สถ.แจงปิดตลาดกลางยางพาราภาคตะวันออกตั้งไม่ถูกต้องตามกม.

วันที่ 01 พ.ย. 2560 เวลา 12:00 น.
สถ.แจงปิดตลาดกลางยางพาราภาคตะวันออกตั้งไม่ถูกต้องตามกม.
สถ.แจงเหตุสั่งปิดตลาดกลางยางพาราภาคตะวันออก  เพราะ สตง.ระบุจัดตั้งไม่ถูกต้องตามกฎหมาย พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัดปี 2540

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.) เปิดเผยว่า จากที่มีข่าวว่ากระทรวงมหาดไทยสั่งให้อบจ.ระยอง ปิดบริษัท บริหารจัดการยางพาราภาคตะวันออก จำกัด ที่มาของมาจากการที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ 2 (จังหวัดชลบุรี) เห็นว่า การจัดตั้งบริษัท บริหารจัดการยางพาราภาคตะวันออก จำกัด ของอบจ.ระยอง ดำเนินการโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

ทั้งนี้ เนื่องจากกฎหมายจัดตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด ไม่ได้ให้อำนาจหน้าที่อบจ.ระยองจัดตั้งบริษัท ซึ่งเรื่องดังกล่าว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีคำวินิจฉัยแล้วว่า พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 ไม่มีบทบัญญัติให้อำนาจองค์การบริหารส่วนจังหวัดจัดตั้งนิติบุคคล (บริษัท) ดังนั้น อบจ.ระยองจึงไม่มีอำนาจในการจัดตั้ง บริษัท บริหารจัดการยางพาราภาคตะวันออก จำกัด นั่นเอง

อย่างไรก็ตาม ผวจ.ระยองได้มีหนังสือแจ้ง อบจ.ระยองให้จดทะเบียนเลิกกิจการและชำระบัญชีให้แล้วเสร็จตามขั้นตอนของกฎหมาย ต่อมาอบจ.ระยองไม่เห็นด้วยกับคำสั่งดังกล่าว จึงอุทธรณ์คำสั่งของผวจ.ระยองตามกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ภายใน 15 วัน ตามมาตรา 44 แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ซึ่งทางผวจ.ระยอง ได้พิจารณาคำอุทธรณ์ของอบจ.ระยองแล้ว ไม่เห็นด้วยกับคำอุทธรณ์ จึงได้รายงานให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณาวินิจฉัยคำอุทธรณ์ดังกล่าว

นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า ประเด็นที่เป็นสาระสำคัญของการพิจารณา คือ อบจ.ระยองสามารถจัดตั้งบริษัท บริหารจัดการยางพาราภาคตะวันออก จำกัด ได้หรือไม่ ซึ่งกระทรวงมหาดไทย โดย รมว.มหาดไทย ได้มีคำวินิจฉัยตามความเห็นของ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและสำนักกฎหมาย  สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยว่า ตาม พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 ไม่ได้กำหนดอำนาจหน้าที่ให้ อบจ.ระยองจัดตั้งบริษัทได้ จึงมีคำสั่งให้ยกคำอุทธรณ์ และมอบหมายให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นแจ้งผลการพิจารณาดังกล่าวให้ อบจ.ระยองทราบ

อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กล่าวว่า หาก อบจ.ระยองไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของกระทรวงมหาดไทย สามารถไปใช้สิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครองได้ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่รู้หรือรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดี ตามมาตรา 49 ประกอบตามมาตรา 50 แห่งพ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542