สอบครบทุกประเด็นแล้ว!ตำรวจยันไม่มีคดีข่มขืนแหม่มอังกฤษบนเกาะเต่า

วันที่ 31 ส.ค. 2561 เวลา 16:45 น.
สอบครบทุกประเด็นแล้ว!ตำรวจยันไม่มีคดีข่มขืนแหม่มอังกฤษบนเกาะเต่า
สุราษฎร์ธานี-ตำรวจปิดการสอบสวนยันไม่มีคดีข่มขืนแหม่มอังกฤษบนเกาะเต่า ศาลออกหมายจับเจ้าของสมุยไทม์ฐานเผยแพร่ข้อมูลเท็จ ตม.ค้นบ้านยังไม่พบตัว

เมื่อวันที่ 31ส.ค.61 พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำพยานกว่า200ปากในการตรวจสอบข้อเท็จจริง น.ส.อีสเบล วิคตอเรีย แบคเตอร์ อายุ 19 ปี นักท่องเที่ยวสัญชาติอังกฤษ ร้องเรียนกรณีเดินทางมาเที่ยวที่เกาะเต่า ได้ถูกวางยาไม่รู้สึกตัวและถูกข่มขืนหลังจากนั่งดื่มที่บาร์แห่งหนึ่งเมื่อคืนวันที่ 25 มิ.ย.61 โดยไปแจ้งกับ สภ.เกาะพะงัน เเต่ตำรวจไม่ลงข้อมูลเรื่องการข่มขืนเพียงลงว่า โทรศัพท์ไอโฟน 7พลัส กับเงินสด 3,000 บาทและบัตรเดบิต จำนวน 4 ใบหายไป

ได้นำข้อมูลจากกล้องวงจรปิด และสำนวนการสอบปากคำพยานกว่า 200 ปากที่เป็นผู้พบเห็นหรือที่อยู่ในสถานที่บริเวณใกล้เคียงที่เกี่ยวข้องกับพูดของ น.ส.อีสเบล ขึ้นเฮลิคอปเตอร์เดินทางจากเกาะเต่า ไปรายงานต่อ พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ไม่พบเหตุการณ์ตามที่นักท่องเที่ยวกล่าวอ้างมา นอกจากว่า น.ส.อีสเบล จะนำหลักฐานมาเสนอเพิ่มเติม ส่วนตำรวจยืนยันว่า ได้ทำครบถ้วนแล้วจึงมั่นใจและยืนยันได้ว่าไม่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น

ด้านพล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.สตม. สั่งการให้ตรวจคนเข้าเมืองสุราษฎร์ธานีและเกาะสมุย ตามหาตัวแอดมินและเจ้าของสื่อออนไลน์ Samui Time ชื่อ นางซูซาน บัชอะนาน (Mrs.suzanne Buchanan) ชาวอังกฤษ และนายแอนโทนี่ (Mr.Antony) ชาวอังกฤษ ที่นำเสนอข้อมูลลงในเว็ปไซต์อันเป็นเท็จลักษณะโจมตีการท่องเที่ยวเกาะเต่า ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบจุดแรกที่บ้านเลขที่ 45/1 หมู่ 3 ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย แต่ไม่พบบ้านเลขที่ เนื่องจากถูกรื้อสร้างเป็นโรงแรมแล้ว จุดที่สองที่บ้านเลขที่ 206/3 หมู่ 4 ต.มะเร็ต อ.เกาะสมุย พบนางสมบูรณ์ (นามสมมุติ) เจ้าของบ้าน แจ้งว่า เคยรู้จักนางซูซานกับนายแอนโทนี แต่ทั้งคู่ได้ย้ายออกไปเมื่อ 3-4 ปีที่ผ่านมา และล่าสุดเดือน ม.ค.61 นายแอนโทนี ได้กลับมาพบนางสมบูรณ์ และเดินทางออกประเทศไปแล้ว ส่วนนางซูซานไม่ได้พบมาเป็นเวลากว่า 4 ปีแล้ว

ศาลจังหวัดเกาะสมุย ได้อนุมัติหมายจับนางซูซาน กับพวกแล้ว ในความผิดฐานนำข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ มีความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โทษสูงสุด 5 ปี ปรับ 100,000 บาท

สำหรับ นางซูซาน อดีตมีสามีเป็นคนไทยพักอาศัยอยู่บนเกาะสมุย ประกอบธุรกิจดำน้ำ นำเที่ยว และผลิตหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษขนาดเล็ก(แทบลอยด์) ชื่อ “Samui Time” เนื้อหาเกี่ยวกับเหตุการณ์ เศรษฐกิจและท่องเที่ยวบนเกาะสมุย เกาะพะงันและเกาะเต่า วางจำหน่ายที่ร้านสะดวกซื้อบนเกาะสมุย ได้ปิดจำหน่ายมาเป็นเวลากว่า 1 ปี เหลือเพียงเวปไซต์กับออนไลน์ 

ทั้งนี้ เมื่อเดือน ก.ค.ปี 2560 ชาวเกาะเต่า ได้แจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับนางซูซาน ที่นำเสนอข่าว น.ส.เอลิส เดลมานจ์ (Elise Dallemange) อายุ 30 ปี นักท่องเที่ยวสัญชาติเบลเยี่ยม เสียชีวิตบนเกาะเต่าเมื่อวันที่ 27 เม.ย.60 ว่าถูกฆาตกรรมทั้งที่การสืบสวนไม่มีสิ่งบ่งชี้เหตุเป็นการเสนอข้อมูลบิดเบือนให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับความปลอดภัยนักท่องเที่ยวบนเกาะเต่าจนถูกประจานเป็นเกาะแห่งฆาตกร โดยขอให้เนรเทศขับไล่ออกจากประเทศไทย เพราะถือเป็นการทำลายประเทศ