ตชด.เชื่อ11นักรบแดงลอบเข้าเขมรเองยาก

วันที่ 13 ต.ค. 2553 เวลา 18:51 น.
ตชด.เชื่อ 11 นักรบแดงลอบเข้ากัมพูชาเองเป็นไปได้ยาก เพราะเส้นทางมีแต่กับระเบิด-ด่านเจ้าหน้าที่ไทย-เขมร หากข้ามไปได้ต้องอาศัยคนที่ชำนาญพื้นที่นำทาง

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางโดยรถยนต์ไปยังฐานปฏิบัติการบ้านตาตุม ต.ตาตุม อ.สังขะ จ.สุรินทร์  ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 2172 ดูแลฐานปฏิบัติการบ้านตาตุมฯดังกล่าวอยู่  โดยอยู่ในพื้นที่ป่าแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ติดต่อกับ อ.กาบเชิง และอ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์  และอยู่ห่างจากบ้านคะนา ม.7 ต.ตาตุม อ.สังขะฯ เข้าไปในป่าถึง 4 กิโลเมตร  ด้วยเส้นทางที่ขรุขระ บางช่วงเป็นหลุ่มเป็นบ่อและโขดหิน  ขณะที่สองข้างทางเต็มไปด้วยป่ารกทึบ  ผู้สื่อข่าวได้ใช้เวลาเดินทางกว่า 20 นาที  จากบ้านคะนาถึงสามารถเข้าไปถึงฐานปฏิบัติการตาตุมดังกล่าวได้ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงถึงความเป็นไปได้ว่าชายฉกรรจ์ทั้ง 11 คน ของกลุ่มนักรบแดงที่ถูกจับกุมได้ที่ภูฟ้ารีสอร์ท จ.เชียงใหม่  จะอาศัยช่องทาง ซึ่งเป็นช่องทางตามธรรมชาติ ที่สามารถข้ามผ่านแดนไปยังกัมพูชาได้จริงหรือไม่  

พ.ต.ต.อนันต์ ทองสุก สารวัตรด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งควบคุมด่านตรวจคนเข้าเมืองกาบเชิง อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ กล่าวว่า กลุ่มชายฉกรรจ์ กลุ่มนักรบแดงทั้ง 11 คน ที่ถูกจับกุมได้ที่ภูฟ้ารีสอร์ท จ.เชียงใหม่ นั้นไม่น่าจะมีการ เดินทางผ่านเข้า และออก ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองกาบเชิง บริเวณจุดผ่านแดนถาวรช่องจอมฯ ตามที่ทั้ง 11 คนรับสารภาพว่า มีการเดินทางผ่านชายแดน บริเวณด่านผ่านแดนถาวรช่องจอม-โอร์เสม็ด ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เข้าไปฝึกการใช้อาวุธ ในค่ายทหาร จังหวัดเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา และเดินทางกลับเข้ามาในเขตประเทศไทย ผ่านช่องทางด้าน ด่านผ่านแดนถาวรช่องจอม-โอรเสม็ดฯและไปเก็บตัว รอการออกปฎิบัติการที่ฟ้ารีสอร์ท จ.เชียงใหม่ จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตามที่เป็นข่าวนั้น

พ.ต.ต.อนันต์  กล่าวอีกว่า เพราะทางเรามีการบันทึกข้อมูล มีกล้องวงจรปิดบันทึกภาพ การเดินทางผ่านเข้าและออกชายแดน ซึ่งหากมีจริงสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ อย่างไรก็ตาม พื้นที่ตลอดเส้นเขตแดน ใกล้เคียงกับด่านผ่านแดนถาวรช่องจอม-โอร์เสม็ด ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ พบว่ามีอีกหลายช่องทาง ซึ่งเป็นช่องทางตามธรรมชาติ ที่สามารถข้ามผ่านแดนได้ ซึ่งต้องมีการตรวจสอบอย่างจริงจัง แต่หากมีการลักลอบผ่านแดน ก็น่าจะมีคนนำทาง เพราะเส้นทางแนวชายแดนด้านนี้มี เจ้าหน้าที่กัมพูชา และชาวกัมพูชามาอาศัย อยู่ใกล้ชายแดนเป็นจำนวนมากตามที่เสนอข่าวแล้วนั้น 

ทั้งนี้เมื่อผู้สื่อข่าวเดินทางไปถึงฐานปฏิบัติการตาตุม ก็พบกับ ร.ต.ต.นิสัย  หกพันนา  ผู้บังคับหมวด ตชด. 2172 ฐานปฏิบัติการบ้านตาตุม ซึ่งได้เปิดเผยว่า  ความเป็นไปได้ที่ 11 นักรบแดงจะเดินทางผ่านชายแดนตามช่องทางธรรมชาตินั้น คงจะเป็นไปได้ยาก  เพราะคนที่จะเข้าป่าชายแดนที่เต็มไปด้วยกับระเบิดได้ จะต้องเป็นบุคคลที่คุ้นเคยและชำนาญเส้นทางเป็นอย่างดี  ซึ่งนอกจากชาวบ้านที่เข้าหาของป่าแล้วก็มีเจ้าหน้าที่ไทยเท่านั้นที่จะรู้จักเส้นทาง มิฉะนั้นอาจหลงทางและเหยียบกับระเบิดได้  ไม่เพียงเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม หากเจ้าหน้าที่ไทยพบก็จะตรวจสอบและสอบถามว่าเป็นชาวบ้านในพื้นที่หรอไม่  เพราะส่วนใหญ่ก็จะคุ้นเคยและคุ้นหน้ากันอยู่แล้ว ซึ่งหากแปลกหน้าเจ้าหน้าที่ก็จะตรวจสอบ อย่างไรก็ตามรถยนต์จะไม่สามารถขับผ่านไปได้เพราะไม่มีเส้นทางรถยนต์ มีเพียงเส้นทางเดินเท้า อีกทั้งถึงแม้จะผ่านป่าชายแดนฝั่งประเทศไทยที่จะต้องเดินเท้าเกือบ 10 กิโลเมตรแล้ว  จะต้องเจอกับเจ้าหน้าที่ของกัมพูชาในป่าชายแดนฝั่งกัมพูชาอีกด้วย  

นอกจากนี้หากทางกัมพูชาเห็นว่าแปลกหน้าก็จะจับกุมทันทีเหมือนกรณี 3 คนไทยที่ถูกจับกุมตัวควบคุมไว้ที่ประเทศกัมพูชาดังกล่าว ซึ่งเป็นไปได้ยากที่จะใช้เส้นทางธรรมชาติผ่านเข้าไปโดยไม่รู้จักผู้ชำนาญเส้นทางทั้งฝั่งไทยและฝั่งกัมพูชา ซึ่งในพื้นที่ยังไม่พบคนแปลกหน้าเข้ามามีเพียงชาวบ้านเท่านั้น