ภาพชุด"น้ำล้นตลิ่ง"ท่วมเมืองเพชรบุรี

  • วันที่ 22 ส.ค. 2561 เวลา 13:22 น.

ภาพชุด"น้ำล้นตลิ่ง"ท่วมเมืองเพชรบุรี

ภาพชุดน้ำล้นตลิ่งเอ่อท่วมชุมชน-ถนนในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี ขณะที่รมว.เกษตรเผยปริมาณน้ำเขื่อนแก่งกระจานแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 22 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำในตัวเมืองเพชรบุรีว่า หลังจากน้ำจากแม่น้ำเพชรบุรีได้เริ่มล้นตลิ่งเอ่อเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำของชุมชุนเมื่อคืนที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมานั้น ล่าสุดตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา น้ำได้เริ่มเอ่อท่วมตามถนนต่างๆในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรีแล้ว

ขณะที่ทางเทศบาลเมืองเพชรบุรีได้นำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่มาติดตั้งเพื่อช่วยเร่งระบายน้ำตามถนนที่มีน้ำท่วมสายต่างๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

ด้าน พล.ต.สุรินทร์ นิลเหลือง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 15 ได้สั่งการให้กำลังพลลงพื้นที่เข้าช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในครั้งนี้ โดยให้เข้าไปช่วยเหลือขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง และช่วยอำนวยความสะดวกด้านการจราจรตามถนนในจุดที่มีน้ำท่วมขัง

ขณะที่ นายลักษณ์ วจนานวัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เดินทางมาติดตามสถานการณ์น้ำที่ศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี พร้อมระบุว่า สถานการณ์น้ำในแม่น้ำเพชรบุรี จ.เพชรบุรี ข้อมูล ณ วันที่ 22 ส.ค. 61 มีปริมาณน้ำจากเขื่อนแก่งกระจาน จำนวน 773 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 109 ของความจุอ่างฯ ส่งผลให้บริเวณ อ.แก่งกระจาน และ อ.ท่ายาง มีน้ำล้นตลิ่งบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำริม 2 ฝั่งแม่น้ำ

อย่างไรก็ตามปริมาณน้ำในเขื่อนแก่งกระจานมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่วนบริเวณหน้าเขื่อนเพชร กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมชลประทาน ได้ผันน้ำเข้าระบบชลประทาน และคลองระบายน้ำ D9 รวมกันประมาณ 120 ลบ.ม./วินาที เร่งระบายน้ำไปออกทะเล ส่วนที่เหลือจะควบคุมให้ไหลผ่านเขื่อนเพชรลงสู่แม่น้ำเพชรบุรี ในอัตราประมาณ 160 ลบ.ม./วินาที ซึ่งจะไหลผ่าน อ.ท่ายาง และ อ.บ้านลาด ขณะนี้ยังไม่ได้รับผลกระทบน้ำล้นตลิ่ง

ส่วนพื้นที่บริเวณที่ลุ่มต่ำในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี ได้รับผลกระทบมีน้ำล้นตลิ่งในบางแห่ง อาทิ บริเวณสนามฟุตบอลวิทยาลัยเทคนิคเพชรบุรี สะพานลำไย และสะพานใหญ่ เป็นต้น

ทั้งนี้ จังหวัดเพชรบุรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าไปแก้ไขปัญหาด้วยการเสริมกระสอบทรายในพื้นที่ดังกล่าวแล้ว พร้อมกับให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนให้รับทราบสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งได้มอบหมายให้กรมชลประทาน ร่วมกับจังหวัดเพชรบุรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการทำงานร่วมกันในการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมต่าง ๆ อีกทั้งให้กรมชลประทานเตรียมความพร้อม โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำ หากเกิดน้ำท่วมขังในเขตชุมชน พื้นที่เศรษฐกิจ และพื้นที่การเกษตร รวมทั้ง การเตรียมพร้อมเครื่องจักรกล เครื่องมือต่าง ๆ และเจ้าหน้าที่ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ตลอด 24 ชั่วโมง

 

ข่าวอื่นๆ