เมืองบาดาลแห่ง"กะทูน" 30ปีแห่งความทรงจำ

  • วันที่ 16 ก.ย. 2561 เวลา 08:01 น.

เมืองบาดาลแห่ง"กะทูน" 30ปีแห่งความทรงจำ

30 ปีที่แล้ว บ้านกะทูน อ.พิปูน จ.นครศรีธรรมราช ต้องจมอยู่ใต้น้ำจากอุทกภัยครั้งรุนแรง วันนี้สภาพเมืองได้โผล่ขึ้นมาให้เห็นอีกครั้ง

30 ปีที่แล้ว บ้านกะทูนในหมู่ 1 และ หมู่ 8 ต.กะทูน อ.พิปูน จ.นครศรีธรรมราช ต้องจมอยู่ใต้น้ำจากผลพวงของอุทกภัยเมื่อเดือน พ.ย. 2531 ที่พัดพาท่อนไม้บนเทือกเขาหลวงทับถมพื้นที่กว่า 6,000 ไร่ บ้านเรือน 1,500 หลัง ถูกโคลนทับถมหนาร่วม 2 เมตร มีผู้เสียชีวิตและสูญหายร่วม 100 คน ประเมินความเสียหายนับพันล้านบาท ทุกคนทุกฝ่ายหมดหวังกับการฟื้นฟูพื้นที่ชุมชนเดิม ต้องย้ายที่ตั้งชุมชนใหม่

ในขณะนั้นคนกะทูนต่างรู้สึกสิ้นหวังจากการสิ้นเนื้อประดาตัว บ้านเรือน พื้นที่เกษตร ถูกทับถมยากฟื้นฟู

แต่ด้วยพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงให้กรมชลประทานสร้างอ่างเก็บน้ำคลองกะทูนในพื้นที่ประสบภัย กระทั่งแล้วเสร็จในปี 2540 และกลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวของ ต.กะทูน

ล่าสุด หลังสำนักงานชลประทานได้พร่องน้ำในอ่างเก็บน้ำคลองกะทูนออกถึง 60% เพื่อเตรียมรับน้ำช่วงหน้าฝน ทำให้ซากบ้านเรือนในอดีตปรากฏให้ได้เห็นกันอีกครั้ง ซึ่งชาวบ้านต่างก็ฮือฮากับภาพที่เห็น เสมือนเมืองบาดาลที่โผล่ขึ้นมาจากใต้น้ำ เพราะตั้งแต่อ่างเก็บน้ำคลองกระทูนได้มีการกักเก็บน้ำตั้งแต่ปี 2540 ก็ไม่ค่อยจะพร่องน้ำออกมากถึงขนาดนี้มาก่อน

คิริพงศ์ นุราช เลขานุการนายกเทศมนตรีตำบลกะทูน กล่าวว่า หลังจากที่ประชาชนทราบข่าวว่ามีการพร่องน้ำออกจนเห็นสภาพเมืองบาดาลที่จมอยู่ใต้น้ำเป็นเวลาถึง 30 ปี ก็พากันมาเที่ยวชมเป็นจำนวนมาก ทั้งจาก จ.นครศรีธรรมราช และจังหวัดใกล้เคียงมากันอย่างต่อเนื่องจนทำให้การจราจรติดขัด ต้องมีการจัดระเบียบกันมาก

“ชลประทานแจ้งว่าจะพร่องน้ำออกจนถึงช่วงกลางเดือน ก.ย. จากนั้นก็จะเริ่มเก็บน้ำซึ่งจะทำให้น้ำค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้นจนไม่สามารถมองเห็นเมืองบาดาล ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะประชาชนจะได้ทราบข่าวและเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเนื่องจากช่วงน้ำเต็มอ่างก็สวยงาม ประชาชนจะได้มีรายได้จากการขายสินค้าและรีสอร์ทต่างๆ เพราะตอนนี้ราคายางพาราก็ตกต่ำ หากมีรายได้จากการท่องเที่ยวเข้ามาเสริมก็ถือว่าดีไป”

นอกจากความสวยงามแปลกตาแล้ว ภาพที่เห็นในปัจจุบันของอ่างเก็บน้ำคลองกะทูนก็ช่วยให้ย้อนรำลึกถึงความวิปโยคเมื่อ 30 ปีก่อน เป็น 30 ปีแห่งความทรงจำและบทเรียนที่คนกะทูนช่วยกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม แม่น้ำ ป่า เขา ให้เป็นที่พึ่งพิงของชีวิตอย่างยั่งยืน

 

ข่าวอื่นๆ