สังขละบุรีวิกฤตน้ำสูงกว่า5ม.อพยพประชาชน500คนออกจากพื้นที่

  • วันที่ 21 ก.ค. 2561 เวลา 12:42 น.

สังขละบุรีวิกฤตน้ำสูงกว่า5ม.อพยพประชาชน500คนออกจากพื้นที่

กาญจนบุรี-อ.สังขละบุรีเจอน้ำท่วมสูงรุนแรงครั้งประวัติศาสตร์เร่งอพยพประชาชน500คนออกจากพื้นที่ประสบภัยเศษสวะกิ่งไม้กองเสาตอม่อสะพาญหวั่นซ้ำรอยปี56เร่งเปิดทางน้ำไหลผ่านได้สะดวกยิ่งขึ้น

นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ในฐานะผอ.ศูนย์อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดกาญจนบุรี ตรวจสอบสะพานไม้อุตตมานุสรณ์ หรือสะพานมอญ เพื่อประเมินสถานการณ์น้ำ เพราะเศษสวะและกิ่งไม้ต่างๆจำนวนมากที่พัดมาตามกระแสน้ำสะสมกองบริเวณเสาตอม่อ ซึ่งปัจจุบันยังคงปิดสะพานมอญเป็นการชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย โดยมีเจ้าหน้าที่ อส. และ ทหารหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ คอยตรวจตราและเฝ้าระวังตลอด 24 ชม.

ทหารหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ นำกำลังพล ชุดปฏิบัติการทางเรือ บ้านวังกะร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลม ประชาชนจิตอาสา และผู้ประกอบการเรือนำเที่ยวสังขละบุรี ช่วยกันนำเศษซากไม้และเศษสวะออกให้พ้นจากตอม่อสะพานอย่างเร่งด่วน เพื่อเปิดทางให้น้ำไหลผ่านได้สะดวกยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันมิให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของสะพาน เหมือนเช่นเหตุการณ์เมื่อวันที่ 28 ก.ค.56 ที่สะพานมอญพังเสียหายขาดออกเป็น 2 ท่อน จากการไหลมารวมของเศษซากไม้ต่างๆ ที่พัดมาตามกระแสของน้ำ

จากนั้น นายจีระเกียรติ ได้ลงพื้นที่ อบต.ไล่โว่ ซึ่งตั้งเป็นศูนย์บัญชาการเหตุการณ์และศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย เพื่อประชุมประเมินติดตามสถานการณ์น้ำและการเข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัย รวมทั้งวางแนวทางการอพยพชาวบ้านประมาณ 500 คน ออกจากพื้นที่ประสบภัยอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะบ้านสะเนพ่อง ต.ไล่โว่ ซึ่งมีระดับน้ำสูงกว่า 5 เมตร ทำให้หมู่บ้านดังกล่าวถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ซึ่งได้จัดเตรียม อบต.ไล่โว่ ให้เป็นสถานที่พักชั่วคราวไว้แล้ว

ขณะที่ทางหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า และ อบต.ไล่โว่ ได้นำอาหารและน้ำดื่มเข้าไปส่งให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุอุทกภัยในพื้นที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในเบื้องต้นแล้ว

สำหรับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทักภัยในเขต อ.สังขละบุรี ประกอบด้วย หมู่ที่ 2-3-4-5-6-8-10 ตำบลหนองลู และหมู่ที่ 1-2-3 ตำบลไล่โว่ ซึ่งพื้นที่ของ อบต.ไล่โว่ ประสบกับปัญหาหนักที่สุด เนื่องจากระดับน้ำยังคงท่วมสูงกว่า 5 เมตร และกระแสน้ำไหลเชี่ยวกราก ส่งให้การการให้ความช่วยเหลือเป็นไปด้วยความอยากลำบากเช่นกัน

ขณะที่ ทางหลวงหมายเลข 323 ช่วงหลัก กม.ที่ 263 ซึ่งเป็นเส้นทางสายหลักเพียงเส้นทางเดียวที่ใช้สัญจรไป-มา รถเล็กยังคงไม่สามารถผ่านได้ โดยจะต้องใช้รถกระบะยกสูงและรถใหญ่เท่านั้น

ข่าวอื่นๆ