"ลุงจรูญ" คู่กรณีหวย30ล้านสาบานต่อศาลหลักเมือง "เจ๊เกียว"มาตามนัด

วันที่ 04 ก.พ. 2561 เวลา 16:32 น.
"ลุงจรูญ" คู่กรณีหวย30ล้านสาบานต่อศาลหลักเมือง "เจ๊เกียว"มาตามนัด
ร.ต.ท.จรูญเข้าสาบานต่อศาลหลักเมืองตามที่เคยลั่นวาจาไว้ ยันไม่ได้ไปขโมยลอตเตอรี่ใครมา ขณะที่ "เจ๊เกียว" มาสาบานตามคำท้า

เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการเกษียณตำรวจ คู่กรณีในคดีสลากรางวัลที่ 1 มูลค่า 30 ล้านบาท พร้อมด้วยภรรยาและบุตรสาว ได้เดินทางมากล่าวคำสาบานต่อหน้าศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ตามที่เคยได้ประกาศไปก่อนหน้านี้ โดยมี นายศุภกร สุพรรณรังษี ทนายความ ตัวแทนของ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน เพื่อเยาวชน และสังคม พร้อมทีมงานร่วมเดินทางมาด้วย

ร.ต.ทจรูญ ได้อ่านคำสาบานที่เขียนเอาไว้บนกระดาษว่า "ด้วยข้าพเจ้า นายจรูญ วิมูล ขอสาบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั่วสากลโลกและขอสาบานต่อหน้าศาลเจ้าพ่อหลักเมืองกาญจนบุรี ว่า ในฐานะที่ข้าฯเคยรับใช้แผ่นดินไทยด้วยความซื่อสัตย์และซื่อตรงหากข้าไปขโมยลอตเตอรี่ใครมาอย่างที่

ถูกกล่าวหาจริง ขอให้ข้าฯไม่ตายดี ครอบครัวญาติพี่น้องฉิบหายวายป่วง ลูกหลานสาปแช่งให้ชีวิตล่มจม เจอแต่ความหายนะไปตลอดชีวิต ไม่มีความสุข ทนทุกข์ทรมาน ตกนรกหมกไหม้ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด ทั้งครอบครัว และขอให้ถูกสังคมประณามหยามเหยียดเป็นที่รังเกียจของคนในสังคม รวมไปถึงอาชีพการงานของครอบครัวล่มจม ไม่เจริญ หมดเนื้อหมดตัว เปรียบได้ดั่งขอทานข้างถนน ล้มป่วยทรมานไปทั้งชีวิต 

"แต่หากข้าฯกล่าวความจริงมาโดยตลอด ไม่ได้ไปขโมยลอตเตอรี่ใครมา และเป็นผู้โดนรังแกอย่างที่เกิดขึ้น ขอให้ข้าฯประสบความสำเร็จในทุกๆด้านเอาชนะหมู่มารได้โดยเร็ว ความสุข ความเจริญทั้งหลายทั้งปวง สุขภาพแข็งแรง อาชีพการงานเจริญรุ่งเรือง ร่ำรวยเงินทอง จงเกิดขึ้นแก่ข้าฯและครอบครัว ลูกหลาน ญาติพี่น้อง มิตรสหายทุกคน และประชาชนทุกๆคนที่เป็นกำลังใจให้แก่ข้าด้วยเทอญฯ

"และขอสาปแช่ง หากผู้ที่มากล่าวอ้างว่าลอตเตอรี่งวดประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 หายแล้วไม่ได้หายจริงๆ พยานทุกๆคนที่มิได้รู้เห็นถึงการซื้อลอตเตอรี่เลข 533726 แต่กลับมาเป็นพยานว่าเห็นให้กับผู้ที่อ้างว่าลอตเตอรี่ของตนหาย และนายตำรวจที่เรียกข้าพเจ้าไปเจรจาที่บ้านพักถ้าหากมีเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ รวมไปถึงตำรวจที่เกี่ยวข้องในคดีนี้กระทำการที่ไม่เป็นกลาง กลั่นแกล้งข้าฯ หรือแม้แต่มีผู้คิดร้าย คิดทำลายข้าฯ คิดกลั่นแกล้ง สร้างเรื่องโกหก สร้างความเท็จ พยานเท็จต่างๆ เพื่อที่หวังผลประโยชน์ในลอตเตอรี่ฉบับดังกล่าวเลข 533726 งวดประจำวันที่ 1 พ.ย. 2560 ขอให้บุคคลเหล่านั้น ไม่ตายดี ครอบครัว ญาติพี่น้องฉิบหายวายป่วง ลูกหลานสาปแช่งให้ชีวิตล่มจม เจอแต่ความหายนะไปตลอดชีวิต ไม่มีความสุข ทนทุกข์ทรมาน ตกนรกหมกไหม้ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด ทั้งครอบครัว และขอให้ถูกสังคมประณามหยามเหยียดเป็นที่รังเกียจของคนในสังคม รวมไปถึงอาชีพการงานของครอบครัวล่มจม ไม่เจริญ หมดเนื้อหมดตัว เปรียบได้ดั่งขอทานข้างถนน ล้มป่วยทรมานไปทั้งชีวิต สุดท้ายต้องจบชีวิตในคุก

"แต่หากบุคคลที่ข้าฯกล่าวถึงเป็นคนที่พูดความจริงมาโดยตลอด เป็นคนบริสุทธิ์ ไม่โกหก ไม่สร้างเรื่องเท็จ ไม่ได้ช่วยเหลือ เรื่องโกหกมดเท็จ ไม่ได้หวังผลประโยชน์ ทำงานและกระทำการอย่างถูกต้องตรงไปตรงมา ก็ขอให้ประสบความสำเร็จ มีแต่ความสุข ความเจริญทั้งหลายทั้งปวง สุขภาพแข็งแรง อาชีพการงานเจริญรุ่งเรือง ร่ำรวยเงินทอง จงบังเกิดแก่ครอบครัว ลูกหลาน ญาติพี่น้อง มิตรสหายทุกคนของท่าน"

ต่อมา นางปณัญชยา สุขผล หรือเจ๊เกียว ผู้ค้าสลากรายใหญ่ของจังหวัดกาญจนบุรี และเป็นพยานคนสำคัญของฝ่าย ครูปรีชา ใคร่ครวญ ที่ประกาศรับคำท้าสาบานต่อหน้าศาลหลักเมือง ตามที่ ร.ต.ท.จรูญ ประกาศท้าไว้ ได้เดินทางมาที่ศาลหลักเมือง โดยนางปณัญชยาได้ร่างคำสาบานมอบให้กับ ร.ต.ท.จรูญ 1 แผ่น ซึ่งคำสาบานดังกล่าวนางปณัญชยาได้ลงมือร่างมาด้วยลายมือตนเอง และขอให้ ร.ต.ท.จรูญ สาบานตามนางปณัญชยาร่างขึ้นมา โดย ร.ต.ท.ตอบรับและยินดีที่จะอ่านคำสาบานดังกล่าวในทันที

โดยคำสาบานระบุว่า “ข้าพเจ้า ร.ต.ท.จรูญ วิมูล ขอสาบานต่อหน้าศาลเจ้าพ่อหลักเมือง พระแก้วมรกต พระพุทธชินราช สมเด็จโต หลวงปู่ทวด พระนเรศวรมหาราช ว่าข้าพเจ้าได้ซื้อลอตเตอรี่ เลข 533726 มาจริง ไม่ได้เก็บได้หรือมีคนหยิบส่งให้ ถ้าข้าพเจ้าพูดไม่จริง ขอให้ข้าพเจ้าแพ้คดีความ เจอกับความวิบัติภายใน 7 วัน 9 วัน พร้อมทั้งครอบครัวของข้าพเจ้าด้วย ถ้าข้าพเจ้าพูดเรื่องจริง ขอให้ชนะคดีความ ครอบครัวมีความสุขเจริญยิ่งๆ สาธุ สาธุ สาธุ”

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า หลังจากที่ ร.ต.ท.กล่าวคำสาบานตามที่ นางปณัญชยา ร่างมาให้แล้วเสร็จ นางปณัญชยาก็ได้อ่านคำสาบานที่ ร.ต.ท.จรูญ เตรียมมาให้กล่าวด้วยเช่นกัน ซึ่งขณะนั้นสื่อมวลชนได้สอบถาม ร.ต.ท.จรูญว่า หลังจากนี้จะมีการพูดคุยกันหรือไม่ ซึ่ง ร.ต.ท.จรูญ ได้ตอบคำถามขึ้นมาว่า “ไม่มีอะไรจะคุย”

จากนั้น ร.ต.ท.จรูญ ได้เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกาญจนบุรี เพื่อยืนหนังสือขอเลื่อนวันนัดตามหมายเรียกครั้งที่ 1 จากเดิมที่คณะพนักงานสอบสวนนัดให้ไปพบในวันที่ 9 ก.พ.เวลา 10.00 น. แต่เนื่องจาก ทนายความในคดี เดินทางไปต่างประเทศ อีกทั้งตนเองติดภารกิจต้องเตรียมตัวขึ้นศาล จึงขอเลื่อนวันนัดออกไปเป็นวันที่ 20 ก.พ.ปรากฏว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งว่า ให้ทาง ร.ต.ท.จรูญ นำหนังสือฉบับดังกล่าวไปยื่นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 แทน เนื่องจากคดีนี้อยู่ในความรับผิดชอบของ ตร.ภ.7 ซึ่งทางทีมงานทนายความฯ จะได้เดินทางไป กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 เพื่อยื่นหนังสือในวันที่ 5 ก.พ.

ขณะที่ นายปรีชา ยังคงใช้ชีวิตอยู่ภายในบ้านพักตามปกติ เนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุดราชการ โดยได้ออกมารดน้ำต้นไม้ที่สวนบริเวณหน้าบ้าน พร้อมกับกล่าวด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มว่า รู้สึกสบายๆ และวันนี้ก็ทำกิจวัตรประจำวันตามปกติเหมือนเช่นวันหยุดในทุกๆ สัปดาห์ ไม่ได้รู้สึกหนักใจที่อีกฝ่ายไปสาบาน เขาอยากทำอะไรก็ทำ ตามสบาย เพราะถึงอย่างไรก็จะต้องไปสาบานที่ศาลอยู่แล้ว ซึ่งตนเชื่อเรื่องของกฎหมายมากกว่า