คนไร้สัญชาติทองผาภูมิดีใจได้บัตรประชาชนเป็นของขวัญปีใหม่

  • วันที่ 07 ธ.ค. 2561 เวลา 18:42 น.

คนไร้สัญชาติทองผาภูมิดีใจได้บัตรประชาชนเป็นของขวัญปีใหม่

กาญจนบุรี-อ.ทองผาภูมิมอบบัตรประจำตัวประชาชนจำนวน280ใบแก่ผู้ได้รับสัญชาติไทยตามโครงการกำหนดสถานะให้แก่บุคคลไร้สัญชาติเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่62

เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.61 ที่ว่าการอำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี นายสมยศ ศิลปีโยดม รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานในพิธีปฏิญาณตนและมอบบัตรประจำตัวประชาชนแก่ผู้ได้รับสัญชาติไทยตามโครงการกำหนดสถานะให้แก่บุคคลไร้สัญชาติ กรมการปกครอง โดยมีนายอำเภอทองผาภูมิ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนคณะกรรมการสิทธิฯ ครู อาจารย์ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนผู้ได้รับสัญชาติไทยเข้าร่วมพิธีฯ โดยผู้ได้รับสัญชาติไทยได้ปฏิญาณตนเป็นพลเมืองที่ดีตามแนวทางของกระทรวงมหาดไทยและกรมการปกครอง

อำเภอทองผาภูมิ ได้ดำเนินการรับคำร้องขอมีสัญชาติไทยและตรวจสอบความถูกต้องรวมทั้งสอบสวนพยานบุคคลตามมาตรา 7 ทวิ วรรคสองแห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 บุคคลที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปจะต้องส่งคำร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาลงนามอนุมัติคำขอ จำนวน 303 คน และบุคคลที่มีอายุไม่เกิน 18 ปี ซึ่งนายอำเภอพิจารณาอนุมัติจำนวน 229 คน และได้จัดพิธีปฏิญาณตนและมอบบัตรประจำตัวประชาชนให้แก่ผู้ได้รับสัญชาติไทยเพิ่มเติมตามที่สำนักทะเบียนกลางได้แจ้งกำหนดเลขประจำตัวประชาชนมาซึ่งครั้งนี้จัดเป็นครั้งที่ 5 แล้ว โดยมีผู้ได้รับสัญชาติไทยจำนวน 280 คน  เข้าร่วมพิธีดังกล่าว พร้อมกันนี้ยังได้รับแจ้งจากกรมการปกครองว่าได้กำหนดเลขประจำตัวประชาชนให้กับผู้ที่ยื่นขอสัญชาติไทยเพิ่มเติมอีกจำนวน 108 คน ซึ่งจะดำเนินการเพิ่มชื่อและถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนต่อไป

นายสมยศ ศิลปีโยดม รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า โครงการกำหนดสถานะให้แก่บุคคลไร้สัญชาตินั้นเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่มอบหมายให้กรมการปกครองแจ้งจังหวัดและให้อำเภอต่างๆ เร่งรัดดำเนินการเนื่องจากเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามปฏิญาณสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ซึ่งองค์การสหประชาชาติได้รับรองไว้ประกอบกับ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นห่วงกลุ่มคนที่ไม่มีสัญชาติไทยหรือไร้สัญชาติซึ่งอาศัยอยู่ตามแนวชายแดนของประเทศด้วยกระแสพระราชดำรัสเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2544 ณ วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคิรีขันธ์ มีใจความสำคัญว่า “ประชาชนที่อยู่ในประเทศเรามีมานานแล้วแต่ก็ไม่เป็นคนไทย คือ เขาไม่ถือว่าเป็นไทยแท้จริง เขาอยู่และเกิดในเมืองไทยแต่ก็ไม่ได้รับประโยชน์ของความเป็นไทย สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ต้องปฏิบัติเหมือนกันเพราะว่าหากว่ามีคนอยู่ในเมืองไทยและมีความน้อยใจมาก ไม่มีใครเอาใจใส่ก็จะทำให้ความมั่นคงของประเทศด้อยไป” ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่ก่อให้เกิดโครงการดังกล่าวขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อให้ประชาชนทุกคน ทุกหมู่เหล่า ทุกเชื้อชาติ ได้มีความเป็นอยู่ในพื้นแผ่นดินไทยภายใต้ร่มโพธิ์พระบารมีของพ่อหลวงอย่างมีความสุข

ทั้งนี้ หน่วยงานภาครัฐและประชาชนได้มีส่วนร่วมในการตรวจสอบและคัดค้านการได้สัญชาติไทยของบุคคลที่เห็นว่าเป็นการได้มาโดยมิชอบด้วยกฎหมายตามแนวทางประชารัฐ หากเกิดกรณีดังกล่าวเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องจะได้ดำเนินการยกเลิกเพิกถอนรายการบุคคลดังกล่าว เนื่องจากการได้สัญชาติก่อให้เกิดสิทธิและหน้าที่หลายประการจึงอาจจะเกิดการทุจริตขึ้นได้ และเป็นการป้องกันการทุจริตทางทะเบียนได้อีกทางหนึ่งด้วย

ด้าน น.ส.กัญจญ์อมล กาญจนดำรงสกุล อายุ 23 ปี ประกอบอาชีพครูอัตราจ้างโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็น 1 ในผู้ได้รับสัญชาติไทย เผยถึงความรู้สึกว่า ที่ผ่านมาตนเองคิดว่า การที่ไม่ได้รับสัญชาติไทยเป็นปมด้อยในชีวิต ทั้งๆ ที่ตนเองก็มีความสามารถ มีการศึกษา และมีประสิทธิภาพ แต่ก็รู้สึกว่าเรายังไม่เหมือนคนไทยคนอื่นเสียที

และมาวันนี้ตนได้เป็นคนไทยโดยสมบูรณ์แล้ว ก็สามารถลบล้างจุดด้อยที่ติดตัวมาตลอด ซึ่งตนรู้สึกดีใจอย่างมาก และจะตั้งใจทำหน้าที่ครูให้ดีที่สุด ซึ่งคิดว่าตัวเองน่าจะเป็นครูที่ดีได้ จะสั่งสอนนักเรียนจนสุดความสามารถ รวมถึงจะคอยให้คำแนะนำนักเรียนที่ยังไม่ได้รับสัญชาติ จะให้แรงบันดาลใจและให้คำแนะนำให้สู้ เพื่อที่จะได้รับสัญชาติไทยเหมือนกับตนเองในวันนี้

ข่าวอื่นๆ