ขนส่งเผยตัวเลขยอดจัดเก็บภษีรถประจำปี

วันที่ 02 ธ.ค. 2559 เวลา 22:00 น.
ขนส่งเผยตัวเลขยอดจัดเก็บภษีรถประจำปี
กรมการขนส่งเผยผลยอดการจัดเก็บภาษีรถประจำปีมีประชาชนนิยมใช้บริการสำนักงานขนส่ง กรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 – 5มากที่สุด331,178 รายนายณันทพงศ์  เชิดชู  รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก  เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกได้อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนสามารถเลือกชำระภาษีรถประจำปีผ่านช่องทางต่างๆ เฉพาะเดือนตุลาคม 2559 สามารถจัดเก็บภาษีรถในเขตกรุงเทพมหานครได้ทั้งสิ้น 579,977,623.50 บาท  ซึ่งพบว่าประชาชนยังนิยมใช้บริการรับชำระภาษีรถประจำปี ณ สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 – 5 ของกรมการขนส่งทางบกมากที่สุด จำนวน 331,178 ราย จัดเก็บภาษีรถได้ทั้งสิ้น 391,194,662.70 บาท

รองลงมาเป็นการใช้บริการรับชำระภาษีรถผ่านช่องทาง “เลื่อนล้อ ต่อภาษี” (Drive Thru for Tax) ชำระภาษีโดยไม่ต้องลงจากรถ จำนวน  62,571 ราย  จัดเก็บภาษีรถได้ทั้งสิ้น 108,749,202.51 บาท และการใช้บริการชำระภาษีรถที่ห้างสรรพสินค้าในวันเสาร์ – อาทิตย์ตามโครงการ “ช้อปให้พอ แล้วต่อภาษี” (Shop Thru for Tax) มีผู้ใช้บริการ จำนวน 35,489 ราย จัดเก็บภาษีรถได้ทั้งสิ้น 51,053,963.94  บาท และการรับชำระภาษีรถผ่านระบบอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์ www.dlte-serv.in.th สามารถจัดเก็บภาษี ได้ทั้งสิ้น 11,511,682.15 บาท และที่ศูนย์บริการร่วมคมนาคม เชิงสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินที่ให้บริการทุกวันจันทร์ – ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.30 – 15.00 น. สามารถจัดเก็บภาษีได้ทั้งสิ้น 9,500,022.17 บาท

นอกจากนี้ เป็นการรับชำระภาษีรถผ่านช่องทางต่างๆ เช่น ผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส สามารถจัดเก็บภาษีได้ทั้งสิ้น 6,399,132 บาท  ผ่านไปรษณีย์และผ่านโทรศัพท์มือถือ จัดเก็บภาษีได้ทั้งสิ้น 1,568,958.03 บาท  ซึ่งปัจจุบันเจ้าของรถสามารถชำระภาษีรถล่วงหน้าได้ไม่เกิน 90 วัน โดยต้องเป็นรถที่ไม่ค้างชำระภาษีรถเกินกว่า 1 ปี สำหรับรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานครบ 7 ปี หรือรถจักรยานยนต์ที่มีอายุการใช้งานครบ 5 ปี ต้องมีใบรับรองการตรวจสภาพรถจากสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) มาแสดงด้วย

รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก  กล่าวเพิ่มเติมว่า  กรมการขนส่งทางบกมุ่งมั่นพัฒนางานด้านบริการอย่างต่อเนื่อง ด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของงานบริการ ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของกระทรวงคมนาคมและกรมการขนส่งทางบกที่ต้องการพัฒนารูปแบบการให้บริการประชาชนให้มีความทันสมัย สอดคล้องกับความต้องการสภาพสังคมปัจจุบัน ไลฟ์สไตล์ของประชาชน อย่างเช่นการนำระบบ QR Code มาเป็นช่องทางเข้าถึงแอพพลิเคชั่น DLT eForm ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นให้ข้อมูลการให้บริการด้านทะเบียนและภาษีรถ เช่น หลักฐานที่ใช้ ขั้นตอน สถานที่ดำเนินการ พร้อมดาวน์โหลดหรือกรอกแบบฟอร์มออนไลน์ผ่านโทรศัพท์มือถือ Smart Phone เพื่อนำมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ทั้งสะดวก รวดเร็ว ลดขั้นตอน และลดระยะเวลาในการติดต่อราชการ

นอกจากนี้ได้จัดตั้ง“ศูนย์ราชการสะดวก (Government Easy Contact Center : GECC)” เพื่อให้บริการประชาชนติดต่อสอบถามข้อมูล และให้คำแนะนำต่างๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกตั้งแต่ที่เดินทางมาติดต่อราชการ โดยให้จัดตั้งศูนย์ราชการสะดวก (GECC) ที่กรมการขนส่งทางบก จตุจักร สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 – 4 และสำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ