รมช.คมนาคมจี้ขสมก.ล้างหนี้แสนล้านหาทางโละรถร่วม

วันที่ 09 ธ.ค. 2560 เวลา 19:48 น.
รมช.คมนาคมจี้ขสมก.ล้างหนี้แสนล้านหาทางโละรถร่วม
"ไพรินทร์"มอบนโยบายขสมก.จี้ล้างหนี้แสนล้าน ยันลดรายจ่ายไม่ใช่ทางออก ชูไอเดียจ่ายค่าตั๋วผ่านมือถือ สั่งศึกษาแผนล้างกระดานรถร่วม

นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมเปิดเผยภายหลังจากมอบนโยบายให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.)ว่าในการมอบนโยบายตนได้เน้นให้ขสมก.รีบไปดำเนินการสรุปแผนฟื้นฟูองค์กรเพื่อล้างหนี้สินจำนวนแสนล้านบาท หลังจากนี้ต้องรีบสรุปแผนเพื่อเสนอกระทรวงคมนาคมและที่ประชุมคนร. เร็วที่สุดในเดือน ม.ค.นี้ ก่อนส่งเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ต่อไป เบื้องต้นตนได้แนะนำว่าการลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ไม่ใช่ทางออกของปัญหา โดยขสมก.ต้องพิจารณาว่าจะไปขึ้นกับที่ใดกระทรวงคมนาคมหรือหน่วยงานกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อีกทั้งหากฟื้นฟูองค์กรแล้ว ขสมก.จะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใดเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

สำหรับอีกปัญหาหลักที่ขสมก.ขาดทุนนั้นตนมองว่านั้นมาจากนโยบายของรัฐบาลทำให้ขสมก.ไม่สามารถขึ้นราคาค่าโดยสารให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริงได้ ดังนั้นรัฐบาลจะยังคงต้องอุดหนุนขสมก.ต่อไปแม้จะเปลี่ยนไปเป็นผู้ให้บริการเต็มตัวก็ตาม (Operator)

ส่วนเรื่องปัญหาคุณภาพบริการของรถเมล์ที่ประชาชนพบปัญหานั้นจากจำนวนรถเมล์ทั้งหมดมีรถเมล์ของขสมก.อยู่ไม่ถึงครึ่งหนึ่ง โดยส่วนตัวตนมั่นใจว่าขสมก.ให้บริการอย่างมีมาตรฐาน ดังนั้นจึงต้องไปศึกษาว่าต่างประเทศมีให้บริการรถเมล์เอกชนร่วมบริการ(รถร่วมฯ) แบบบ้านเราหรือไม่และรถร่วมฯควรยังมีให้บริการอยู่หรือไม่ภายหลังจากปฏิรูปเส้นทางรถโดยสารสาธารณะในอนาคต

สำหรับปัญหาระบบชำระเงินค่าตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ (E-Ticket) นั้นตนได้แนะนำให้ขสมก.ว่าเวลาจะนำเทคโนโลยีอะไรใหม่ๆมาใช้นั้น ควรจะศึกษาบริบทของคนไทย ไม่จำเป็นต้องรีบจัดซื้อเพื่อนำมาให้ประชาชนใช้ แต่อยากให้มีการเปิดพื้นที่ทดลอง(sand box)ก่อนที่จะเริ่มดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างหรือร่างทีโออาร์เพื่อที่จะสามารถดูข้อดีข้อเสียก่อนที่จะเปิดให้ประชาชนใช้โดยทั่วไป ทั้งนี้ตนยังได้เสนอเทคโนโลยีคิวอาร์โค้ทในการสแกนจ่ายค่าโดยสาร โดยให้ขสมก.เลือกรถเมล์สักสายเพื่อให้ขสมก.ลองทดลอง สักประมาณ3เดือน หากได้เสียงตอบรับที่ดีค่อยร่างเอกสารจัดซื้อต่อไป

ด้านนายวีระพงศ์ วงศ์แหวน ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (สร.ขสมก.) กล่าวว่า ตนจะเข้าพบคณะกรรมการประกวดราคาโครงการรถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน เพื่อสอบถามถึงความเหมาะสมที่จะอนุมัติให้บริษัท ช.ทวี จำกัด(มหาชน) หรือ CHO ชนะโครงการจัดซื้อในครั้งนี้ เนื่องจากบริษัทดังกล่าวยังติดปัญหางานสัญญาจัดซื้อและติดตั้ง E-Ticket และ Cash Box ซึ่งเมื่อติดตั้งแล้วพบปัญหามากมาย จนมีข้อกังวลว่าโครงการเอ็นจีวีเป็นงานใหญ่ระดับ 4,000 ล้านบาท ช.ทวีจะสามารถส่งมอบรถเมล์ได้ตามแผนในเดือน มิ.ย. 2561 หรือไม่ ซึ่งถ้าหากมีปัญหาไม่สามาถส่งมอบรถเมล์ได้ตามสัญญาจะเสนอให้ขสมก.ดำเนินการขึ้นบัญชีดำ(แบล็คลิสต์) เพื่อห้ามเข้าร่วมประมูลครั้งต่อไปเช่นเดียวกับบริษัท เบสท์ริน จำกัด