ร้องครูตุ๋นเงินเผาผีสูญ3.2ล้าน

  • วันที่ 13 ต.ค. 2553 เวลา 20:05 น.

ชาวบุรีรัมย์ร้องสภาทนายความถูกครู 2 ผัวเมีย หลอกให้ลงทุนฌาปณกิจสงเคราะห์อ้างได้ดอกเบี้ยสูงแต่ต้องสูญเงินกว่า 3.2ล.

นายเอียน เจริญรัมย์ ผู้ใหญ่บ้านบ้านปะคำ หมู่ 2 ต.เมืองโพธิ์ อ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ พร้อมชาวบ้านจาก อ.ห้วยราช และ อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ กว่า 30 คน เข้าร้องเรียนกับนายพลกฤต เนาว์ประโคน ประธานสภาทนายความจังหวัดบุรีรัมย์ ให้ช่วยเหลือ หลังถูกนางไพรวรรณ ยาวรัมย์ ครูพี่เลี้ยงเด็กโรงเรียนวัดท่าม่วง และนายสูงเนิน  ยาวรัมย์  ครู คศ.2 โรงเรียนบ้านท่าม่วง  ต.ท่าม่วง อ.สตึก สองสามีภรรยา หลอกให้สมัครสมาชิกและร่วมลงทุนกับฌาปณกิจสงเคราะห์ชมรมผู้สูงอายุบุตรกตัญญู ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 33 หมู่ 1 ต.ทุ่งวัง อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ อ้างว่าจะได้ดอกเบี้ยงามทำให้เสียเงินรวมกันกว่า 3.2 ล้านบาท

นายเอียน กล่าวว่า เมื่อเดือนธ.ค. 2552 นางไพรวรรณและนายสูงเนิน ได้มาชักชวนให้ สมัครเป็นสมาชิกฌาปณกิจสงเคราะห์ชมรมผู้สูงอายุบุตรกตัญญูบอกว่า ถ้าสมัครเป็นสมาชิกชมรมฯลงทุน 8,400 บาท จะได้เงินสงเคราะห์ 100,000 บาท คุ้มครองเมื่อครบ 7 เดือน คือถ้าสมาชิกเสียชีวิตหลังจาก 7 เดือน นับจากวันที่สมัครถึงได้รับเงินสงเคราะห์ จึงตกลงสมัครโดยให้นางแปะ มารดา เป็นสมาชิก และมีนายเอียบเป็นผู้รับผลประโยชน์

ต่อมาสองสามีภรรยาก็หว่านล้อมให้ร่วมลงทุนเพิ่มวงเงินมากขึ้นเรื่อยๆ จึงได้กู้ยืมเงินจากญาติพี่น้อง และนำที่นาไปจำนอง เพื่อนำมาลงทุน เพราะคิดว่าจะได้รับดอกเบี้ยตอบแทนสูง ตามที่บุคคลทั้งสองกล่าวอ้าง แต่สุดท้ายกลับถูกหลอกสูญเงิน โดยเงินที่ลงทุนไปจำนวน 538,400 บาท ได้เงินคืน 170,000 บาท ถูกหลอกเงินไปจำนวน 368,400  บาท เมื่อไปแจ้งความตำรวจก็ไม่รับแจ้ง ไม่มีที่พึ่งจึงได้มาร้องขอความช่วยเหลือจากสภาทนายความจังหวัดบุรีรัมย์ให้ฟ้องร้องนำเงินมาคืนให้กับตนเองและชาวบ้านด้วย 

ด้านนางละมัย ทรงชัย ชาวบ้านกลัน ต.เมืองไผ่ อ.กระสัง กล่าวว่า สองสามีภรรยา ได้มาชักชวนให้สมัครสมาชิกชมรมผู้สูงอายุบุตรกตัญญูในแบบที่ไม่ต้องรอให้สมาชิกเสียชีวิต เป็นการร่วมสมทบทุนเข้าชมรมฯ โดยบอกว่าถ้าสมัครสมาชิกชมรมผู้สูงอายุบุตรกตัญญูและลงทุน 10,000 บาท จะได้ดอกเบี้ย 5,500 บาท ภายในเวลา 1 เดือน จึงลงทุนไปเป็นเงินจำนวน 20,000 บาท สองสามีภรรยาก็มอบสมุดคู่มือสมาชิกชมรมผู้สูงอายุบุตรกตัญญูและใบเสร็จรับเงินให้ โดยมีชื่อบุคคลอื่นที่ไม่รู้จักเป็นสมาชิก
 
ทางด้านนายพลกฤต  เนาว์ประโคน ประธานสภาทนายความ จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า หลังรับร้องก็จะรวบรวมข้อมูลหลักฐาน เพื่อดำเนินการฟ้องร้องทั้งคดีแพ่งและอาญากับสองสามีภรรยา โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย  อย่างไรก็ตามเบื้องต้นได้แนะนำให้ชาวบ้านไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐานแล้ว เพื่อจะได้ดำเนินคดีในข้อหาหลอกลวง และฉ้อโกงประชาชนต่อไป
 
นายพลกฤต กล่าวอีกว่า ในการสมัครสมาชิกเงื่อนไขแบบต่างๆ ของชาวบ้านแต่ละคน ซึ่งบางคนก็ได้เงินทุนและดอกเบี้ยตามบัญชีเงื่อนไขที่ได้สมัครคืน บางบัญชีก็ไม่ได้เงินทุนและดอกเบี้ยคืน และบางคนเห็นว่าได้เงินทุนและดอกเบี้ยตามเงื่อนไขที่ได้สมัครจริงก็ลงทุนต่อไปอีก
 
ทั้งนี้สาเหตุที่ชาวบ้านหลงเชื่อและนำเงินลงทุนกับสองสามีภรรยา เนื่องจากนายสูงเนิน และนางไพรววรณ มีอาชีพเป็นครู เป็นราชการ มีคำพูดที่น่าเชื่อถือ และชาวบ้านเห็นว่าเมื่อลงทุนไปแล้วบางคนก็ได้รับเงินทุนและดอกเบี้ยตามกำหนดเงื่อนไขจริง ชาวบ้านจึงได้หลงเชื่อว่าจะได้รับเงินทุนและดอกเบี้ยจริง ชาวบ้านจึงได้ลงทุนตามกันไปจึงมีชาวบ้านผู้เสียหายหลายคน

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ