รองปลัดเทศบาลแฉกลับถูกครูหญิงหลอกเบิกเงินกู้สหกรณ์ออมทรัพย์

  • วันที่ 22 ม.ค. 2562 เวลา 10:53 น.

รองปลัดเทศบาลแฉกลับถูกครูหญิงหลอกเบิกเงินกู้สหกรณ์ออมทรัพย์

กาฬสินธุ์-รองปลัดเทศบาลแฉกลับถูกครูหญิงหลอกเบิกเงินกู้สหกรณ์ออมทรัพย์เข้าแจ้งความดำเนินคดีฉ้อโกงขณะคณะกก.เตรียมสรุปผลสอบ25ม.ค.พบใครทำผิดถูกดำเนินการทันที    ความคืบหน้ากรณีนางเยาวลักษณ์ ภูชุม อายุ 34 ปี ครูวิทยฐานะชำนาญการ อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยนางไสว บรรลือเสียง อายุ 60 ปี มารดา เข้าร้องทุกข์กับศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ ขอกู้เงินจากสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์ จำกัด แต่ถูกนายหน้าที่เป็นข้าราชการครูหญิงเรียกเก็บค่าดำเนินการ 13 เปอร์เซ็นต์ และปลอมเอกสารเบิกเงินไปจำนวน 1,580,300 บาท โดยมีชื่อรองปลัดเทศบาลตำบลแห่งหนึ่งเป็นผู้เบิกเงิน กระทั่งนายไกรสร กองฉลาด ผวจ.กาฬสินธุ์ สั่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าสหกรณ์ฯบกพร่องไม่ปฏิบัติตามระเบียบ

เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2562 รองปลัดเทศบาลตำบลแห่งหนึ่งซึ่งตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้เบิกเงิน ออกมาเปิดใจและชี้แจงข้อเท็จจริงพร้อมทั้งนำหลักฐานเอกสารการโอนเงินมายืนยันความบริสุทธิ์ใจ สืบเนื่องจากมีเจ้าหน้าที่หญิงคนหนึ่งในสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์ซึ่งเป็นเพื่อนกับแฟนของตัวเองได้แนะนำให้รู้จักกับข้าราชการครูหญิง ในพื้นที่ อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ อ้างว่าเป็นผู้ที่ทำเรื่องการกู้เงินของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูฯ และกำลังทำเรื่องกู้เงินให้กับสมาชิกอยู่ 1 ราย แต่ผู้ที่กำลังกู้เงินต้องการใช้ล่วงหน้าเงินก่อนจึงได้มาขอยืมเงินไปให้ระหว่างรอการอนุมัติด้วยความเชื่อใจ ประกอบกับจากการสอบถามเจ้าหน้าที่หญิงในสหกรณ์ฯยืนยันว่ามีการขอกู้เงินจริง และจะมีการอนุมัติผ่านแน่นอนจึงให้ยืมเงินไปจำนวน 830,000 บาทโดยโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารให้กับข้าราชการครูหญิงเมื่อวันที่ 16ก.ย.61  

ต่อมาได้ติดตามทวงเงินคืนซึ่งข้าราชการครูหญิงบอกว่าทางสหกรณ์อมทรัพย์ครูได้อนุมัติเงินกู้แล้วเมื่อวันที่ 27 ก.ย.61 จึงเดินทางไปเอาเงินคืนเมื่อไปถึงก็มีการจัดเตรียมเอกสารเกี่ยวกับการเบิกถอนเงินไว้ให้หมดแล้ว เชื่อว่าเจ้าหน้าที่เป็นคนจัดเตรียมไว้ โดยข้าราชการครูหญิงได้ใช้ชื่อตัวเองเป็นคนเบิก แต่ตนนั้นเพียงแต่ลงชื่อใบเบิกเงินออกมา จากนั้นได้หักเงินไว้จำนวน 830,000 บาท ซึ่งเป็นเงินที่ยืมไป และส่วนที่จะได้เป็นดอกเบี้ยที่ข้าราชการครูหญิงรับปากไว้อีก 80,000 บาท ส่วนที่เหลือ 670,300 บาท ได้โอนเข้าบัญชีของข้าราชการครูหญิง ซึ่งเป็นนายหน้าเพื่อที่จะให้ไปคืนเจ้าของคนกู้มีเอกสารหลักฐานการโอนเงินทั้งหมด

กระทั่งต่อมาทราบภายหลังว่าผู้ที่ขอกู้เงินคือนางเยาวลักษณ์ ซึ่งได้ไปร้องทุกข์กับศูนย์ดำรงธรรมและแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองกาฬสินธุ์ และมาทราบภายหลังอีกว่าข้าราชการครูหญิงนายหน้าคนนี้ได้นำเงินที่ยืมไปจำนวน 830,000 บาทให้นางเยาวลักษณ์ใช้ล่วงหน้าก่อนเพียง 200,000 บาทจึงรู้สึกตกใจมาก เพราะนอกจากข้าราชการครูหญิงนายหน้าคนนี้จะหลอกยืมเงินไปให้นางเยาวลักษณ์แล้วยังหลอกยืมเงินไปอีก 900,000 บาท อ้างว่ากำลังทำเรื่องกู้เงินสหกรณ์ออมทรัพย์ครูให้กับครูอีก 3 คน และทั้ง 3 คน ต้องการใช้เงินก่อนหลังเกิดเรื่องได้พยายามติดต่อสอบถามไปยังข้าราชการครูหญิงที่เป็นนายหน้ารายนี้ แต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้ จึงมั่นใจว่าถูกหลอกได้เข้าลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่สภ.เมืองกาฬสินธุ์ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้มีเจตนาเบิกเงิน และเข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีกับข้าราชการครูคนดังกล่าวในห้อหาฉ้อโกงทรัพย์อีกด้วย    ด้านนางเยาวลักษณ์ ภูชุม กล่าวยืนยันว่า ได้ให้คำร้องขอกู้เงิน และเอกสารต่างๆเกี่ยวกับการกู้เงินให้กับข้าราชการครูหญิงดังไปดำเนินการกู้เงินเท่านั้น ไม่ได้มอบเอกสารให้ไปเบิกเงิน ซึ่งระหว่างรอการอนุมัติยอมรับว่าได้ยืมเงินจากข้าราชการหญิงนายหน้ามาใช้ก่อนจำนวน 200,000 บาทจริง แต่ไม่ทราบว่าข้าราชการหญิงคนนี้ไปเอาเงินมากจากไหน ซึ่งเมื่อสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์อนุมัติเงินกู้แล้ว จะต้องให้ตนซึ่งเป็นผู้ที่กู้ไปเป็นคนเบิกเงินแล้วค่อยหักในส่วนที่ตนยืมมาก็ได้ ไม่ใช่ไปดำเนินการเบิกเงินออกไปทั้งหมด แล้วหายไปปล่อยให้ตนเป็นหนี้

ขณะที่นายวีระศักดิ์ ศรีโสภา รองผวจ.กาฬสินธุ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กล่าวว่า ขณะนี้คณะกรรมการได้ดำเนินการสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องไปหลายคนแล้ว แต่ยังรอผลการตรวจสอบและพิสูจน์เอกสารต่างๆอีกเพียงบางส่วน รวมทั้งการให้ปากคำของข้าราชการครูหญิง ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นนายหน้าเรียกเก็บค่าเปอร์เซ็นต์ และร่วมเบิกเงินไป ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญ โดยคาดว่าคณะกรรมการจะสามารถสรุปผลการสอบสวนภายในวันที่ 25 มกราคม 2562 ว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องและจะต้องดำเนินการอย่างไรกับใครบ้าง ซึ่งหากพบใครทำผิดถูกดำเนินการทันที

ส่วนกรณีที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบว่าสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์ มีข้อบกพร่องไม่ได้ปฏิบัติตามกฎระเบียบ โดยมีการปล่อยเงินกู้ให้สมาชิกมากกว่ากำลังการใช้หนี้ โดยไม่มีการผ่านคณะกรรมการและไม่ได้ตรวจสอบนั้นได้สั่งการให้สำนักงานสหกรณ์ จ.กาฬสินธุ์เข้าไปดำเนินการตรวจสอบแล้ว

ข่าวอื่นๆ