จนท.อุทยานกุยบุรีรวบหนุ่มพร้อมซากหมีควาย-ปืนลูกซอง

  • วันที่ 18 มี.ค. 2561 เวลา 19:57 น.
  • | เปิดอ่าน 938
Share on Google+
LINE it!

จนท.อุทยานกุยบุรีรวบหนุ่มพร้อมซากหมีควาย-ปืนลูกซอง

เจ้าหน้าที่อุทยานฯกุยบุรี จับผู้ต้องหาได้ในป่าพร้อมซากหมีควายชำแหละแล้วและปืนลูกซอง ขณะที่เพื่อนร่วมแก๊งหนีไปได้ 1 ราย

เมื่อวันที่ 18 มี.ค.ผู้ใช้สังคมออนไลน์ได้มีการส่งต่อภาพหมีควายถูกชำแหละ โดยพบมีส่วนหัว อุ้งเท้า และชิ้นส่วนขา พร้อมระบุเพียงว่าเหตุเกิดในพื้นที่ สภ.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ เจ้าหน้าที่จับผู้ต้องหาได้ 1 ราย และมีคนร้ายหนีการจับกุมไปได้ 1 ราย

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง พ.ต.อ.สมชาญ  พิณคันเงิน ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรอ่าวน้อย  อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ และได้รับการเปิดเผยว่า ได้รับรายงานกรณีคดีดังกล่าวว่า  เมื่อวันที่ 16 มี.ค.ที่ผ่าน เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ได้ลาดตระเวนในพื้นที่รับผิดชอบ กระทั่งพบชายต้องสงสัย 2 ราย มีท่าทีพิรุธ สะพายเป้ เดินอยู่ในป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี  จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ โดยชาย 1 คน ได้วิ่งหลบหนีเข้าไปในป่า ทำให้เจ้าหน้าที่จับกุมได้เพียง 1 ราย ทราบชื่อคือ นายสมจิตร์ บุญกอง อายุ 52 ปี

จากการตรวจค้น เป้สะพายพบซากหมีควาย ที่ถูกชำแหละแล้ว มีหัวหมี 1 หัว ชิ้นส่วนขาหมีพร้อมอุ้งเท้า 2 ขา แต่ไม่สามารถ ระบุเพศและอายุของหมีได้ รวมทั้งยังพบ ซากชะมดเช็ด อีก 1 ตัว สภาพผ่าท้องนำอวัยวะภายในออกเรียบร้อยแล้ว  นอกจากนี้ ยังตรวจพบ ปืนลูกซองยาว เครื่องกระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 จำนวน 6 ลูก ไฟคาดหัวจำนวน 2 อัน เปลนอน 1 ผืน จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน โดยคาดว่า ชายอีก1ราย ที่วิ่งหนีการจับกุมไปได้ จะมีซากหมีควายที่ชำแหละแล้ว ชิ้นส่วนที่เหลือ หรืออาจมีซากสัตว์ป่าอื่นอีกก็เป็นได้

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อกล่าวหา  ฐานนำสัตว์ออกไป หรือกระทำการใดๆ ให้เป็นอันตรายแก่สัตว์  ตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 มาตรา 16 และ มาตรา 24   ฐาน นำเครื่องมือสำหรับล่าสัตว์ หรือจับสัตว์ ยิงปืนในเขตอุทยานแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504   มาตรา 16 และมาตรา 27 ฐาน ล่าสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 มาตรา 16 และ มาตรา 47  ฐานมีไว้ครอบครองซึ่งซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ด้าน พล.ต.ต.พัฒนา  เพศยนาวิน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์  กล่าวว่า กรณีการล่าสัตว์ป่านี้ ถือว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน  เนื่องจากกระแสสังคมให้ความสนใจเรื่องการล่าสัตว์ป่า นับตั้งแต่เกิดคดียิงเสือดำในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตกได้กำชับให้ติดตามตัวผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีไปอีก 1 ราย เบื้องต้น ทราบว่า ขณะนี้รู้ตัวคนร้ายแล้ว เตรียมขอหมายศาลเพื่อทำการจับกุมต่อไป

Share on Google+
LINE it!