ไม่มีที่จะทิ้ง!ชาวบ้านทนเหม็นไม่ไหวขอเทศบาลตำบลป่าเซ่านำถังขยะมาคืน

  • วันที่ 06 ธ.ค. 2561 เวลา 11:11 น.

ไม่มีที่จะทิ้ง!ชาวบ้านทนเหม็นไม่ไหวขอเทศบาลตำบลป่าเซ่านำถังขยะมาคืน

อุตรดิตถ์-เทศบาลตำบลป่าเซ่าผุดนโบายลดปริมาณขยะมูลฝอยด้วยการเก็บถังขยะตามครัวเรือนออกไปชาวบ้านเดือดร้อนไม่มีที่จะทิ้งร้องศูนย์ดำรงธรรมช่วยนำมาคืน

เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2561 ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ นายฟื้น พ่วงบางโพ พร้อมชาวบ้านหมอนไม้ หมู่ 3 ต.ป่าเซ่า อ.เมืองอุตรดิตถ์ ยื่นหนังสือถึงนายธนากร อึ้งจิตรไพศาล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อขอให้ดำเนินการบังคับให้เทศบาลตำบล (ทต.) ป่าเซ่า นำถังขยะมูลฝอยมาคืนให้กับชาวบ้าน หมู่ 3 ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการกำจัดขยะมูลฝอย พ.ศ.2560 และขอให้ทำการตรวจสอบโครงการลดปริมาณขยะของ ทต.ป่าเซ่าด้วยว่า การรับฟังความคิดเห็นของประชาชนว่า เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนถูกต้องหรือไม่ และทำตามขั้นตอนของกฎหมายหรือไม่

นายฟื้น กล่าวว่า เหตุที่ต้องมายื่นหนังสือต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ผ่านไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์นั้น เนื่องจาก ทต.ป่าเซ่า มีโครงการลดปริมาณขยะมูลฝอย ด้วยการเก็บถังขยะตามครัวเรือนออกไป ทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนเพราะไม่มีถังขยะสำหรับทิ้งขยะ ให้ชาวบ้านซื้อถุงพลาสติกมาใส่แทนแล้วนำมาวางไว้หน้าบ้านเพื่อให้รถเก็บขยะมาเก็บไป และกว่ารถเก็บขยะจะมาเก็บขยะก็เน่าเหม็นกลิ่นคละคลุ้ง สุนัขที่ออกหากินก็มาคุ้ยขยะกินจนทำให้ขยะเกลื่อนกลาด และในวันที่เรียกประชุมชาวบ้านผู้บริหาร ทต.ป่าเซ่า กลับบอกว่า ทต.ป่าเซ่า ไม่มีหน้าที่ที่ต้องจัดหาถังขยะให้กับประชาชน จะจัดให้เฉพาะสถานที่ราชการและสาธารณะเท่านั้น และยืนยันว่า จะดำเนินการแบบนี้ทั่วทั้งตำบล

“ดูทีท่าแล้ว ทต.ป่าเซ่า คงจะไม่ล้มเลิกการเก็บถังขยะออกจากชุมชนและเดินหน้าต่อโครงการดังกล่าว ซึ่งชาวบ้านไม่ต้องการคัดค้านโครงการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของ ทต.ป่าเซ่า และนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการลดปริมาณขยะมูลฝอยจากชุมชน และการเก็บถังขยะมูลฝอยออกจากบ้านเรือนและชุมชนไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาขยะที่ตรงหรือถูกจุด แต่กลับสร้างปัญหาให้กับชาวบ้านมากกว่าเดิมด้วยซ้ำไป นอกจากนี้ยังทำให้บ้านเมืองสกปรกเนื่องจากขยะที่ใส่ถุงพลาสติกก่อนรถขยะมาเก็บก็กระจายเต็มพื้นที่ อีกทั้งอาจจะส่งผลให้เกิดโรคระบาดที่เกิดจากขยะมูลฝอยก็เป็นได้ การลดปริมาณขยะมูลฝอยควรมีการบริหารจัดการที่ถูกจุด เช่นการส่งเสริมให้ประชาชนนำขยะมาใช้ประโยชน์ เช่นนำไปขาย หรือนำไปทำน้ำหมักชีวภาพ จะดีกว่าการเก็บถังขยะออกไป” นายฟื้น กล่าว

ข่าวอื่นๆ