ผู้ว่าฯกาญจน์ประกาศอ.สังขละบุรีประสบภัยพิบัติน้ำท่วม

  • วันที่ 20 ก.ค. 2561 เวลา 20:50 น.

ผู้ว่าฯกาญจน์ประกาศอ.สังขละบุรีประสบภัยพิบัติน้ำท่วม

กาญจนบุรี-ผู้ว่าฯกาญจน์ประกาศให้อ.สังขละบุรีเป็นเขตภัยพิบัติ10หมู่บ้าน2ตำบลจมน้ำท่วมทางหลวง323กม.ที่263ปริมาณน้ำสูงรถเล็กผ่านไม่ได้

เมื่อวันที่ 20ก.ค.61 นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ได้ประกาศจังหวัดกาญจนบุรี ฉบับที่ 46/2561 เรื่อง เขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ในพื้นที่อำเภอสังขละบุรี เนื่องจากพื้นที่อำเภอสังขละบุรี มีลักษณะอากาศฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งในพื้นที่ หมู่ที่ 2-3-4-5-6-8-10 ตำบลหนองลู และหมู่ที่ 1-2-3 ตำบลไล่โว่ เมื่อวันที่ 20 ก.ค.เวลาประมาณ 07.00 น. ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตร่างกายของประชาชน และก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินบ้านเรือนพื้นที่และทรัพย์สินทางการเกษตร ประมง ปศุสัตว์ สิ่งสาธารณประโยชน์ และภัยพิบัติดังกล่าวยังไม่ยุติ เนื่องจากมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติโดยเร่งด่วน จึงไม่สามารถประชุม ก.ช.ภ.จ.กาญจนบุรีได้ทันท่วงที

อีกทั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกำหนด อาศัยอำนาจตามข้อ 20 วรรคท้ายของระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2556 และที่แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 พ.ศ.2559 จึงประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวข้างต้นเป็นเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน เพื่อให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนดทั้งนี้ต้องไม่เกิน 3 เดือน นับแต่วันเกิดภัย

ที่ทางหลวงหมายเลข 323 สายกาญจนบุรี – สังขละบุรี ซึ่งเป็นเส้นทางหลักเพียงเส้นทางเดียว ช่วงหลัก กม.ที่ 263 รถเล็กไม่สามารถสัญจรได้ เนื่องจากมีระดับน้ำท่วมถนนสูงถึง 1.20 เมตร และมีน้ำไหลเชี่ยว โดยผู้ที่จะขับผ่านเส้นทางดังกล่าวจะต้องจอดรอ จนทำให้ขณะนี้รถติดเป็นระยะทางยาวหลายกิโลเมตร ก่อนหน้านี้โรงพยาบาลสังขละบุรีได้ทำการรีเฟอร์ผู้ป่วย จำนวน 2 ราย ซึ่งมีอาการกระดูกหัก และ หายใจเหนื่อย เพื่อส่งต่อไปรักษายัง รพ.พหลพลพยุหเสนา อ.เมืองกาญจนบุรี เจ้าหน้าที่ต้องใช้รถยนต์กระบะโฟร์วิลนำผู้ป่วยข้ามช่วงน้ำท่วม แล้วประสานรถพยาบาลจาก อ.ทองผาภูมิ มารับช่วงเพื่อส่งต่อไปยัง รพ.พหลพลพยุหเสนา ซึ่งทำให้การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเป็นไปอย่างทุลักทุเล.

 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ