รวบอดีตทหารรัสเซียทำร้ายสาวพนักงานแลกเงินชิงทรัพย์เกือบล้าน

  • วันที่ 15 เม.ย. 2561 เวลา 15:29 น.
  • | เปิดอ่าน 1,196
Share on Google+
LINE it!

รวบอดีตทหารรัสเซียทำร้ายสาวพนักงานแลกเงินชิงทรัพย์เกือบล้าน

จับอดีตทหารรัสเซียขณะเตรียมหนีออกนอกประเทศ หลังก่อเหตุทำร้ายพนักงานสาวบูธรับแลกเงินก่อนชิงทรัพย์ไปเกือบล้าน เจ้าตัวยังให้การภาคเสธ

จากกรณีเมื่อวันที่ 14 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้มีคนร้ายสวมหมวกนิรภัยบุกเข้าทำร้าย พนักงานหญิงที่บูธแลกเงินจนสลบขณะเปิดสำนักงานพร้อมชิงกระเป๋าใส่เงินเกือบ 1 ล้านบาทหลบหนีไป เหตุเกิดบริเวณบูธแลกเงินตราต่างประเทศ ริมถนนสุขุมวิท ตรงข้ามโรงแรมแอมบาสซาเดอร์ จอมเทียน หมู่ที่ 2 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ. ชลบุรี

ต่อมาตำรวจสืบทราบว่าผู้ก่อเหตุชื่อ นายนิโคลาย อายุ 32 ปี ชาวรัสเซีย และสามารถติดตามจับกุมได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิพร้อมเงินสดจำนวนหนึ่ง ขณะเตรียมตัวเดินทางออกนอกประเทศเมื่อช่วงเย็นวันที่ 14 เม.ย. ก่อนจะนำตัวมาสอบปากคำที่ สภ.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

ล่าสุดเมื่อวันที่ 15 เม.ย. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวราขาน รอง ผบ.ตร.เดินทางมายัง สภ.นาจอมเทียน เพื่อร่วมสอบปากคำผู้ต้องหา โดยมี พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผบช.ภาค 2, พ.ต.อ.อาทร ชิ้นทอง ผกก.สภ.นาจอมเทียน, พ.ต.ท.ปิยะพงษ์ เอกสาร สารวัตรตำรวจท่องเที่ยวพัทยา กำลัง ตม.ชลบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดยผู้ต้องหายังให้การภาคเสธ

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า ผู้ต้องหาเดินทางเข้ามาในประเทศไทยกว่า 3 เดือนแล้ว โดยเช่าบ้านอยู่กับภรรยาจากการตรวจสอบพบผู้ต้องหาเป็นอดีตทหารในรัสเซียและเตรียมจะย้ายมาปักหลักที่เมืองพัทยาโดยไปหาสมัครงานตามฟิตเนสต่างๆแต่ยังหางานทำไม่ได้จนเงินใกล้หมด จึงอาจเป็นกรณีที่ตัดสินใจก่อเหตุในครั้งนี้

อย่างไรก็ตามเบื้องต้นผู้ต้องหายังคงให้การภาคเสธ โดยกล่าวว่าทรัพย์สินที่พบเป็นเงินสดทั้งไทยและเงินดอลลาร์จำนวนกว่า 997,097 บาท เป็นทรัพย์สินส่วนตัว แต่จากการตรวจพบของกลางทั้ง เสื้อผ้า รถจักรยานยนต์ รถยนต์ ถุงมือ และหมวกนิรภัยที่พบที่บ้านพัก รวมทั้งเงินสดและเป้บรรจุเงินที่สนามบิน พบว่ามีลักษณะตรงกันและใกล้เคียงกับภาพวงจรปิดอย่างมาก ซึ่งจากนี้จะได้นำหลักฐานทั้งหมดส่งไปตรวจพิสูจน์ที่นิติวิทยาศาสตร์ จากนั้นจะได้รวบรวมสำนวนเพื่อส่งฟ้องศาลต่อไป โดยได้ตั้งข้อกล่าวหาไว้ 2 ประเด็น ได้แก่ 1.ชิงทรัพย์โดยใช้ยาน พาหนะ และทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส พร้อมกันนี้จะได้ทำการสอบสวนขยายผลผู้ร่วมขบวนการอีกด้วย อาทิ ภรรของผู้ต้องหาซึ่งไม่ทราบได้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่

ขณะที่ น.ส.ชัชชญา ชัยยะยางกูร เจ้าของกิจการ พร้อมพนักงานที่ถูกทำร้ายนำกระเช้ามามอบให้กับรอง ผบ.ตร.เพื่อแสดงความขอบคุณ ก่อนจะเปิดเผยว่ารู้สึกดีใจและอุ่นใจเป็นอย่างมากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และสามาถติดตามจับกุมคนร้ายได้ในระยะเวลาอันสั้น ก่อนที่ผู้ต้องหาจะหลบหนีออกนอกประเทศ ส่วนเงินที่ถูกก่อเหตุนั้นมีจำนวนทั้งสิ้น 6.7 แสนบาทนั้นยังไม่ทราบได้ว่าผู้ต้องหานำไปใช้อะไรบ้างแล้ว แต่ก็ยังดีใจแม้จะได้คืนไม่เต็มจำนวน ขณะที่พนักงานที่ถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บนั้น หลังเกิดเหตุได้นำตัวส่ง โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา จ.ชลบุรี ซึ่งพบว่าอาการหนักพอสมควร แต่ไม่มีอาการกระทบกระเทือนทางสมอง

Share on Google+
LINE it!