รุมประชาทัณฑ์เจ้าของโรงหล่อตั้งแก๊งขโมยพระ

วันที่ 11 ต.ค. 2553 เวลา 19:51 น.
ชาวพิษณุโลกรุมประชาทัณฑ์เจ้าของโรงหล่อตั้งแก๊งขโมยพระทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

พ.ต.อ.กิตติเชษฐ์ ศักยภาพวิชานนท์ ผกก. พ.ต.ท.วิสุทธิ์  คล้ายแสง รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.ณัฐกิตติ์ สงค์มณี  สวป.สภ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก พร้อมตำรวจ สภ.บางกระทุ่ม ได้ควบคุมตัว  นายปัญญากร  อัคราชศรี เจ้าของโรงหล่อปัญญากรงานหล่อ จ.นนทบุรี นายนิรันทร์ ต่อวิญญา ปี และนายสายันต์ ชวนชม  ผู้ต้องหาร่วมกันขโมยพระพุทธรูปภายในวัด ไปทำแผนประกอบการรับสารภาพ 

ทั้งนี้จุดแรกตำรวจได้นำผู้ต้องหาไปทำแผนที่วัดโคกสลุด หมู่ 3 ต.บ้านไร่ อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก มีชาวบ้านกว่า 200 คน มาคอยดูการทำแผนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ  ทางเจ้าหน้าที่ได้กันพื้นเอาไว้ เพื่อป้องกันเหตุความวุ่นวาย  โดยเริ่มจากคนร้ายขับรถยนต์ไปจอดบนถนนเลียบคลองชลประทานหลังวัด คนร้ายได้เดินไปที่โบสถ์ตัดโซ่คล้องประตู ก่อนจะเข้าไปขโมยพระพุทธชินราชหน้าตัก 12 นิ้ว และพระพุทธชินราชหน้าตัก 9 นิ้ว รวม 2 องค์ ใส่รถกระบะหลบหนีไป 

ส่วนจุดที่สองตำรวจได้ควบคุมตัวแก๊งคนร้ายไปทำแผนที่วัดปากพิงตะวันออก หมู่ 2 ต.วังน้ำคู้ อ.เมือง จ.พิษณุโลก  มีชาวบ้านจำนวนมากมาคอยกันเต็มบริเวณวัด เจ้าหน้าที่จึงห้ามเข้าไปในพื้นที่ทำแผน  จุดที่คนร้ายลงมือก่อเหตุลักษณะเดียวกัน  โดยใช้คีมตัดเหล็กตัดโซ่คล้องประตูโบสถ์จนขาด จากนั้นได้พากันเข้าไปขโมยพระพุทธชินราชเนื้อทองเหลืองเก่า หน้าตัก 9 นิ้ว 1 องค์  และช่วยกันหามพระโมคลา พระสารีบุตรไปใส่รถกระบะ ก่อนจะพากันหลบหนีไปตามเส้นทางนครสวรรค์ มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพ โดยกระบะหลังได้ใช้ผ้าใบคลุมปิดบังเอาไว้อย่างมิดชิด กระทั่งตำรวจด่านตรวจค้น อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ เห็นมีพิรุธจึงเข้าทำการตรวจค้นพบของกลางดังกล่าว  

บรรยากาศ หลังทำแผนเสร็จเจ้าหน้าที่กำลังควบคุมตัวผู้ต้องหาไปขึ้นรถยนต์ ปรากฏว่ากลุ่มวัยรุ่นและชาวบ้านที่มามุ่งดุได้ฮือประชาทัณฑ์ จนเกิดเหตุชุลมุนวุ่นวาย เจ้าหน้าที่จึงรีบกันผู้ต้องหาพาขึ้นรถและออกจากพื้นที่ไปทันที สำหรับพฤติกรรมของคนร้ายกลุ่มนี้ จะมีการตระเวนดูพระพุทธรูปตามวัดต่างๆในพื้นที่หลายจังหวัด เนื่องจากเห็นว่าวัดอยู่ห่างจากชุมชน และหลายวัดมักปิดไฟไม่มีคนเฝ้า โดยระบุเป็นรหัส AA  เป็นจุดอันดับหนึ่งที่ซึ่ง จะเข้าไปขโมยก่อน ซึ่งจะมีรหัสรองลองไป คือ AB และรหัสสุดท้ายที่จะเข้าไปขโมยคือ BA ตามลำดับ 

หลังจากเข้าไปในวัดจะใช้คีมตัดโซ่หรือกุญแจล็อกประตูโบสถ์ไว้ จากนั้นจะช่วยกันขนพระพุทธรูปใส่กระบะรถยนต์ตระเวนไปตามวัดที่ระบุไว้ในแผนที่ จนกว่าจะเต็มคัน จากนั้นจะใช้ผ้าใบคลุมปกปิดไว้ เพื่อจะนำไปขายตามใบสั่ง ส่วนพระเนื้อทองเหลืองที่ไม่ได้ส่งขายจะนำไปหลอมที่โรงหล่อพระ ชื่อปัญญางานหล่อ ซึ่งเป็นโรงหล่อของนายปัญญากร  อัคราชศรี  อยู่ที่ จ.นนทบุรี  ก่อนจะแบ่งเงินที่ขายพระพุทธรูป หลังจากนั้นจะร่วมกันตระเวนขโมยพระพุทธรูปตามวัดต่างๆ ตามแผนที่วางไว้ 

เวลา 14.00 น. วันเดียวกัน ที่ ห้องประชุม สภ.เมืองพิษณุโลก ซึ่งมี พล.ต.ต.ชัยณรงค์ วงษ์สุนทร รอง ผบช.ภาค  6  เป็นประธานการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน  โดยนำของกลางมาร่วมแถลงจำนวนมาก  นายปัญญากร  อัคราชศรี อายุ 28 ปีเจ้าของโรงหล่อปัญญากรงานหล่อรับสารภาพ ว่า ดูในอินเทอร์เน็ต พบว่าวัดอยู่ห่างจากชุมชน มีของมีค่าเก็บในวัดโดยมีคนเฝ้า และหลายวัดมักปิดไฟช่วงกลางคืนสะดวกต่อการลงมือ จึงออกขโมยพระพุทธรูปตามใบสั่งและหาวัตถุดิบเข้าโรงงานเพื่อลดต้นทุนการผลิต หลังตนได้เปิดโรงหล่อพระในช่วง 6 เดือนนี้