ชาวตรังวอนสร้างเขื่อนกั้นคลื่นหลังชายฝั่งถูกเซาะหนัก

วันที่ 11 ต.ค. 2553 เวลา 21:04 น.
ชาวบ้านวอนหน่วยงานรับผิดชอบสร้างเขื่อนกั้นน้ำทะเล ก่อนที่ดินและบ้านเรือนจะจมหายลงสู่ทะเล หลังชายฝั่งถูกคลื่นเซาะลึกเกือบ 5 เมตร

วันนี้ (11ต.ค.) เกิดคลื่นขนาดใหญ่ซัดบริเวณชายฝั่งที่บริเวณชายหาดปากเมง หมู่ที่ 4 ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา จ.ตรัง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยว ประตูสู่ทะเลตรัง สร้างความเสียหายแก่ร้านค้า ต้นไม้ล้มระเนระนาด และขยะเกลื่อนชายหาดทรายเป็นระยะทางยาวกว่า 5 กิโลเมตร 

อย่างไรก็ตามหลังจากน้ำทะเลเริ่มลด ชาวบ้านได้ทำความสะอาดหน้าร้านค้า บริเวณชายหาดปากเมง ที่ก่อนหน้านี้ได้ถูกคลื่นซัดเศษขยะขึ้นมากองบริเวณชายหาดทราย ชายหาดปากเมง ขณะที่ต้นสน ได้ล้มขวางชายหาดทราย และยังมีอีกหลายต้นที่รอล้มอยู่ให้เห็น หลายร้านค้าได้ขนสิ่งของมาไว้ที่ปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ เก้าอี้ ร่ม พร้อมกับได้เตือนไม่ให้นักท่องเที่ยวลงไปเล่นน้ำ หรือพักผ่อนบริเวณโคนสนที่ใกล้จะล้ม หลังจากที่ถูกคลื่นลมซัดชายฝั่ง         

ขณะที่ใกล้กันนั้น ซึ่งมีการสร้างเขื่อนกั้นน้ำทะเลแล้ว แต่ก็ยังเห็นว่าคลื่นได้ซัดกระทบกับเขื่อนอย่างรุนแรง มีน้ำทะเลไหลท่วมถนน แม้ว่าจะทำให้ทัศนียภาพด้านการท่องเที่ยวจะเสียไปบ้าง แต่ชาวบ้านบอกว่ายังดีกว่าปล่อยให้คลื่นซัดชายฝั่ง หรือถนนขาดหายลงสู่ทะเลเหมือนหลายพื้นที่ซึ่งเกิดขึ้นแล้ว เช่น บริเวณหาดเจ้าไหม หยงหลิง เป็นต้น    

นายประโวทย์ ศรีจันทร์ทอง ผู้จัดการโรงแรมแมกไม้รีสอร์ท บริเวณชายหาดปากเมง กล่าวว่า ในช่วงที่เกิดคลื่นซัดชายฝั่งทะเลตรัง โดยเฉพาะบริเวณชายหาดปากเมง เพียง 2-3 วันนี้ คลื่นได้ซัดชายฝั่งทะเลเข้ามาในแผ่นดิน ประมาณ 4-5 เมตร และมั่นใจว่าหากไม่มีสร้างเขื่อนกั้นคลื่นในช่วงนี้ คาดว่าไม่เกิน 5 ปี ต้นสนที่มีอยู่ประมาณ 100 ต้น และถนนเลียบชายหาดปากเมง บ้านเรือนชาวบ้าน จะถูกน้ำทะเลกัดเซาะหายลงไปในทะเลอย่างแน่นอน