วัว-ควายชาวบ้านหลุดเข้าโรงงานเจอเรียกค่าไถ่เจ้าหน้าที่รัฐรุดเจรจาเจ้าของยอมปล่อย

วันที่ 01 มี.ค. 2562 เวลา 14:44 น.
วัว-ควายชาวบ้านหลุดเข้าโรงงานเจอเรียกค่าไถ่เจ้าหน้าที่รัฐรุดเจรจาเจ้าของยอมปล่อย
บุรีรัมย์-ชาวบ้านเลี้ยงวัวควายชายทุ่งหลุดเข้าในโรงงานถูกเรียกค่าไถ่ตัวละ2พันเจ้าหน้าที่รัฐรุดเจรจาไกล่เกลี่ยเจ้าของยอมปล่อยคืนให้ทั้งหมดแจงแค่ปรามไม่ได้ปรับจริง

เมื่อวันที่ 1มี.ค.62 วัวของชาวบ้านบ้านดวน หมู่ 7  ต.ห้วยราช อ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ ซึ่งปล่อยเลี้ยงไว้ในทุ่งนา เดินเข้าไปในโรงงานผสมปูนใกล้หมู่บ้าน เจ้าของโรงงานได้กักขังเอาไว้ ชาวบ้านร้องขอความช่วยเหลือเพราะเจ้าของโรงงานเรียกค่าไถ่คืนตัวละ2,000 บาท เพราะได้รับความเดือดร้อนไม่มีเงินไปจ่ายค่าไถ่

ที่หน้าโรงงานผสมปูนมีการติดป้ายไว้ด้านหน้า ข้อความว่า “ห้ามนำวัวควาย เข้าบริเวณโรงงาน เนื่องจากเป็นการบุกรุกทำลายต้นไม้ และกีดขวางทางเข้าออกของรถยนต์ ทางห้างจึงต้องกักขังวัวควายของท่านที่บุกรุกพื้นที่ เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายแจ้งความดำเนินคดี โดยท่านต้องจ่ายค่าไถ่วัวควายตัวละ 2,000 บาท”

ทั้งนี้มีวัวถูกกักขังไว้ในโรงงานจำนวน4ตัว ที่ผ่านมามีวัวควายของชาวบ้านถูกกักขังในโรงงานรวม 7 รายเคยมีชาวบ้านถูกเรียกค่าไถ่วัว ควายตัวละ 2,000 บาท ตามที่ทางโรงงานติดป้ายไว้จริง

นางฉลอม เกษมสุข อายุ 63 ปี ชาวบ้าน กล่าวว่า เลี้ยงวัวไว้10ตัว เมื่อวันที่ 26 ก.พ.62ตามหาวัวไม่เจอกระทั่งมีคนมาบอกว่า วัวถูกขังไว้อยู่ในโรงงานผสมปูน ไม่เคยทราบว่าทางโรงงานติดป้ายแจ้งเตือนไว้เห็นว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และคงไม่มีเงินที่จะไปจ่ายค่าไถ่วัวคืน ซึ่งเมื่อวานนี้(28ก.พ.62)โรงงานได้ยอมปล่อยวัวออกมา 6  ตัว แต่ไม่ได้จ่ายค่าไถ่เนื่องจากเป็นวัวตัวเล็ก  ส่วนวัวตัวใหญ่อีก 4  ตัวยังถูกกักขังไว้ในโรงงาน  ซึ่งโรงงานก็ยืนยันว่าต้องมาจ่ายค่าไถ่จึงจะคืนวัวให้จึงได้ออกมาร้องขอความช่วยเหลือ 

นางสุทธิ กองรัมย์ เจ้าของวัวควายอีกราย  บอกว่า   เมื่อวันที่ 5- 6 ม.ค.62 ควายของตนเองและน้องสาวถูกขังไว้ในโรงงงานจำนวน 14 ตัวทางโรงงานเรียกค่าไถ่ควายคืนเป็นเงิน 28,000 บาท   แต่ไม่มีเงินจึงได้ไปกราบขอร้องเจ้าของโรงงานให้ลดค่าไถ่ กระทั่งเจ้าของโรงงานยอมตกลงลดให้เหลือ 20,000 บาท แต่ต่อมาเจ้าของโรงงานได้คืนเงินกลับมา5,000 บาท บอกว่าให้เอาให้ซื้อขนมให้เด็กในหมู่บ้านจากนั้นก็ได้ควายทั้งหมดคืนสิ่งที่เกิดขึ้นยอมรับว่าวัวอาจจะเข้าไปในโรงงานจริง เพราะคงไม่มีเวลาไปตามดูทั้งวันต้องไปทำมาหากินแต่โรงงานก็ไม่น่าจะปรับแพงถึงตัวละ 2,000 น่าจะปรับแค่ตัวละ 100 – 200 บาทและหากเป็นไปได้ก็อยากให้คืนเงินที่จ่ายค่าไถ่ไปทั้งหมด

ด้านนายพิสิษฐ์   ว่องโชติกุล   เจ้าของโรงงานผสมปูนชี้แจงว่าไม่ได้มีเจตนาจะกักขังวัวควายหรือเรียกเงินค่าปรับจากชาวบ้านแต่ที่ผ่านมาได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาวัว ควายเข้ามาในโรงงานแล้วกักกินต้นไม้ทั้งกล้วย มะพร้าว และเหยียบย่ำทำลายข้าวของเช่น ท่อน้ำเสียหายหลายครั้งเคยไปแจ้งความและเตือนชาวบ้านแล้วหลายครั้งแต่ก็ยังมีวัวควายเข้ามาสร้างความเดือดร้อนอีกเรื่อยๆจึงตัดสินใจทำป้ายติดไว้เพื่อ"ปราม"ให้ชาวบ้าน เกษตรกรดูแลวัว ควายของตัวเองให้ดี  ซึ่งติดป้ายนี้มาประมาณ 7 เดือนแล้ว  แต่ก็ยังมีวัว ควาย เข้ามาอีก จึงได้ทำคอกขังวัว ควาย ไว้เพื่อไม่ให้ไปเดินเหยียบย่ำทำลายข้าวของหรือขี้เรี่ยราวในโรงงานพร้อมทั้งได้ไปแจ้งความไว้เพราะเป็นการละเมิดสิทธิ์และทำลายทรัพย์สินคนอื่นไม่ได้อยากมีปัญหาหรือเรียกเงินจากชาวบ้าน แต่ก็อยากให้เห็นใจกันบ้าง

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยราช เจ้าหน้าที่ทหาร  เจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ  และเจ้าหน้าที่จากยุติธรรมจังหวัด ได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมเจรจาไกล่เกลี่ยแก้ไขปัญหาเกิดขึ้นเบื้องต้นทางโรงงานก็ยอมปล่อยวัวของนางฉลอม ที่ยังถูกขังไว้ 4 ตัวสุดท้ายโดยไม่ได้เอาเงินค่าไถ่จากชาวบ้านพร้อมทั้งจะได้ร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งบานปลายต่อไป