บุกติดหมายอายัดบ้านหรู-ร้านอาหาร เครือข่าย "ผู้การสุทิพย์" อมเงินลูกน้อง

  • วันที่ 10 ก.ย. 2561 เวลา 18:26 น.

บุกติดหมายอายัดบ้านหรู-ร้านอาหาร เครือข่าย "ผู้การสุทิพย์" อมเงินลูกน้อง

เจ้าหน้าที่บุกติดหมายอายัพทรัพย์เครือข่าย"ผู้การสุทิพย์" อมเงินลูกน้อง รองผบช.ภ.4เผยรู้ตัวผู้บงการเบื้องหลังแล้ว เป็นเครือข่ายแชร์ลูกโซ่รายใหญ่

เมื่อวันที่ 10 ก.ย. พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ รอง ผบช.ภ.4 พร้อมด้วย พ.อ.พิทักษ์พล ชูศรี หัวหน้ากองข่าวกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยพื้นที่ขอนแก่น สนธิกำลังร่วมตำรวจท่องเที่ยว,บก.สส.ภ.4 กำลังทหารและฝ่ายปกครองรวมกว่า 50 นาย กระจายกำลังกันตรวจยึดทรัพย์สินที่เข้าข่ายฉ้อโกงประชาชนเครือข่าย พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช รอง ผบช.สำนักงานกำลังพล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อดีต ผบก.ภ.จว.เลย ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาในคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชนจากกรณีการนำเงินของข้าราชการตำรวจ ภ.จว.เลย วงเงินรวม 240 ล้านบาท ที่ข้าราชการตำรวจ 196 นายสมัครเข้าร่วมโครงการรวมหนี้และโครงการบริหารหนี้ ไปลงทุนและไม่ยอมคืนเงินให้กับเจ้าของ

กำลังเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจค้นพร้อมกันรวม 4 จุด ประกอบด้วย บ้านพักภายในโครงการบ้านจัดสรรชื่อดังแห่งหนึ่งริมบึงหนองโคตร ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น, และบ้านพักใน พื้นที่ ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น,ร้านคาร์แคร์ ริม ถ.หน้าเมืองเขตเทศบาลนครขอนแก่น และ ร้านอาหาร ริม ถ.กัลปพฤกษ์ ห่างจาก มหาวิทยาลัยขอนแก่น ประมาณ 500 เมตร

ในการลงพื้นที่ตรวจสอบเจ้าหน้าที่ไม่พบผู้ใดแสดงตนเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครอง หรือมีผู้ใดอยู่ภายในบ้าน เจ้าหน้าที่จึงติดหมายศาลไว้ที่บริเวณประตูบ้านเพื่อทำการยึดอายัด โดยให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองนั้นนำเอกสารหลักฐานมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่เพื่อทำการตรวจสอบภายใน 30 วัน หากไม่ดำเนินการตามคำสั่งศาลก็จะถูกอายัดเป็นของกลางในคดีทันที

พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ รอง ผบช.ภ.4 ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีการทุจริตฉ้อโกงประชาชนเครือข่าย พล.ต.ต.สุทิพย์ กล่าวว่า ในการตรวจค้นครั้งนี้คณะทำงานร่วม บช.ภ.4 และ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศปอส.ตร. นั้นได้ลงพื้นที่ตรวจค้นและตรวจยึดอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชนเครือข่าย พล.ต.ต.สุทิพย์ ทั้งหมด 10 จุด ในพื้นที่ จ.ขอนแก่นวันนี้ 4 จุด โดยทำการยึดอายัดไว้เพื่อตรวจสอบทั้งหมด คิดเป็นมูลค่าทรัพย์สินรวมกว่า 20 ล้านบาท โดยให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองนั้นต้องนำเอกสารหลักฐานต่างๆมาแสดงกับเจ้าหน้าที่ภายใน 30 วัน หากเกินระยะเวลาที่กำหนดก็จะถูกอายัดเป็นของกลางในคดีดังกล่าวทันที

"ครั้งแรกได้ยึดทรัพย์สินเครือข่าย พล.ต.ต.สุทิพย์ ไปแล้ว ซึ่งคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 60 ล้านบาท ตามอำนาจของการยึดทรัพย์ขอวง ปปง. โดยคดีความดังกล่าวนี้นั้นจากการสอบสวนพบว่า ผู้เสียหายในคดีนั้นแยกออกเป็น 2 ส่วน คือ ในส่วนของ พล.ต.ต.สุทิพย์ นั้นมีผู้เสียหายที่แจ้งความดำเนินคดีเป็น โดยเป็นเฉพาะของข้าราชการตำรวจ 194 นาย ขณะที่เครือข่ายหรือผู้ร่วมขบวนการในคดีนี้เบื้องต้นจะถูกสั่งฟ้องดำเนินคดีรวม 4 คน และยังคงพบอีกว่านอกจากตำรวจที่ตกเป็นผู้เสียหายแล้วนั้นยังคงมีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากคดีฉ้อโกงประชาชนที่นำเงินไปร่วมลงทุนกับเครือข่ายดังกล่าวและวันนี้ได้กลายเป็นผู้เสียหาย อีก 40 คน ทั้งหมดได้เข้าให้ปากคำและแจ้งความเอาผิดกับผู้ต้องหาทั้งหมดแล้ว"พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ กล่าว

พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ กล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนสอบสวนจนพบว่าคดีดังกล่าวนั้นมีเครือข่ายแชร์ลูกโซ่รายใหญ่ระดับประเทศ ที่มีวงเงินหมุนเวียน มากกว่า 1,000 ล้านบาท โดยผู้ต้องหารายสำคัญที่ทำหน้าที่เป็นผู้บงการหรือทำหน้าที่เป็นต้นเรื่องของการนำเงินจากผู้เสียหายทั้งประเทศไปลงทุนนั้นขณะนี้เจ้าหน้าที่ทราบตัวแล้วและอยู่ในช่วงของการดำเนินการขออำนาจศาลอนุมัติออกหมายจับ แต่ยังคงไม่ขอเปิดเผยข้อมูลเพราะเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีได้

อย่างไรก็ตามในการดำเนินคดีกับ พล.ต.ต.สุทิพย์ พร้อมพวกอีก 3 ราย ในคดีดังกล่าวนี้นั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีการประสานแนวทางการทำงานและตรวจสอบสำนวนการสอบสวนร่วมกัน โดยมีการจัดส่งพนักงานสอบสวน ของ สตช.มาประจำที่ บช.ภ.4 เพื่อทำงานร่วมกันเป็นทีม เนื่องจากคดีดังกล่าวเป็นคดีที่สำคัญ และมีผู้เสียหายจำนวนมาก ทำให้การส่งสำนวนคดีให้กับอัยการ จ.ขอนแกน นั้นต้องตรวจสอบอย่างละเอียดรอบคอบ ต้องสอบปากคำผู้เสียหายทุกปากให้ครบ ซึ่งขณะนี้ครบถ้วนแล้ว และจะสามารถส่งสำนวนสั่งฟ้องในคดีฉ้อโกงประชาชนได้ภายในเดือน ก.ย.นี้ ซึ่งเป็นไปตามระยะเวลาที่ ตร.และ บช.ภ.4 กำหนด

ขณะที่การสืบสวนสอบสนเพื่อยึดทรัพย์และตรวจสอบเส้นทางการเงิน รวมทั้งการยักยอก ถ่ายโอนทรัพย์สินของเครือข่ายผู้ต้องหายังคงดำเนินการต่อไปอย่างต่อเนื่องสาวถึงใครตำรวจจะยึดทรัพย์มาเพื่อตรวจสอบทั้งหมด

ข่าวอื่นๆ