อดีตผบก.เลยเบี้ยวนัดครั้งที่3-ผบช.ภ.4สั่งออกหมายเรียก

  • วันที่ 13 มิ.ย. 2561 เวลา 12:55 น.

อดีตผบก.เลยเบี้ยวนัดครั้งที่3-ผบช.ภ.4สั่งออกหมายเรียก

ขอนแก่น-ไร้เงาอดีตผบก.ภ.จว.เลยให้ปากคำคดีอมเงินลูกน้อง229ล. ผบช.ภ.4สั่งออกหมายเรียก 2ครั้งไม่มาอีกให้ออกหมายจับทันที

เมื่อวันที่ 13มิ.ย.61 ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 จ.ขอนแก่น พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช รอง ผบช.สำนักงานกำลังพล สำนักงานตำรวจอห่งชาติ และอดีตผบก.ภ.จว.เลย ยังไม่ได้เดินทางมาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน คดีการทุจริตโครงการรวมหนี้และบริหารหนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ ภ.จว.เลย ตามเวลานัดหมายในเวลา 10.00น.ซึ่งวันนี้ถือเป็นครั้งที่ 3 และครั้งสุดท้ายแล้วที่คณะกรรมการสอบสวนได้นัดหมายให้ พล.ต.ตสุทิพย์ เข้าให้ปากคำแต่เจ้าตัวไม่เดินทางมาให้ปากคำแต่อย่างใดมีเพียงการส่งเอกสารชี้แจงเท่านั้นพล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 กล่าวว่า เมื่อครบเวลานัดหมายแล้วยังไม่เดินทางมาพบจึงแต่งตั้งคณะพนักงานสอบสวนชุดนี้ เป็นคณะกรรมการดำเนินงานสอบสวนและเอาผิดทั้งคดีอาญาและทางวินัย ซึ่งดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายคือออกหมายเรียกให้ พล.ต.ต.สุทิพย์ เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนการออกหมายเรียกสามารถดำเนินการได้ 2 ครั้งหากครบกำหนดแล้วพล.ต.ต.สุทิพย์ ไม่มาอีกก็จะออกหมายจับทันที

ทั้งนี้ ได้แยกคดีออกเป็น 2 ส่วน คือส่วนคดีที่พล.ต.ต.สุทิพย์ ที่เกี่ยวข้องกับตำรวจทั้งหมด โดยมีพล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ รอง ผบช.ภ.4 เป็นหัวหน้าคณะทำงานทั้งสืบสวนและสอบสวน บก.สส.ภ.4 จะส่งทีมมือปราบและนักสืบมาเป็นคณะทำงานเพื่อให้การดำเนินคดีทางอาญานั้นเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายในข้อหาฉ้อโกงประชาชน

ส่วนที่ 2 คือคดีที่เกิดขึ้นกับประชาชน ที่ พล.ต.ต.สุทิพย์ เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในรูปแบบของเครือข่ายแชร์ลูกโซ่ ที่พบว่ามีการนำเงินจำนวน 229 ล้านบาท ของ ตร.ทั้ง 192 นายในสังกัด ภ.จว.เลย ไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ และอสังหาริมทรัพย์ โดยมีนายหน้าเป็นชาวขอนแก่น 2 คน และมีเครือข่ายแชร์ลูกโซ่ครอบคลุมพื้นที่ จ.เลย ขอนแก่นและ จ.หนองบัวลำภู

ขณะนี้พนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบในคดีดังกล่าวรวมทั้งชุดจับกุมได้ดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้เรื่องที่เกิดขึ้นกับ พล.ต.ต.สุทิพย์ ที่ถือเป็นผู้บังคับบัญชาในระดับ รอง ผบช.ในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บช.ภ.4 ได้มีการสรุปสำนวนการสอบสวนและการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น แจ้งให้กับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้รับทราบแล้วเพื่อดำเนินการเอาผิดทางวินัยและอาญา ตามระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเรียบร้อยแล้ว

ผบช.ภ.4 กล่าวต่ออีกดว่า ยืนยันว่าคณะทำงานของ บช.ภ.4 ทุกคนนั้นทำงานอย่างเต็มที่เพราะผู้เสียหายคือผู้ใต้บังคับบัญชา และไม่มีนายตำรวจรายใดที่จะไปรับสินบนหรือไปให้การช่วยเหลือ พล.ต.ต.สุทิพย์ อย่างแน่นอน ทั้งนี้ยืนยันว่า พล.ต.ต.สุทิพย์ ต้องเข้ามารายงานตัว รับทราบข้อกล่าวหาและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายเพราะเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามระเบียบ

สำหรับการให้ความช่วยเหลือแก่ข้าราชการตำรวจที่ได้รับผลกระทบจากการทุจริตดังกล่าวนั้นได้มีการหารือกับสถาบันการเงินในการหาทางออกร่วมกันแล้ว รวมทั้งมีการปรับวงเงินกู้ฉุกเฉินให้กับข้าราชการตำรวจทั้ง 192 นาย ที่สามารรถกู้ยืมเงินกับทางสหกรณ์ออมทรัพย์ ภ.จว.เลย อีกรายละ 50,000 บาท เพื่อแก้ไขปัญหาในเรื่องที่เกิดขึ้น

อีกทั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังคงมีการอนุมัติงบประมาณจากสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจกลาง ให้กับ สหกรณ์ออมทรัพย์ ภ.จว.ขอนแก่น เพื่อเสริมสภาพคล่องอีก 90 ล้านบาท ทำให้ขณะนี้ขวัญกำลังใจของตำรวจ ภ.จว.เลยนั้นดีขึ้นอย่างมากเพราะผู้บังคับบัญชาทุกระดับใส่ใจและหาทางออกร่วมกัน ทั้งนี้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของ ตร.และ บช.ภ.4 จะลงพื้นทีเพื่อให้กำลังใจกับผู้ใต้บังคับบัญชาอีกครั้งในเร็วๆนี้

ภาพ/พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4

ข่าวอื่นๆ