เจ้าหน้าที่ตรวจที่เกิดเหตุพบซากสัตว์-ปลอกกระสุนรอบกองไฟกลางป่าไทรโยค

  • วันที่ 09 ต.ค. 2561 เวลา 08:24 น.

เจ้าหน้าที่ตรวจที่เกิดเหตุพบซากสัตว์-ปลอกกระสุนรอบกองไฟกลางป่าไทรโยค

กาญจนบุรี-เจ้าหน้าที่อุทยานฯไทรโยคตรวจที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนและซากสัตว์จำนวนหนึ่งนำไปตรวจเทียบดีเอ็นเอตรงกับหมีขอเหยื่อปลัดอำเภอด่านมะขามเตี้ยกับพวกรวม11คนหรือไม่

เมื่อวันที่ 8ต.ค.61 นางสาว เนตรนภา งามเนตร ผช.หน.อช.ไทรโยค นำกำลังเจ้าหน้าที่อุทยานฯลงพื้นที่ป่าเขาพลู หมู่ที่ 8 ตำบลวังกระแจะ อำเภอไทรโยคในป่าสงวนแห่งชาติป่าวังใหญ่ และป่าแม่น้ำน้อย จุดแรกคือพิกัด UTM_WGS 1984 ZONE 47 P0479485E 1574422N ห่างจากแนวเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค 1.289 กิโลเมตร เพื่อหลักฐานเพิ่มเติมกรณีเจ้าหน้าที่อุทยานฯจับกุมนายวัชรชัย สมีรักษ์ หรือ ปลัดแมน ปลัดฝ่ายป้องกันอำเภอด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี พร้อมพวกรวม 11 คน เข้าไปล่าหมีขอ ซึ่งการเดินทางของคณะเจ้าหน้าที่ต้องใช้รถโฟวิลเท่านั้นเพราะเส้นทางเข้าไปเป็นทางลาดชันขึ้นลงเขา และข้ามล้ำห้วยเป็นระยะ จึงทำให้การเดินทางเป็นไปอย่างทุลักทุเลโดยเมื่อเดินไปถึงจุดที่พบขบวนรถออฟโรด จำนวน 6 คัน จากนั้นได้ปูพรมค้นหน้าหลักฐานเดินเท้าค้นหาเป็นระยะทาง2 กม. โดยใช้เวลา 30 นาที พบ ปลอกกระสุนที่ใช้แล้วจำนวนหนึ่งจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

ต่อมาเวลา 16.30 น. คณะเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปถึงจุดที่สอง ซึ่งเป็นจุดที่ปลัดอำเภอและคณะพักแรม ภายในสำนักสงฆ์เต่าดำมีนายต้าต้า ไม่มีนามสกุล ชาวมอญเป็นผู้ดูแลสำนักสงฆ์ออกมาพบเจ้าหน้าที่ พร้อมกับให้การว่า เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. ของวันที่ 6 ต.ค.61 คณะออฟโรดได้เข้ามาพักค้างแรมในช่วงกลางดึกไม่ได้มีผู้ใดแยกตัวออกไปนอกเขตสำนักสงฆ์ กระทั่งรุ่งเช้าวันที่ 7 ต.ค.61จึงเดินทางกลับออกไป จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังกันออกค้นหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมบริเวณโดยรอบทั้งหมด กระทั่งพบร่องรอยของการก่อกองไฟ เพื่อใช้ในการประกอบอาหาร และห่างไปเล็กน้อยพบเศษซากชิ้นเนื้อ ขนสัตว์ และกรามล่างของสัตว์ไม่ทราบชนิด รวมทั้งเศษกระดูกจำนวนหนึ่ง กระจายอยู่บริเวณโดยรอบ

จากนั้นเวลาประมาณ 17.30 น. นายพนัชกร โพธิบัณฑิต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค จ.กาญจนบุรี รักษาการหัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษ ผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า (ฉก.พญาเสือ) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน สัตวแพทย์ของกรมอุทยานฯ และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ไปสมทบ เพื่อร่วมตรวจหาหลักฐานในที่เกิดเหตุ โดยจะรวบรวมหลักฐานที่พบทั้งหมดนำไปตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดอีกครั้ง รวมทั้งตรวจหาดีเอ็นเอเพื่อเปรียบเทียบกับซากหมีขอของกลางที่ตรวจยึดได้จากผู้ต้องหา ซึ่งจนถึงขณะนี้คณะเจ้าหน้าที่ก็ยังคงตรวจหาหลักฐานเพิ่มเติมอยู่ในพื้นที่ เนื่องจากยังไม่พบซากส่วนหัวและชิ้นส่วนขนาดใหญ่ของสัตว์ซึ่งจะเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญในการเอาผิดกับกลุ่มผู้กระทำผิดในครั้งนี้ได้ อย่างไรก็ตามคาดว่าในวันนี้เจ้าหน้าที่จะกระจายกำลังปูพรมเพื่อค้นหาหลักฐานเพิ่มเติมอีกครั้ง  

 

ข่าวอื่นๆ