ชุมชนกำแพงเพชรต้นแบบ แก้ปัญหามูลสัตว์เหม็นด้วยไบโอแก๊ส

  • วันที่ 03 ม.ค. 2561 เวลา 13:34 น.

ชุมชนกำแพงเพชรต้นแบบ แก้ปัญหามูลสัตว์เหม็นด้วยไบโอแก๊ส

เรื่อง - พิสิษฏ์ มณีโชติ/อันธิกา เพชรี  มหาวิทยาลัยนเรศวร

ปัญหาสิ่งแวดล้อมถือเป็นปัญหาหนึ่ง ที่สำคัญของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการปศุสัตว์ ซึ่งเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ควรได้รับการแก้ไขเร่งด่วน เช่น ชุมชนบ้านหนองมะเกาะ ต.หนองหลวง อ.ลานกระบือ จ.กำแพงเพชร เป็นชุมชนหนึ่งที่ประสบปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากมูลสัตว์จากการเลี้ยงสุกรและโคเป็นจำนวนมากถึง 30 ครัวเรือน ส่งผลให้เกิดปัญหาในชุมชนทั้งด้านสิ่งแวดล้อมที่มีกลิ่นเหม็นจากมูลสัตว์รบกวนและความสัมพันธ์ในชุมชน

เทคโนโลยีแก๊สชีวภาพ หรือไบโอแก๊ส เป็นเทคโนโลยีพลังงานทดแทนที่สามารถลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด และเป็นการจัดการของเสียอย่างบูรณาการ มีคุณค่าเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะนอกจาก ไบโอแก๊สจะช่วยลดมลพิษในสิ่งแวดล้อมแล้ว แก๊สชีวภาพที่ได้ยังสามารถนำมาใช้แทนก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) เพื่อเป็นการประหยัดพลังงาน ได้ปุ๋ยชีวภาพที่เป็นประโยชน์ต่อพืช และยังเป็นการปรับปรุงบำรุงดิน

การใช้ไบโอแก๊สนับเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับชุมชน อีกทั้งยังสามารถช่วยลดการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศอันเนื่องมาจากการใช้พลังงานของประเทศไทยที่เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

หมู่บ้านหนองมะเกาะ ต.หนองหลวง อ.ลานกระบือ จ.กำแพงเพชร ปัจจุบันมีจำนวนครัวเรือนทั้งหมด 150 ครัวเรือน และมีการปศุสัตว์ 30 ครัวเรือน โดยมีสุกรจำนวน 483 ตัว วัวจำนวน 57 ตัว

ซึ่งทำให้มีมูลสัตว์ซึ่งเป็นวัตถุดิบตั้งต้น ของเทคโนโลยีแก๊สชีวภาพเป็นจำนวนมาก ประกอบกับชุมชนแห่งนี้มีความใส่ใจสิ่งแวดล้อม และได้ข้อมูลว่าไบโอแก๊ส นั้นสามารถแก้ปัญหาได้ จึงสนใจใช้เทคโนโลยีแก๊สชีวภาพมาใช้ในการบริหารจัดการมูลสัตว์และของเสียที่เกิดขึ้นในพื้นที่ของชุมชน

 

จุดเริ่มต้นของการนำไบโอแก๊สมาใช้ในชุมชนนั้นเริ่มจากชุมชนมีกลุ่มเลี้ยงสุกร และมีปัญหากลิ่นเหม็นจากมูลสัตว์จนสร้างปัญหาให้กับชุมชนบ้านหนอง มะเกาะ ทางบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม ได้รับข้อมูลความเดือดร้อนของชุมชนดังกล่าว จึงได้ร่วมกับสถานที่ปรึกษาเพื่อการพัฒนาพลังงานทดแทนและสิ่งแวดล้อมชุมชน หลังจากมหาวิทยาลัยนเรศวรเข้าสำรวจสภาพปัญหา พร้อมสำรวจพื้นที่จริง จัดเวทีระดมความเห็นเพื่อหาแนวทางในการแก้ปัญหาร่วมกับชุมชนทุกขั้นตอน โดยคัดเลือกพื้นที่ที่เหมาะสม ซึ่งตั้งอยู่กลางหมู่บ้าน มีฟาร์มหมูเข้าร่วมโครงการเพื่อสร้างระบบแก๊สชีวภาพแบบโดมคงที่ ขนาด 40 ลูกบาศก์เมตร จากนั้นส่งท่อแก๊สไปยังอีก 10 ครัวเรือน รวมเป็น 11 ครัวเรือน

สำเนียง จันแดง ผู้ใหญ่บ้าน กล่าวว่า เริ่มจากมีกลุ่มเลี้ยงสุกร แล้วได้รู้ข้อมูลจากบริษัท ปตท. และมหาวิทยาลัยนเรศวร จึงอยากได้ไบโอแก๊สมาช่วยลดกลิ่นจากมูลสัตว์ และได้แก๊สมาลดรายจ่ายของหมู่บ้าน จากการนำมูลสัตว์มาใช้ทำอาหารทุกวัน ส่วนกากที่เหลือนำไปบ่อหมักแล้วทำเป็นปุ๋ย เอาน้ำหมักจากบ่อหมักแก๊สมาฉีดกล้วย ข้าว ที่ผ่านมาเคยทดลองใช้น้ำหมักฉีดแล้วข้าวเขียวคงทน ได้ผลผลิตดีกว่าเดิม ไม่ต้องใช้สารเคมี ส่วนกล้วยทำให้ต้นกล้วยเขียว ไม่เป็นโรค ทำให้ดินที่ปลูกกล้วยซุยดี"

"ตั้งแต่มีไบโอแก๊สเข้ามา หมู่บ้านเกิดการพัฒนาขึ้นในเรื่องความสามัคคีของคนในชุมชน ทั้งสามัคคีที่ช่วยกันคิด สามัคคีที่ช่วยกันลงมือปฏิบัติ และยังลดปัญหาเรื่องของกลิ่นของมูลสุกร เพราะหมู่บ้านมีสุกรเยอะ เป็นการแก้ปัญหาของหมู่บ้านที่แท้จริง"

กมล จันแดง หนึ่งในสมาชิกของชุมชน และเจ้าของฟาร์มสุกรขนาดใหญ่ในชุมชน กล่าวว่า ตั้งแต่ชุมชนมีไบโอแก๊สเข้ามา ทำให้ชุมชนตื่นตัวกันมากขึ้น เพราะมูลสัตว์ที่เหลือและเป็นปัญหาเรื่องกลิ่นเหม็นอยู่ทำให้เกิดแก๊สชีวภาพมาใช้ในครัวเรือนได้ เพราะการบริหารจัดการกันเองในชุมชน ตั้งแต่เริ่มทำบ่อหมักแก๊ส วางท่อเพื่อส่งท่อแก๊สไปยังครัวเรือนอื่นๆ ในชุมชน จนใช้งานเอง

 

"ไบโอแก๊สที่เข้ามาในชุมชนนั้น มีข้อดีคือทำให้ลดรายจ่ายในครัวเรือน ทำให้สิ่งแวดล้อมในชุมชนดีขึ้น ไม่มีกลิ่นเหม็นจากมูลสัตว์ แล้วความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนบ้านก็ดีขึ้น ไม่มีปัญหากันเรื่องกลิ่นจากมูลสัตว์ สามารถลดรายจ่ายจากการซื้อแก๊ส ซื้อปุ๋ย เราได้ใช้แก๊สทำอาหาร ทางชุมชนได้ช่วยคิด ช่วยทำ ช่วยตัดสินใจ ทำให้ชุมชนสามัคคี ในอนาคตหวังว่าจะเพิ่มรายได้อีกทางให้กับชุมชน โดยเป็นชุมชนต้นแบบในการบริหารจัดการชุมชนโดยใช้ไบโอแก๊ส เหมือนเราเดินตามรอยพ่อหลวง รัชกาลที่ 9 ทำตามแนวเกษตรพอเพียงตามรอยพ่อ"

ไบโอแก๊สนั้น สามารถช่วยพัฒนาชุมชนได้ตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้ง 3 ด้าน คือ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ด้านเศรษฐกิจนั้น ได้ทั้งลดรายจ่ายในการซื้อก๊าซหุงต้ม ปุ๋ยสำหรับใช้ในการเกษตร และยังมีโอกาสเพิ่มรายได้จากการเปิดให้ผู้ที่สนใจมาศึกษาดูงาน เป็นชุมชนต้นแบบในการบริหารจัดการชุมชนโดยใช้ไบโอแก๊ส

ด้านสังคม ทำให้ความสัมพันธ์ของคนในชุมชนดีขึ้น เกิดความสามัคคี ความร่วมมือร่วมใจของสมาชิกชุมชน ทำให้หมู่บ้านเกิดการพัฒนาไปในทาง ที่ดีขึ้น และด้านสิ่งแวดล้อม คือ ชุมชนมีสภาพแวดล้อมที่น่าอยู่ขึ้น ปราศจากกลิ่นเหม็นจากการทำปศุสัตว์

ชุมชนบ้านหนองมะเกาะ ถือว่าเป็นชุมชนต้นแบบในการกำจัดมูลสัตว์ส่งกลิ่นเหม็นด้วยไบโอแก๊ส ทำให้ชุมชนอยู่ร่วมกันด้วยความผาสุกและสามัคคีกัน

 

ข่าวอื่นๆ