ตำรวจได้ข้อมูลใหม่สาวรัสเซียมี4โรคขัดข้อห้ามนักดำน้ำ

วันที่ 11 มี.ค. 2560 เวลา 19:20 น.
ตำรวจได้ข้อมูลใหม่สาวรัสเซียมี4โรคขัดข้อห้ามนักดำน้ำ
สุราษฎร์ธานี-แม่แหม่มสาวรัสเซียหายตัวให้ข้อมูลลูกสาวเป็น4โรคขัดข้อห้ามดำน้ำตำรวจคาดหวังเจอตัวในงานฟูลมูนปาร์ตี้เกาะพะงันคืน12มี.ค.60

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2560 เวลา14.00น. พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี ได้เรียกประชุมวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ ผกก.ทุกโรงพักสั่งการให้ทุกหน่วยร่วมหาเบาะแส น.ส.วาเลนติน่า โนวาชฮาโยโนว่า (Valentina  Novozhyonova) อายุ 23 ปี นักท่องเที่ยวสาวชาวรัสเซีย ได้หายตัวไป ระหว่างท่องเที่ยวบนเกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ.60

พ.ต.ท.โชคชัย สุทธิเมฆ สวญ.สภ.เกาะเต่า รายงานว่า มารดาและญาติ น.ส.วาเลนตินา ได้เดินทางมายังเกาะเต่าแล้ว โดยได้สอบปากคำมารดาทราบว่า น.ส.วาเลนตินา เพิ่งศึกษาจบปริญญาตรี และได้เรียนดำน้ำที่รัสเซีย 4 ปี แต่จะเรียนในสระว่ายน้ำเท่านั้นยังไม่เคยออกไปดำน้ำในทะเล ซึ่งน.ส.วาเลนตินากับมารดา ได้แยกอยู่คนละบ้านและเพิ่งมาทราบการสูญหายจากเพื่อนบุตรสาวที่รัสเซีย

พ.ต.ท.โชคชัย กล่าวว่า มารดา น.ส.วาเลนติน่า ให้การว่า บุตรสาวเป็นคนรักธรรมชาติ ชอบดำน้ำ เดินป่า ซึ่งยังเชื่อว่าบุตรสาวน่าจะมาดำน้ำ และเชื่อว่าอาจจะสูญหายจากการดำน้ำ ซึ่งตำรวจได้เก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ.(DNA) จากมารดาไว้แล้ว รวมทั้งนำสิ่งของที่เก็บได้ห้องพักน.ส.วาเลนติน่า ทั้งหมดมอบให้กับมารดาแล้ว โดยจะพักอยู่ที่โรงแรมแบนไดร์วิ่งเกาะเต่าเพื่อรอผลการค้นหา ซึ่งพอใจการทำงานของตำรวจที่พยายามออกติดตามค้นหาบุตรสาวอย่างเต็มกำลัง

การสืบสวนทราบว่า น.ส.วาเลนตินา มีโรคประจำตัวที่ขัดกับข้อห้ามของนักดำน้ำถึง 4 โรคประกอบด้วย เป็นโรคหอบหืด โรคลมชัก โรคซึมเศร้า และโรควิตกกังวล  ต้องใช้ยาประจำ ซึ่งน.ส.วาเลนตินา ได้โพสต์ใน VK หรือเฟซบุ๊กรัสเซีย และบรรยายในไดอารี่ส่วนตัวว่าตัวยาที่กินอยู่กำลังจะหมดต้องเดินทางไปซื้อที่กรุงเทพฯ ซึ่งอาจเป็นชนวนประอุบัติเหตุขณะดำน้ำได้และเจ้าหน้าที่ให้น้ำหนักในประเด็นการค้นหาใต้น้ำแต่ยังไม่ตัดประเด็นอื่น “ พ.ต.ท.โชคชัย กล่าว

ทั้งนี้ พล.ต.ต.อภิชาติ สั่งให้พนักงานสอบสวนเชิญเจ้าของร้านอาหาร โรงแรม บริเวณใกล้เคียงโรงแรมเกาะเต่าโฮสเทลทั้งหมด มาให้ปากคำอย่างละเอียด โดยมีอุปสรรคการติดตามตัวเนื่องจากโรงแรมที่พัก น.ส.วาเลนตินา ไม่มีการบันทึกประวัติผู้เข้าพัก จึงไม่ทราบมีผู้ใดพักอยู่ช่วงดังกล่าว ซึ่งหลังจากนี้จะขอความร่วมมือโรงแรมขนาดเล็กทุกแห่งให้บันทึกประวัติผู้เข้าพัก

พล.ต.ต.อภิชาติ กล่าวว่า สั่งให้ตำรวจเกาะพะงันช่วยตรวจสอบในคืนวันที่ 12 มี.ค.นี้ จะมีการจัดงานฟูลมูนปาร์ตี้ หาก น.ส.วาเลนตินา เดินทางออกไปเที่ยวพื้นที่อื่นอาจจะย้อนกลับมาเที่ยวงานฟูลมูนปาร์ตี้ได้ โดยจะส่งกำลังตำรวจลงมาเพิ่ม รวมทั้งให้ทุกสถานีตำรวจตรวจสอบตามโรงพยาบาลว่า มีนักท่องเที่ยวเข้ารับการรักษาตัวหรือไม่

ด้าน พ.ต.อ.สมชาย นพศรี ผกก.สภ. เกาะพะงัน กล่าวว่า ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำภาพ น.ส.วาเลนตินา ออกไปติดตามแหล่งชุมชน รวมทั้งให้สังเกตนักท่องเที่ยวที่มีใบหน้าตาคล้าย น.ส.วาเลนตินา โดยอาจจะเดินทางเข้ามาเที่ยวงานฟูลมูนปาร์ตี้บนเกาะพะงัน ในคืนวันที่ 12 มี.ค.นี้ ซึ่งเป็นไปได้ว่า หากยังไม่เสียชีวิตอาจจะเดินทางออกไปเที่ยวในพื้นที่อื่นและอาจจะเดินทางมาร่วมงานฟูลมูนปาร์ตี้อีกครั้ง