วัดพนัญเชิงฯแจงถูกหลอกให้โอนเงินทอนอุดหนุนวัด 13 ล้านบาท

วันที่ 27 มิ.ย. 2560 เวลา 18:42 น.
วัดพนัญเชิงฯแจงถูกหลอกให้โอนเงินทอนอุดหนุนวัด 13 ล้านบาท
ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายของวัดพนัญเชิงฯแจง วัดไม่เกี่ยวข้องทุจริตเงินอุดหนุนวัด ชี้ถูกบิ๊กสำนักพุทธฯหลอกให้โอนเงินคืนโดยอ้างว่าจะเอาไปช่วยวัดยากจน

จากกรณี สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ระบุว่า มีข้าราชการระดับสูงของสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) อาจเกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินอุดหนุนวัด โดยทำในรูปของ เงินทอน คือ ดึงเงินกลับจากวัดที่ได้รับเงินอุดหนุนจาก พศ.ในสัดส่วน 75% ทำให้เกิดความเสียหายต่องบประมาณแผ่นดินกว่า 60 ล้านบาท  โดยมีวัดพนัญเชิงวรวิหาร อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รวมอยู่ด้วยนั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 มิ.ย.ที่หอประชุมสงฆ์ วัดพนัญเชิง ดร.สมศักดิ์ โตรักษา ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายของวัดพนัญเชิงฯ ได้แถลงข่าวเกี่ยวกับกรณีการรับเงินอุดหนุนของวัดว่า ที่ผ่านมา วัดพนัญเชิงฯได้บูรณะศาสนสถานที่มีอยู่เดิมและก่อสร้างกุฏิตลอดจนสิ่งปลูกสร้างภายในวัดเรื่อยมา โดยนำเงินที่ประชาชนทำบุญและเงินอุดหนุนจากทางราชการมาดำเนินการ  ที่ผ่านมามีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของรัฐ อาทิเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เจ้าหน้าที่จากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน  เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง  ตลอดจนคณะกรรมการของวัด  ได้ร่วมกันตรวจสอบรายรับรายจ่ายของวัดตลอดมา

กระทั่งประมาณปี 2555 วัดได้ก่อสร้างกุฏิทรงไทยจำนวน 9 หลังและในปี 2556 วัดได้ก่อสร้างทางเดินรอบวิหารหลวงพ่อโต โดยได้นำรายได้จากการทำบุญและเงินบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธา  มาดำเนินการ

ต่อมาเมื่อปลายปี 2556 มีข้าราชการระดับสูงในสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งเป็นผู้ติดต่อเรื่องกิจการของศาสนา กับพระธรรมรัตนมงคล เจ้าอาวาส ได้โทรศัพท์หาเจ้าอาวาส แจ้งว่าทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ  จะให้เงินอุดหนุนทางวัดจำนวน 10 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินอุดหนุนวัดในงบประมาณปี 2557 เพื่อให้วัดดำเนินการบูรณะปฏิสังขรณ์ภายในวัด และ ข้าราชการระดับสูงรายนี้แจ้งว่า เงินดังกล่าวให้วัดเพื่อการบูรณะปฏิสังขรณ์จำนวน 2 ล้านบาท  ส่วนอีก 8 ล้านบาท  จะนำไปให้วัดอื่นที่ยากจนกว่า และยังขาดทุนทรัพย์

เจ้าอาวาสวัดพนัญเชิงฯ จึงได้โอนเงินกลับไปจำนวน 8 ล้านบาทเพื่อต้องการให้นำไปช่วยเหลือวัดที่ขาดเงิน โดยโอนผ่านบัญชีของผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งเจ้าอาวาสไม่รู้จัก แต่เป็นบัญชีที่ ข้าราชการระดับสูงรายนี้แจ้งมา ขณะที่เงิน 2 ล้านบาทที่วัดได้รับมา ได้นำไปใช้ปรับปรุงก่อสร้างทางเดินบริเวณวิหารหลวงพ่อโต

ต่อมาประมาณปลายปี 2557 ข้าราชการคนเดิมได้ติดต่อมายังเจ้าอาวาสอีกครั้ง ว่าจะให้เงินสนับสนุนวัดอีก 10 ล้านบาท  แต่ขอให้ทางวัดมอบเงินสดจำนวน 5 ล้านบาท คืนให้เพื่อนำไปช่วยวัดอื่นๆที่ยากจนต่อไป  โดยมีการนัดหมายมอบเงินสด กันที่พุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม  ซึ่งเงิน 5 ล้านบาท ทางเจ้าอาวาสได้นำไปปรับปรุงกุฏิทรงไทย 9 หลัง

เงินอุดหนุนวัด ทั้ง 2 งวด รวม 13 ล้านบาท เจ้าอาวาส ได้สอบถาม ข้าราชการรายนี้ว่า  ถูกกฎหมายหรือไม่ ก็ได้รับการยืนยันว่าถูกกฎหมาย เจ้าอาวาสจึงเชื่อและดำเนินการตามที่ ข้าราชการรายนี้แนะนำมา ประกอบกับเห็นว่า เป็นข้าราชการระดับสูงที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับงบประมาณอุดหนุนวัดต่างๆในสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ 

จากนั้นประมาณต้นปี 2560 พนักงานสอบสวนกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบได้เดินทางมาที่วัด   เพื่อขอสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเงินอุดหนุนที่วัดได้รับมาจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ   ตามที่ข้าราชการระดับสูงรายนี้ได้เสนอให้แก่วัดดังกล่าว    ทางวัดก็ได้ให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวนเป็นอย่างดี  และมีการให้ปากคำกับทางพนักงานสอบสวนอย่างละเอียดพร้อมด้วยพยานหลักฐานต่างๆหมดแล้ว

ต่อมาพนักงานสอบสวนกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบแจ้งข้อกล่าวหกรณีเงินอุดหนุนวัดพนัญเชิงวรวิหาร   จำนวน 13 ล้านบาท พระธรรมรัตนมงคลเจ้าอาวาสจึงเชื่อว่า ข้าราชการรายนี้ไม่ได้นำเงินที่วัดโอนคืนกลับไปๆใช้ช่วยเหลือวัดอื่นตามที่พูดไว้ ทำให้วัดได้รับความเสียหาย

เจ้าอาวาสจึงได้แจ้งความร้องทุกข์ กล่าวโทษกับ ข้าราชการรายนี้ในข้อหาฉ้อโกง ต่อพนักงานสอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา และร้องเรียน ต่อ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี  รัฐมนตรีประจำสำนักงานนายกรัฐมนตรี  และ ร้องเรียนต่อผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

"วัดขอยืนยันที่จะให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องในการสอบสวนข้อเท็จจริงของคดีทั้งหมด" ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายของวัดพนัญเชิงฯระบุ