หนุ่มใหญ่เข้าหาเห็ดป่าสลักพระ เจอช้างป่าต้องหนีเอาตัวรอดติดอยู่ในป่า3วัน

  • วันที่ 11 พ.ย. 2561 เวลา 20:55 น.

หนุ่มใหญ่เข้าหาเห็ดป่าสลักพระ เจอช้างป่าต้องหนีเอาตัวรอดติดอยู่ในป่า3วัน

พบแล้ว!หนุ่มใหญ่วัย 54 ปี รอดตายปาฏิหาริย์ หลังเข้าป่าสลักพระไปหาเห็ดโคนแล้วหายไป 3 วัน เผยเจอโขลงช้างป่าเลยวิ่งหนีเอาตัวรอด

จากกรณีชาวบ้านบ้านห้วยกุ้ง หมู่ 1 ต.ช่องสะเดา อ.เมืองกาญจนบุรี ได้แจ้งทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ เพื่อขอความช่วยเหลือในการค้นหา นายไวพจน์ พูลเรือง อายุ 54 ปี ชาวบ้านตำบลวัดแก้ว อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี ที่หายตัวไป ขณะเข้าป่าไปหาเห็ดโคน บริเวณป่าห้วยกุ้ง ภายในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ตั้งแต่เช้ามืดของวันที่ 9 พ.ย.ที่ผ่านมา แต่จนข้ามวันก็ยังไม่ได้เดินทางกลับออกมาจากผืนป่าดังกล่าว โดยเกรงว่าอาจจะได้รับอันตรายจากช้างป่า หรือประสบอุบัติเหตุ หรืออาจหลงป่านั้น

ต่อมา นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ได้สั่งการให้ นายวิฑูรย์ สิรินุกุล นายอำเภอเมืองกาญจนบุรี นำกำลังสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอเมืองกาญจนบุรีที่ 2 สนธิกำลังกับ นายไพฑูรย์ อินทรบุตร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ นายวสันต์ สุนจิรัตน์ กำนันตำบลช่องสะเดา นางคณัสนันท์ น้อยทิพย์ สารวัตรกำนันตำบลช่องสะเดา แพทย์ประจำตำบล เจ้าหน้าที่ทหารกองร้อยรักษาความสงบ มณฑลทหารบกที่ 17 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลาดหญ้า อาสาสมัครมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ และชาวบ้านจิตอาสา ร่วม 100 นาย เร่งระดมค้นหาตั้งแต่เมื่อวันที่ 10 พ.ย.

ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 พ.ย.เจ้าหน้าที่ได้เร่งระดมกันออกค้นหาไปตามเส้นทางที่ชาวบ้านในพื้นที่มักใช้เดินเข้าไปหาเห็ดโคนและเก็บของป่าเป็นประจำ โดยได้เดินเท้าลาดตะเวนไปถึงป่าพุองสุลี ซึ่งเป็นจุดที่ นายไวพจน์ พร้อมเพื่อนๆ รวม 5 คน ที่ร่วมเดินป่าเข้าไปหาเห็ด นัดหมายกันว่าในช่วงเย็นของวันเกิดเหตุจะเดินทางมารวมตัวกันที่จุดนัดพบดังกล่าว แต่ นายไวพจน์ ไม่มาตามนัดหมาย โดยเจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังเดินเท้าไปในรัศมี 5 กิโลเมตร ถึงป่าหนองไผ่ ทุ่งสลักพระ ลึกจากแนวเขตฯ สลักพระประมาณ 10 กิโลเมตร ห่างและจากหมู่บ้านออกไป ประมาณ 20 กิโลเมตร

ในที่สุดก็พบตัว นายไวพจน์ พูลเรือง ที่หายตัวไปในป่านานถึง 3 วัน ขณะกำลังนั่งพักอยู่ใต้ต้นไม้ในผืนป่าดังกล่าว ใกล้กับหน่วยพิทักษ์ป่าห้วยล้อ ซึ่ง นายไวพจน์ อยู่ในสภาพอิดโรย ร่างกายมีร่องรอยบอบช้ำ และมีบาดแผลขีดข่วนจากกิ่งไม้ตามเนื้อตัว กางเกงขาด แต่ปลอดภัยดี เจ้าหน้าที่จึงรีบเข้าให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นและนำตัวออกจากป่า

นายไวพจน์ กล่าวว่า ได้เดินทางเข้าป่าตั้งแต่เช้ามืดของวันที่ 9 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยเข้าไปหาเห็ดแถวป่าหนองป่าไหล พุองสุลี พุนกกระจอก แต่ปรากฏว่า เจอกับโขลงช้างป่าและช้างแม่ลูกอ่อน จึงต้องวิ่งหนีเอาตัวรอดอย่างทุลักทุเล จนไปถึงถึงป่าหนองไผ่ ทุ่งสลักพระ กระทั่งวันนี้ได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์ของเจ้าหน้าที่ที่ออกลาดตะเวนติดตาม จึงเดินไปตามหาเสียง และได้พบเจ้าหน้าที่ดังกล่าว ซึ่งช่วงที่อยู่ในป่าก็ได้ประทังชีวิตด้วยการกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและน้ำดื่มที่นำติดตัวเข้าป่าไปด้วย จากนั้นก็พยายามจะหาทางเดินกลับออกมา แต่ช้างแม่ลูกอ่อนก็ยังคงเฝ้าอยู่ในบริเวณดังกล่าว จึงทำให้ต้องเดินไปยังหน่วยพิทักษ์ป่าห้วยล้อซึ่งอยู่ใกล้จุดที่ตนอยู่มากที่สุด กระทั่งเจ้าหน้าที่มาพบ

หลังจากเจ้าหน้าที่ได้นำตัว นายไวพจน์ เดินทางกลับออกมาจากผืนป่าดังกล่าว และทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้ว นายไพฑูรย์ อินทรบุตร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ได้นำตัว นายไวพจน์ ไปทำการสอบถามที่สำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ความรับผิดชอบของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ดังนั้นการหาเห็ดถือว่าเป็นความผิด เนื่องจากเห็ดดังกล่าวเป็นของป่า ก่อนที่จะส่งตัว นายไวพจน์ ไปดำเนินคดีที่ สภ.ลาดหญ้า ต่อไป

นายไพฑูรย์ กล่าวว่า ขอแจ้งเตือนไปยังชาวบ้าน รวมทั้งนักเดินป่า ว่า ในช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่เข้าสู่ฤดูหนาว ซึ่งเป็นฤดูกาลที่ช้างป่าเริ่มมีอาการตกมัน และอาจจะมีพฤติกรรมที่ดุร้ายมากขึ้น โดยตนได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนหน่วยพิทักษ์ป่าในเขตฯ สลักพระทุกแห่งแจ้งเตือนชาวบ้านมาตลอด แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่และบางส่วนก็เคยอยู่ในพื้นที่ จึงไม่ค่อยเกรงกลัวอันตราย โดยเฉพาะช่วงที่มีเห็ดโคน ทั้งๆ ที่ในรอบเดือนที่ผ่านมาก็มีผู้เสียชีวิตจากการถูกช้างป่าทำร้ายมาแล้วถึง 2 ราย ด้วยกัน

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ