เสี่ยรถตู้นำเที่ยวกัมพูชาโวยสรรพสามิตกลั่นแกล้งรีดเงินเป่าสำนวนยัดข้อหา

  • วันที่ 18 ส.ค. 2561 เวลา 14:08 น.

เสี่ยรถตู้นำเที่ยวกัมพูชาโวยสรรพสามิตกลั่นแกล้งรีดเงินเป่าสำนวนยัดข้อหา

นครราชสีมา-ผู้ประกอบการรถตู้นำเที่ยวร้องสื่อถูกเจ้าหน้าที่สรรพสามิตอ.ประโคนชัยรีดเงินเป่าสำนวนแถมกลั่นแกล้งค้นรถมากกว่า10ครั้งแถมยัดข้อหาลอบนำเข้าบุหรี่นอกทั้งที่น้ำหนักไม่เกินกม.กำหนด

นายวรพล ปุ่นนอก อายุ 60 ปี ชาว ต.หัวทะเล อ.เมือง  จ.นครราชสีมาผู้ประกอบการรถตู้นำเที่ยวข้ามไปประเทศกัมพูชา บริเวณด่านช่องจอม จ.สุรินทร์ ร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับผู้สื่อข่าว ประจำจ.นครราชสีมาว่า ช่วงระยะ 2 ปีมานี้ถูกเจ้าหน้าที่สรรพสามิตร อ.ประโคนชัยตรวจค้นรถตู้ถึง 7 ครั้ง แต่ไม่พบสิ่งผิดปกติกระทั่งเมื่อวันที่ 27 มี.ค.61 ได้ขับรถมาจากจ.สุรินทร์ เจ้าหน้าที่สรรพสามิตขอตรวจค้นรถ และพบบุหรี่ต่างประเทศ ที่นักท่องเที่ยวซื้อมา คนละ 1-2 ห่อ เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้ที่มีบุหรี่ไว้ในครอบครอง จำนวน 7 คนระหว่างที่เจรจากันหัวหน้าสรรพสามิตได้เรียกตัวตนเองและภรรยา เข้าไปในอีกห้องหนึ่ง โดยไม่อนุญาตให้นำเครื่องมือสื่อสารทุกชนิดไปและเรียกร้องเงินจำนวนกว่า 34,000 บาท เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเอาเรื่องเป็นคดีความ แต่ตนเองไม่ยอม เพราะต้องการแสดงความบริสุทธิ์ใจ พร้อมที่จะไปขึ้นศาลชี้แจงความจริง ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็อ้างว่า การเดินเรื่องขึ้นศาลมีขั้นตอนมากมาย ต้องใช้เวลานาน ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวเสียเวลาเปล่า อีกทั้งถ้าศาลตัดสินคดีแล้วจะมีโทษหนักทั้งจำและปรับ ต่อมาเมื่อไปถึง สภ.ประโคนชัย ได้มีการต่อรองอยู่นานกระทั่งตกลงว่าจะยอมเสียค่าปรับ เป็นเงินจำนวน 24,806.40 บาท เพราะไม่อยากให้นักท่องเที่ยวต้องเสียเวลา เนื่องจากนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็อายุมากแล้ว 60-80 ปี แต่เจ้าหน้าที่กลับเขียนปรับในข้อหา มีบุหรี่ในครอบครองโดยไม่เสียภาษี ซึ่งเป็นคนละข้อหาที่เจ้าหน้าที่อ้างในที่เกิดเหตุ โชคดีที่เหตุการณ์ดังกล่าว ตนเองได้บรรทุกคลิปวิดีโอไว้หมดแล้ว

"ผมได้ร้องเรียนเรื่องนี้ไปที่สำนักงานสรรพสามิตภาค 3 ซึ่งเรื่องก็ถึงอธิบดีกรมสรรพสามิตแล้ว โดยสำนักงานสรรพสามิตภาค3 แจ้งว่าอยู่ระหว่างตั้งคณะกรรมการสอบสวนความผิดทางวินัย ซึ่งต้องใช้ระเวลานานกว่า 2 เดือน ตั้งแต่เดือนเมษายน-เดือนสิงหาคมมานี้ รถผมก็ถูกเจ้าหน้าที่สรรพสามิต อ.ประโคนชัย พยายามดักตรวจค้นรถอีกถึง 3  ครั้งมีกระทั่งนำสุนัขทหารมาดมกลิ่นหาสิ่งผิดกฎหมาย ซึ่งก็ไม่พบอะไร ทำให้ผมรู้สึกไม่สบายใจเพราะทำให้นักท่องเที่ยวที่ใช้บริการรถเริ่มไม่เชื่อมั่นและลดน้อยลงไปจำนวนมาก จากเดิมที่เคยได้นักท่องเที่ยวเหมาไปเกือบทุกวัน ตอนนี้เหลือแค่เดือนละ 3-4 เที่ยวเท่านั้น ซึ่งไม่เป็นธรรมทั้งที่ทำมาหากินโดยสุจริต"นายวรพล กล่าว

ทั้งนี้ที่ต้องมาร้องเรียนสื่อมวลชนเพื่อขอความเป็นธรรม เพราะรู้สึกว่าขณะนี้ถูกคุกคามและไม่ปลอดภัย เกรงว่าวันใดวันหนึ่งจะเกิดเหตุการณ์ไม่ดีขึ้นขณะนี้กำลังรวบรวมพยานและหลักฐาน เพื่อที่จะนำไปแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่สรรพสามิตกลุ่มนี้ ทั้งทางแพ่งและอาญา ในหลายข้อหา อาทิ ประพฤติมิชอบ กักขังหน่วงเหนี่ยว และทำให้เสียทรัพย์ เป็นต้น คาดว่าน่าจะแจ้งความในสัปดาห์หน้า.

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ