สวนเกษตรอินทรีย์พอเพียง ชีวิตใหม่ด้วยศาสตร์พระราชา

วันที่ 18 ธ.ค. 2559 เวลา 08:00 น.
สวนเกษตรอินทรีย์พอเพียง ชีวิตใหม่ด้วยศาสตร์พระราชา
โดย...ไชยวัฒน์ สาดแย้ม

ด้วยหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 นั้น ทำให้คนไทยจำนวนไม่น้อย ที่น้อมนำเอามาใช้ในการดำเนินชีวิต สามารถลืมตาอ้าปาก อยู่ดี กินดี ปลอดหนี้สิน

ลุงบุญส่ง ชะเอม และ ป้าสำรวย ชะเอม สองสามีภรรยา วัย 67 ปี ชาวบ้านน้ำทรัพย์ อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ก็เป็นอีกหนึ่งรายที่น้อมนำเอาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มาปรับใช้ จนทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้น มีรายได้วันละมากกว่า 1,000 บาท

ลุงบุญส่ง บอกว่า สมัยก่อนมาจับจองที่ดินอยู่บริเวณนี้จำนวน 80 ไร่ ปลูกพืชเชิงเดี่ยว ฝ้าย ข้าวโพด มันสำปะหลัง ใช้สารเคมีทุกชนิด ยาฆ่าหญ้า ฆ่าแมลง ปุ๋ยเคมี แรกๆ ก็ทำให้พืชผลเจริญงอกงามดี มีรายได้ แต่พอสักระยะหนึ่งก็เริ่มเป็นหนี้สิน จากค่าปุ๋ย ค่ายา ขณะที่รายได้จากผลผลิตมีแต่ลดลงๆ ในที่สุดก็เป็นหนี้สินนับแสนบาท สุดท้ายต้องเลิกทำ คิดที่จะแก้ไขปัญหา นั่งดูทีวีก็เห็นเรื่องราวของเศรษฐกิจพอเพียง การทำไร่นาสวนผสม การปลูกพืชแบบผสมผสาน ตามพระราชดำริในหลวง รัชกาลที่ 9 จึงทดลองทำตาม แล้วที่ดินซึ่งเป็นดินที่เสียจากสารเคมีก็ค่อยๆ ฟื้นตัวดีขึ้น

“ให้ดินฟื้นตัวโดยปล่อยให้ต้นหญ้าค่อยๆ ขึ้นเองตามธรรมชาติ นำวัวเข้าไปเลี้ยง ให้วัวถ่ายมูล ใช้เวลาหลายปี จนในที่สุดผืนดินก็เริ่มกลับฟื้นตัว จึงเริ่มทำการเกษตรแบบผสมผสาน ปลูกกล้วยน้ำว้า กล้วยหอม กล้วยไข่ กล้วยเล็บมือนาง มะม่วง มะนาว ขนุน มะกรูด ไผ่หวาน ไผ่ตง ไผ่ปราจีน มะละกอ ตะไคร้ เกือบจะทุกอย่างที่กินได้ ขายได้ ในทุกฤดูกาล และขายได้ตามฤดูกาล”

นอกจากนี้ ลุงบุญส่งก็ยังทำการเพาะขยายพันธุ์ “ต้นจันทน์ผา” เอาไว้ขาย รวมไปถึงการขุดบ่อเลี้ยงปลา เลี้ยงวัว เลี้ยงไก่ แล้วนำมูลสัตว์เลี้ยงมาทำปุ๋ยใช้ หัวปลา ไส้ปลา เกล็ดปลา เศษจากพืชผักสวนครัวก็ทำเป็นน้ำหมักชีวภาพ รวมถึงเผาถ่านได้น้ำส้มควันไม้มาใช้ในการขับไล่แมลง ที่สำคัญลดพื้นที่ทำการเกษตรจากเดิม 80 ไร่ เหลือเพียงแค่ 20 ไร่เท่านั้น

“ไม่ทำแล้ว 80 ไร่ ทำแค่ 20 ไร่ แต่ก่อนไม่มีความสุขเลย มีแต่สร้างปัญหาหนี้สินมากขึ้นๆ แต่ปัจจุบันทำแค่ 20 ไร่ กลับมีความสุข พอกินพอใช้และเหลือเก็บ ที่มีวันนี้ได้ก็เพราะเดินตามพ่อของแผ่นดิน คือ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ของเรานี่แหละ ด้วยการกินอยู่อย่างพอเพียง ทำทุกอย่างใช้เอง ปลูกทุกอย่างที่กิน ขายทุกอย่างที่ปลูก อย่างมะนาวตอนนี้มีอยู่ 500 ต้น มะกรูดอีกกว่า 1,000 ต้น ทุกอย่างที่ปลูกไม่มีการใช้สารเคมี แต่แก้ปัญหาด้วยการใช้พืชสมุนไพรต่างๆ เช่น นำใบยาสูบหมักร่วมกับสมุนไพรต่างๆ ผสมน้ำส้มควันไม้ใช้ฉีดขับไล่แมลง ส่วนปุ๋ยก็ได้จากมูลสัตว์ที่เลี้ยงกับอีเอ็มที่นำเอาเศษพืชผัก หยวกกล้วย หัวปลา ไส้ปลา สุขภาพดีมาก ไม่ต้องไปหาหมอเหมือนเมื่อตอนใช้สารเคมี”

ลุงบุญส่ง บอกว่า การทำการเกษตรตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไม่มีสิ่งที่จะต้องซื้อหา จึงมีแต่รายได้ มีรายได้ทุกวัน มากบ้างน้อยบ้าง อย่างน้อยวันละกว่า 1,000 บาท ทำให้รู้สึกมีความสุขกับการใช้ชีวิตแบบนี้อย่างมาก

สำหรับความรู้ที่นำมาใช้ในไร่ในสวนในรูปแบบปลูกแบบผสมผสานนั้น ก็หาได้จากโครงการพระราชดำริต่างๆ ในพื้นที่ใกล้เคียง เช่นโครงการห้วยทราย โครงการชั่งหัวมัน ฯลฯ ที่ให้เข้าไปศึกษาหาความรู้ได้เป็นอย่างดี

“สิ่งที่อยากจะบอกคือ ใครก็ตามที่นำเอาแนวคิดของในหลวง รัชกาลที่ 9 มาใช้ รับรองได้ว่าไม่มียากจน จะมีแต่ความสุข ความเจริญรุ่งเรืองตลอดไป ผมได้พิสูจน์ด้วยตนเองแล้ว ทำให้ผมมีชีวิตใหม่ และใช้ชีวิตอย่างมีความสุขมากว่า 15 ปีแล้ว ผมรู้สึกเสียใจมากที่สุดในชีวิต เสียใจมาจนทุกวันนี้จนไม่รู้จะบอกได้อย่างไร เพราะพระองค์ท่านมีพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ และจะเดินตามรอยของพระองค์ จดจำคำสอนของพระองค์ท่าน เอามาใช้ เอามาบอกต่อให้ลูกหลานนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตตราบจนลมหายใจสุดท้ายของผม”ลุงบุญส่ง กล่าวในที่สุด