อ.แม่สอด ค่าฝุ่น PM 2.5 อยู่ที่ 68 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

จ.ลำพูน ต.บ้านกลาง อ.เมือง ค่า PM 2.5 อยู่ที่ 67 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

จ.พะเยา ต.บ้านต๋อม อ.เมือง ค่าฝุ่น PM 2.5 อยู่ที่ 57 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

ด้าน พลโท วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สถานการณ์ไฟป่าหมอกควันภาคเหนือโดยรวมดีขึ้น แต่ยังคงมีผลกระทบอยู่ 3 จังหวัดคือ จ. แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ และเชียงราย โดยที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่สามารถมองเห็นดอยสุเทพได้ชัดเจนขึ้น

ในช่วงวันหยุดนี้พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์ปัญหาฝุ่น ไฟป่า และหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนืออย่างใกล้ชิด และได้รับรายงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่าจุดความร้อนหรือ Hotspot โดยรวมวันนี้ลดลงจากวันที่ 2 เม.ย.อย่างมาก จาก 1,969 จุด เหลือ 375 จุดใน 9 จังหวัด แต่บางพื้นที่จุด Hotspot มีขึ้นมีลงตามสภาพอากาศและภูมิประเทศ ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเร่งปฏิบัติการอย่างไม่หยุดหย่อน

"นายกฯ ขอบคุณและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกนาย พร้อมกำชับให้จังหวัดดูแลสุขภาพอนามัยของประชาชนอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงเช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วย"

ข่าวอื่นๆ